บทที่ 4 จากลา
เวลาล่วงเลยมาสามวันจินนี่ตัดสินใจไปเรียนต่อที่ต่างประเทศโดยมีจางเลี่ยงหลินเป็นคนคอยดูแลทุกอย่างเมื่อทุกอย่างพร้อมหญิงสาวจึงตัดสินใจไปทันที
“หนูลาแล้วนะคะ”
“ดูแลตัวเองนะลูก”
“หนูไปแล้วนะคะ” จินนี่ลาทุกคนและเตรียมตัวเดินทางหวังว่าเคลย์ตันจะลืมเธอเหมือนกับที่เธอพยายามที่จะลืมเขา ความเจ็บปวดที่ได้รับขอทิ้งไว้ตรงนี้เธอจะไปเร่มต้นชีวิตใหม่
“เห้อ เจียลี่เป็นยังไงบ้าง”
“เหมือนเดิมทุกวันค่ะ”
เจียลี่ขังตัวเองอยู่ในห้องข่าวงานแต่งที่ล้มไม่เป็นท่าดังไปทั่วแถมยังไม่ข่าวซุบซิบว่าหญิงสาวแย่งแฟนน้องสาวตัวเอง
“กรี๊ดดด บ้าที่สุด”
เจียลี่โยนโทรศัพท์ทิ้งอย่างไม่ไยดีเจ็บใจไปกว่านั้นคือพ่อของเธอเข้าข้างจินเยว่ ส่วนเคลย์ตันนั้นหายหัวเงียบไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาในบริเวณจึงมองดูกับเป็นคนที่เธออยากเจอที่สุด
“ผมมาขอพบจินนี่”
“นั่งลูกเมียน้อยมันไม่อยู่แล้ว”
เจียลี่ที่เดินลงมาแล้วได้ยินชายหนุ่มถามหาคนที่เธอเกลียดจึงรีบสวนกลับมา ความอิจฉาริษยามีอยู่เต็มอก
“หมายความว่าอย่างไร!”
“มันออกไปจากที่นี่แล้วและจะไม่มีวันกลับมาอีก”
เคลย์ตันใจหายหรือจินนี่จะหนีเขาไปแล้วจริงๆเมื่อเตรียมตัวจะหันหลังกลับเจียลี่จึงรีบคว้าแขนไว้
“ฉันไม่สวยตรงไหนทำไมทุกคนต้องการแต่นั่งลูกเมียน้อยมันต่ำต้อยแค่ไหน”
“เธอมากกว่าที่ต่ำ อิจฉาแม้กระทั่งน้องของตัวเองฉันจะบอกอะไรให้นะว่าเธอเทียบไม่ได้กับจินนี่ด้วยซ้ำ!”
“กรี๊ดดดดด ฉันไม่ให้คุณไปตามหามัน”
เจียลี่คว้าแขนชายหนุ่มไว้หญิงสาวรับไม่ได้ที่ชายหนุ่มเข้าข้างน้องสาว เคลย์ตันที่รำคาญผู้หญิงคนนี้จึงสะบัดแขนออกทำให้หญิงสาวกระเด็นออกห่าง
“หยุดได้แล้วเจียลี่!”
“คุณพ่อ”
จางเลี่ยงหลินเดินเข้ามาและห้ามปรามลูกสาวตัวเองไว้เพราะต่อจากนี้เขาจะทำในสิ่งที่ถูกต้องจะไม่ให้ใครมาตราหน้าลูกสาวคนเล็กว่าลูกเมียน้อยอีกต่อไป
“คุณพาลูกออกไปก่อน”
จางเลี่ยงหมินบอกให้จางหนิงเหอพาลูกสาวออกไปเพราะเขาต้องการจะคุยกับเคลย์ตันเป็นการส่วนตัว
“คุณปล่อยลูกสาวผมไปเถอะ หากจินเยว่ดีขึ้นก็กลับมาเอง”
“แต่ผม...”
“หากคุณรอได้ อนาคตผมจะไม่ห้ามอะไร”
เคลย์ตันคิดตามกับสิ่งที่พ่อของหญิงสาวพูดหากเขาไปกดดันหญิงสาวตอนนี้เธออาจจะหนีเขาไปไกลมากกว่านี้
“ครับ”
เมื่อเคลย์ตันออกไปเขาจึงหลับตาลงทำไมลูกสาวเขาจะต้องเจอเหตุการณ์หากเขารู้ว่าทั้งสองรักกันเขาจะไม่บังคับลูกสาวคนโตเลย ทุกอย่างคงผิดที่เขาเองจนสุดท้ายก็กลายเป็นเรื่องใหญ่
“ผมจะดูแลลูกของเราให้ดีที่สุด”
เหมยอิงหญิงสาวชาวไทยที่เขารักสุดหัวใจแต่เขาเห็นแก่ตัวเกินไปจึงต้องเสียทุกอย่างไปและเสียหญิงผู้เป็นที่รักไปตลอดกาล
เคลย์ตันนั่งหมดอาลัยตายอยากกินเหล้าเหมือนน้ำเปล่าผ่านมาแล้วหนึ่งเดือนที่แสนทรมานสำหรับเขาหวังให้น้ำเมาชโลมจิตใจที่บอบช้ำ
“พี่ชายผมกลายเป็นคนติดเหล้าตั้งแต่เมื่อไร”
“มาทำไม!”
