บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 กราบลาคุณท่าน

หลังจากคิดทบทวนอยู่หลายคืนจนได้คำตอบที่ตกผลึกแล้วให้กับตัวเอง กับการตัดสินใจในครั้งนี้ หลังจากเจ้าหน้าที่กรมธรรม์โทรหาเธอให้ติดต่อเรื่องรับเงินประกันชีวิตที่ผู้เป็นย่าแอบทำไว้ให้ และเงินก้อนสุดท้ายจากย่านี้เองที่จะพาเธอและลูกออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ หลังจากหาบ้านเช่าได้เรียบร้อยแล้ว

หากเธออยู่ที่นี่ต่อไป แน่นอนว่าท้องของเธอก็ต้องโตขึ้นเรื่อย ๆ ไม่นานความจริงก็จะปรากฏ และไม่รู้ว่าหลังจากยวนใจกลับมาทำงานต่อนางจะทำอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น หากให้เธอคาดเดานางต้องอ้างสิทธิ์ความเป็นป้าและเรียกค่าทำขวัญจากเจ้านายเป็นแน่

มุกดาเองเกิดมาท่ามกลางความไม่ได้ตั้งใจของพ่อและแม่ แต่เธอโชคดีที่มีย่า ลูกของเธอก็เกิดมาจากความไม่ได้ตั้งใจเช่นเดียวกัน และเธอจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกถึงแม้วันข้างหน้าสิ่งที่เธอเลือกมันอาจไม่ได้เป็นอย่างที่เธอหวัง แต่เธอจะทำให้ลูกมีความสุขที่สุดเท่าที่จะทำได้

ส่วนคนที่เป็นพ่อของลูกนั้นเธอคาดเดาไม่ได้จริง ๆ ว่าเขาจะทำอย่างไรหากรู้เรื่องนี้ ซึ่งเขาเองก็มีคนรักอยู่แล้ว แน่นอนว่าเขาคงไม่ได้ยินดีกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้แน่

“ลูกเมียเก็บ”

“ลูกเมียน้อย”

“ลูกนางบำเรอ”

“แม่แกเป็นคนใช้ในบ้านไม่ใช่เหรอ?”

“แม่แกเป็นพนักงานในบริษัทที่ท้องแกโดยไม่ได้ตั้งใจ”

เธอจะไม่มีวันให้คำพูดเหล่านี้เกิดขึ้นกับลูกของเธอโดยเด็ดขาด

ภูวนาถมองหญิงอ่อนวัยที่นั่งอยู่ตรงหน้าหัวคิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

“จะย้ายไปอยู่ที่ไหนล่ะ?” เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ทำไมเขาถึงรู้สึกเอ็นดูเด็กผู้หญิงคนนี้กันนะ

“ไม่ไกลจากนี้มากหรอกค่ะคุณท่าน เพื่อนมุกตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือด้วยกันเขามาหางานทำและชวนมุกไปอยู่เป็นเพื่อนค่ะ”

การโกหกสีขาว คือการโกหกที่ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร เธอบอกตัวเอง

“มุกกราบขอบพระคุณคุณท่านสำหรับความเมตตาที่มีให้มุกนะคะ” เธอยกมือขึ้นไหว้ซาบซึ้งในบุญคุณอย่างจริงใจ

“ยวนใจรู้หรือยัง?”

“ยังไม่ทราบค่ะคุณท่าน ป้ายวนมีเรื่องต้องกังวลหลายเรื่อง มุกไม่อยากกวนใจค่ะ”

“เมื่อเธอตัดสินใจแล้วก็ขอให้โชคดีก็แล้วกัน”

“รอฉันครู่เดียวนะ” ชายสูงวัยเดินขึ้นไปบนห้องสักพักก็เดินกลับลงมาพร้อมบางอย่างที่ถือในมือและยื่นให้เธอ

“รับไปสิ”

มุกดายื่นมือออกไปรับทั้งที่ไม่รู้ว่าคืออะไร ก้มอ่านกระดาษในมือที่เพิ่งรับมาจากคุณท่าน พร้อมหัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันพร้อมกับยื่นส่งคืนให้ทันที

“คุณท่านคะ คือ…”

“รับไปเถอะคิดเสียว่าเป็นรางวัลจากฉันก็แล้วกัน”

“แต่มันเยอะไปค่ะ มุกไม่กล้ารับไว้หรอกค่ะคุณท่าน”

“ผู้ใหญ่ให้ของก็ต้องรับไว้ ฉันไม่ได้เที่ยวให้ใครสุ่มสี่สุ่มห้านะ ถือเป็นรางวัลจากการทำความดีของเธอก็แล้วกัน”

“….”