เคลย์ไม่ยินดียินร้ายกับคนตรงหน้าเวสตัน หรือ หวังซีฮันน้องต่างมารดาของเขาที่อายุห่างกันแค่ปีเดียวเขาไม่ใช่ไม่ชอบหน้าแต่แค่ไม่อยากยุ่งกับคนเหล่านี้
“กินเหล้ามันไม่ทำให้ลืมแต่มันทำให้จำ”
เวสตันถึงแม้จะไม่ถูกกันกับพี่ชายแต่ลึกในใจเขาก็เป็นห่วงไม่รู้จะสงสารใครก่อนดี มาเฟียหนุ่มกลับมาตกม้าตายเพราะง้อผู้หญิงไม่สำเร็จข่าวงานแต่งล่มทำให้หุ้นตกระนาวแต่พี่ชายคนนี้แคร์ที่ไหน เวสตันได้แค่คิดคงจะรักหญิงสาวคนนั้นมาก
“ใครบอกว่าฉันจะลืม ฉันไม่ลืม ไม่มีวันลืม”
“เสือสิ้นลายตั้งแต่เมื่อไร”
ต่อให้ใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อรอคอยหญิงสาวเขาก็จะทำสักวันเขาต้องได้พบกับจินนี่อีกเขาจะไม่ปล่อยหญิงสาวไปไหน
“ยุ่ง! มีอะไรมาหาฉันถึงที่”
“พ่อแค่อยากเจอ”
“ฉันจะไม่ไปเจอผู้ชายคนนั้นอีกกลับไปได้แล้ว”
เคลย์ยกเหล้าขึ้นดื่มโดยไม่สนใจน้องสาวเลยสักนิดแต่แทนที่น้องชายเขาจะกลับ ชายหนุ่มกับเรียกหญิงสาวเขามานั่งด้วยจนเขาเริ่มรู้สึกอึดอัด
“นาย...”
“ผมเห็นพี่เครียดเลยจ้างสาวๆมาดูแล”
เวสตันยิ้มอย่างพอใจที่ได้แกล้งพี่ชายเขาแค่อยากเห็นเคลย์ตันมีความสุขและลืมหญิงสาวคนรักไปบ้าง
“อยากทำอะไรก็ทำไป”
เคลย์ตันยกเหล้าขึ้นดื่มอีกครั้งโดยไม่สนใจหญิงสาวที่อยู่ข้างกายพวกเธอทำให้สิ่งที่เขาไม่คิดคือค่อยๆลูบไล้ต้นแขนของเขาไม่พอยังจะมาลูบหน้าอกของเขา
“เฮ้ออ!”
“โอ้ย โรสเจ็บนะคะ”
หญิงสาวที่ชื่อโรสถูกเคลย์ตันผลักอย่างแรงจนกระเด็นร่วงลงมากองที่พื้นเวสตันที่เห็นจึงตกใจที่พี่ชายกล้าทำแบบนี้
“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!”
“โรสขอโทษค่ะ”
เคลย์ตันจึงเดินออกจากห้องไปและมุ่งหน้ากลับเพ้นท์เฮาต์ที่จินนี่เคยอยู่กับเขา ชายหนุ่มหยิบรูปของหญิงสาวออกมาจากกระเป๋าเงินที่เขาแอบเก็บไว้รอยยิ้มสดใสที่ผ่านมาเขาเองที่มีความลับกับหญิงสาว
“พี่ขอโทษนะครับคนดี” ชายหนุ่มจูบไปที่รูปถ่ายและหลับตาลงนอนกอดหมอนที่หญิงสาวเคยหนุนนอนของทุกอย่างยังคงอยู่ที่เดิมเพื่อรอเจ้าของกลับมา
@ประเทศออสเตรเลีย
จินนี่นั่งดูข่าวและเลื่อนโทรศัพท์ไปมาอย่างเบื่อหน่ายหญิงสาวพอจะปรับตัวได้กับสภาพอากาศและวัฒนธรรมได้แล้วผ่านมาแล้วสี่เดือนที่หญิงสาวไม่ติดต่อกลับไปที่ประเทศจีนเลยไม่รู้ว่าพี่สาวเป็นยังไงบ้าง
“จินนี่ดูอะไรอยู่”
“ตกใจหมดเลยมีมี่”
อ้ายเหม่ยเพื่อนรูมเมทของหญิงสาวที่เริ่มสนิทกันเพราะเป็นชาวจีนด้วยกันทำให้คุยกันถูกคอและกลายเป็นเพื่อนกันในที่สุด
“ยังคงลืมไม่ได้สินะ คนเราไม่มีใครลืมได้หรอกมีแต่ไม่คิดถึงแล้ว”
“พูดเหมือนเคยอกหักมา”
“นี่ใคร นี่เจ้าแม่คำคม”
จินนี่จึงหัวเราะออกมาเพื่อนคนนี้มักทำให้เธอหายเศร้าไม่ว่าจะผ่านมาหลายเดือนแล้วแต่ในแต่ละวันจะหลับลงได้เธอคิดถึงแต่คำที่เขาบอกเลิก
“แต่งตัวค่ะ จะพาไปพาผู้ใหม่”
“แต่...”
“ไม่มีแต่เราสวยเราต้องมีผู้ใหม่”
อ้ายเหม่ยลากจินนี่เข้ามาที่ห้องแต่งตัวและเริ่มแต่งองค์ทรงเครื่องให้เพื่อนสาว จินนี่ที่ไม่อยากขัดเพื่อนจึงให้เพื่อนแต่งตัวได้ตามสบายเมื่อทั้งสองแต่งตัวเสร็จอ้ายเหม่ยจึงพาจินนี่มาที่ไนต์คลับเล็กๆไม่ไกลจากที่พัก
“เรามาสนุกกันเถอะ”
จินนี่ที่อยู่ในชุดเดรสสีดำเกาะอกผิวที่ขาวเนียนทำให้หญิงสาวดูเด่นขึ้นมาเพราะเป็นชาวเอเชีย ทำให้หนุ่มๆต่างกันเมียงมองมาที่โต๊ะของเธอ
“ทางนี้ แดนนี่”
อ้ายเหม่ยโบกมือให้กับเพื่อนชายที่สนิทจินนี่จึงหันไปยิ้มให้เพราะแดนนี่ก็เป็นเพื่อนที่เธอรู้จักและค่อนข้างสนิทกัน
“ลมอะไรถึงหอบนางฟ้ามาที่อโคจรได้”
“คนโสดเขาจะเที่ยวกัน”
จินนี่ที่เห็นเพื่อนเถียงกันจึงหัวเราะออกมาการที่หญิงสาวได้ออกมาใช้ชีวิตในที่ไม่มีใครรู้จักมันดีแบบนี้เอง ผู้คนมากมายต่างทำให้เธอลืมเรื่องที่เสียใจมาบ้าง
“น้ำครับคนสวย”
“ขอบคุณมากนะแดนนี่”
“ไปหน้าหม้อไกลๆ”
อ้ายเหม่ยพูดอย่างติดตลกเพราะแดนนี่เป็นคนเจ้าชู้แถมชอบปากหวานจีบหญิงสาวไปทั่ว เธอและจินนี่รู้ดีจึงไม่หลวมตัวไปกับคำเหล่านั้น
“โห่ แรงปากแบบนี้แหละระวังจะขึ้นคาน”
“ตบปากตัวเองเดี๋ยวนี้เลย!”
แดนนี่เมื่อเห็นอ้ายเหม่ยเริ่มโกรธจึงหัวเราะอย่างมีความสุขเขาแปลกใจเมื่อไรที่ได้แหย่หญิงสาวทำให้เขามีความสุขทุกครั้งเขาคงไม่ตกหลุมรักหญิงสาวตรงหน้าหรอกนะ
“เลิกทะเลาะกันได้แล้ว”
จินนี่ที่เห็นเพื่อนสาวเริ่มโกรธจึงรีบไปห้ามไว้อยู่ด้วยกันก็ทะเลาะกันพอแยกกันไม่เจอหน้าก็บ่นคิดถึงกันหากว่าทั้งสองไม่ใช่เพื่อนกันหลายคนคงคิดว่าเป็นคู่รักที่กำลังทะเลาะกัน
“แดนนี่ปากมอมก่อน”
“ทะเลาะกันบ่อยๆระวังจะรักกัน”
“ไม่มีทาง!”
แดนนี่จึงอมยิ้มออกมาหรือว่าเขาจะตกหลุมรักสาวห้าวคนนี้เข้าแล้ว สายตาที่จ้องมองหญิงสาวแบบลึกซึ้งทำให้จินนี่พอจะรู้ว่าเพื่อนคนนี้คิดยังไงกับอ้ายเหม่ย
“ไม่รีบจีบระวังเขาจะไปกับคนอื่นนะ”
เมื่อเห็นว่ามีชายอื่นเดินมาขอเบอร์แดนนี่จึงรีบเข้าไปขวางไว้ เขาทำแบบนี้ทุกครั้งบางทีอ้ายเหม่ยก็ไม่รู้ว่าเขาแอบตามดูหญิงสาวอยู่ห่างอีกไม่กี่เดือนก็จะเรียนต่างคนคงต่างไปทำหน้าที่ของตัวเอง เขาต้องรีบทำอะไรสักอย่าง