ใบหน้าสวยลังเลอยู่อย่างนั้น กับ “เช็คเงินสด” ตรงหน้าที่ระบุตัวเลขหกหลัก พร้อมเจ้าของเช็คที่ยังยืนยันให้เธอรับไว้ให้ได้

สองมือพนมไหว้ก้มศีรษะลงจรดปลายนิ้วที่มาพร้อมกับน้ำใส ๆ ที่คลออยู่ในตาที่เกิดจากความปลื้มปีติในความเมตตาของชายสูงวัยที่ไม่ใช่เป็นเครือญาติแต่มีเมตตาจิตให้เธอเสมอโดยไม่มีข้อแม้เลยสักข้อ

“ขอบคุณค่ะคุณท่าน” ทั้งที่ไม่อยากรับไว้ถึงแม้จะจำเป็นกับเธอมากก็ตาม

ภูวนาถที่รอคอยการเอ่ยขอจากหญิงสาวตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้นที่เขากลับเข้ามาบ้านในระหว่างที่ยวนใจและมุกดากำลังปะทะคารมกันอยู่ และรอดูว่าหญิงสาวจะทำได้ดังคำพูดของเธอหรือไม่

และวันนี้เป็นคำตอบแล้ว หล่อนมาลาออกและจะย้ายไปอยู่ที่อื่นโดยไม่ได้พูดถึงเรื่องคืนนั้นหรือเรื่องเงินกับเขาด้วยซ้ำ เงินก้อนนี้ถือเป็นการทำขวัญให้หล่อนก็แล้วกัน และอีกอย่างเรื่องชู้สาวมันไม่เข้าใครออกใคร ถือเป็นการตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลมไว้ก่อนที่ปัญหาจะตามมา และเลือกที่จะไม่พูดอะไรกับเธอเกี่ยวกับคืนนั้น และคิดว่าเด็กสาวคนนี้คงไม่สร้างความวุ่นวายให้กับภูวดลในวันข้างหน้าเป็นแน่

ขนุนที่นั่งร้องไห้เมื่อได้ยินคำบอกเล่าของมุกดากับการย้ายออกจากบ้านอัครเทพโดยไม่มีสัญญาณมาก่อน แต่มือก็ยังคงช่วยเพื่อนเก็บข้าวของลงกระเป๋าอยู่ดี

“สัญญานะมุกว่าจะนัดเจอกัน”

“อือ…สัญญา”

“มีอะไรโทรหาฉันได้ตลอดนะ” เสียงแหบแห้งจากการร้องไห้ของขนุน

มุกดาพยักหน้าดวงตาเริ่มแดงก่ำพร้อมน้ำใสๆ ที่เอ่อขึ้นเต็มขอบตาแต่ใบหน้ายังมีรอยยิ้มส่งให้ขนุน

สองสาวโอบกอดร่ำลาซึมซับความผูกพัน ถึงแม้จะรู้จักกันเพียงไม่นานแต่เหมือนสนิทมาเป็นแรมปี กว่าจะเจอคนที่รู้ใจก็ต้องจากกันไปเสียแล้วในเวลาเพียงไม่นาน

สัปดาห์แรกของการย้ายบ้านคือการสาละวนจัดข้าวของให้เข้าที่เข้าทาง ในทาวน์เฮ้าส์ชั้นเดียวกะทัดรัดที่แลดูอบอุ่น เพียงแค่คิดว่าเด็กน้อยจะออกมาวิ่งซนเล่นกับเธอก็เผลอยิ้มอย่างลืมตัวเสียแล้ว

สัปดาห์ต่อมาคือการจมอยู่กับหน้าจอมือถือในการหางานออนไลน์ที่ค่อนข้างมีข้อจำกัดเรื่องคุณสมบัติเพราะเธอตั้งท้องอยู่ ยังไงเสียก็ต้องประหยัดไว้ให้มากถึงแม้เงินสำรองที่เก็บไว้เป็นค่าพยาบาลหลังคลอดและสำหรับลูกน้อย แต่หากมีงานทำเพิ่มเติมเข้ามาก็น่าจะดีกว่า ไหนจะค่าฝากครรภ์และค่ายาที่ต้องไปหาหมอทุกเดือนอีกด้วย

และสุดท้ายสวรรค์ก็เป็นใจให้เธอได้งานเป็นเจ้าหน้าที่บัญชีชั่วคราวเพราะตั้งท้องอยู่ และจะพิจารณาการบรรจุเป็นพนักงานประจำหลังจากที่เธอคลอดและกลับมาเริ่มต้นงานใหม่อีกครั้ง

หลังจากโรงประกอบเปิดตัวเรียบร้อยอย่างเป็นทางการ ภูวดลถูกเรียกตัวกลับเมืองไทยเนื่องจากปัญหาสุขภาพของผู้เป็นพ่อ โดยมีภูวไนยสานต่อกิจการโรงประกอบที่ญี่ปุ่นให้

“มุกดาย้ายออกไปนานแล้วค่ะคุณดล”

คำบอกเล่าของขนุนสร้างความแปลกใจให้เขาไม่น้อย และงงเพิ่มเป็นสองเท่าเมื่อเรียกให้เธอเข้าพบที่ทำงาน และได้คำตอบจากหัวหน้างานของเธอว่าหญิงสาวลาออกไปทำงานที่อื่นแล้วเช่นเดียวกัน

“ไม่เรียกร้องอะไรเลยหรือยังไง”

นั่งพูดคนเดียวอย่างงง ๆ หรือไม่เธอก็อาจจะมีแฟนแล้ว ผู้หญิงสมัยนี้แปลกพิกล หรือแค่คิดว่าการได้นอนกับผู้ชายรูปหล่อโปรไฟล์ดีอย่างเขามันคือกำไรในชีวิตของพวกหล่อนหรือยังไง

เหมารวมผู้หญิงที่เคยรู้จัก ก็ดีเหมือนกันหากเรื่องนี้ถูกเปิดเผยสู่สาธารณะและขยายเป็นวงกว้าง ทายาทอัครเทพเมาจนขาดสติคว้าเด็กในบ้านขึ้นเตียง อธิบายไปใครเขาจะเชื่อแค่คิดก็ขนลุกแล้ว และหวังว่าเธอคงไม่เที่ยวโพนทะนาเรื่องเสียหายของตัวเองให้คนอื่นรู้เช่นเดียวกัน

5 ปีผ่านไป

เสียงกลองบวกกับเสียงแตรและแซกโซโฟนของขบวนพาเหรดงานกีฬาสี ที่กำลังเคลื่อนไปตามขอบสนามกีฬาของโรงเรียนอย่างคักคัก ทีมดรัมเมเยอร์ในชุดสวยหลากสีสันเดินนำหน้าขบวนพร้อมควงคฑาตามจังหวะกลองอย่างงดงาม

ด้านหลังวงดนตรีคือทีมกีฬาและกองเชียร์ที่แยกแถวตามป้ายสีที่ถือในมือของคนที่เดินนำหน้า เสียงก้องกังวานของคุณครูจากเครื่องกระจายเสียงของโรงเรียนประกาศบอกตารางการแข่งขันในวันนี้ พร้อมทั้งขอให้นักกีฬาแต่ละประเภทเตรียมความพร้อมหลังจากเสียงเพลงสงบลง

รถขนของขนาดใหญ่ของบริษัทอัครเทพวิ่งเข้าหน้าประตูโรงเรียน สิ่งที่บรรทุกมาด้วยคืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์มือสองสภาพใหม่เอี่ยมจากสำนักงานที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ซึ่งถูกเปลี่ยนใหม่ในทุกปีและจะนำไปบริจาคให้กับโรงเรียนที่ยังขาดแคลนสื่อการเรียนการสอน หลังจากยื่นเรื่องขอความอนุเคราะห์มา

“สวัสดีครับคุณภูวดล”

ทีมต้อนรับของโรงเรียนยกมือไหว้ด้วยความนอบน้อมอย่างสุภาพ พร้อมผายมือเชิญไปที่ห้องรับรองวีไอพีที่ทางโรงเรียนจัดไว้ต้อนรับ

“ผมรู้สึกยินดีอย่างมากที่ได้มีโอกาสต้อนรับคณะแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่เข้าเยี่ยมชมโรงเรียนของเราวันนนี้”

ผู้อำนวยการกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม หลังจากพาแขกเข้ามานั่งในห้องรับรอง

“ผมขอเป็นตัวแทนของคณะครูและเด็กๆ กราบขอบพระคุณสำหรับของรางวัลที่นำมามอบให้ทางโรงเรียนในวันนี้ รวมทั้งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และสื่อที่ใช้ในการเรียนการสอนที่สำคัญกับเด็ก ๆ มาก”

“และกราบขออภัยจากใจจริงหากการต้อนรับในวันนี้อาจจะขาดตกบกพร่องไปบ้าง”

“ไม่เป็นไรครับ”

“ไม่ต้องพิธีการอะไรให้ยุ่งยาก ง่าย ๆ สบาย ๆ เถอะครับ”

และหลังจากนั้นก็เดินเยี่ยมชมห้องเรียนที่จะนำอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ไปติดตั้งเพื่อใช้เป็นสื่อสำหรับการเรียนการสอนของเด็กๆ

อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ถูกขนเข้าจัดเก็บในอาคารซึ่งใช้เวลาไม่นานก็เสร็จสมบูรณ์ หลังจากถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่เรียบร้อย ทีมต้อนรับได้เชิญให้ทานอาหารร่วมกันที่ทางโรงเรียนจัดเตรียมไว้ให้ โดยบอสใหญ่ภูวดลปลีกตัวออกมาคุยสายเรื่องงานด้านนอก

บรรยากาศในงานกีฬาสียังคงคึกคักต่อเนื่องถึงแม้จะอยู่ในช่วงพักทานอาหารกลางวันของเด็กๆ เสียงหัวเราะวิ่งไล่หยอกล้อยังคงดังเซ็งแซ่ บวกกับเสียงเพลงจังหวะสนุกสนานที่เปิดคั่นรายการแข่งขันให้เด็กๆ ได้ผ่อนคลาย นักกีฬาที่จะลงแข่งในช่วงบ่ายเริ่มลงอุ่นร่างกายที่ข้างสนามแล้ว

ภูวดลถือโอกาสนั่งพักมองภาพเด็กๆ วิ่งเล่นหลังจากวางสายสนทนา การใช้เวลาให้คุ้มทุกวินาทีมันเหนื่อยไม่ใช่เล่น บางครั้งการได้ปล่อยสมองให้หยุดพักกับเรื่องไร้สาระบ้างมันช่างโคตรรู้สึกดี เช่นเวลานี้

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาออกมามอบทุนการศึกษาและของบริจาคให้กับเด็กๆ ถึงที่ จะถือว่าเป็นการทำพีอาร์เพื่อภาพพจน์ก็ว่าได้ แต่เรื่องธุรกิจบางครั้งมันก็จำเป็นและตอนนี้เขาก็รับตำแหน่งบอสใหญ่ของอัครเทพสาขาในประเทศซึ่งภาพลักษณ์นั้นก็สำคัญมาก

ในมือกำซองขนมที่เด็กนักเรียนขอแลกกับหมวกแกปของเขาที่ทางโรงเรียนมอบให้เป็นของที่ระลึกแทนคำขอบคุณ พลันสายตามองไปเห็นเด็กชายที่แอบอยู่ตรงพุ่มไว้ด้านหน้า และเด็กอีกสองสามคนวิ่งตามหาคนตัวเล็กที่ซ่อนอยู่

เด็กชายตัวน้อยหันมาทางเขาพร้อมยกนิ้วชี้วางที่ริมฝีปากเป็นสัญลักษณ์ไม่ให้เขาพูด คนที่ตามหาก็วิ่งผ่านเลยไป

“ขอบคุณนะครับที่ไม่บอกว่าผมอยู่ตรงนี้”

ส่งยิ้มตอบกลับไปแทนคำพูด เด็กชายนั่งลงข้างเขาพร้อมถอนหายใจ

“ไม่ไปเล่นต่อล่ะ?” ถามและมองหน้าเด็ก

“ผมไม่ชอบเล่นซ่อนแอบ ผมชอบเตะบอลมากกว่า”

“ก็ทำไมไม่เล่นเตะบอลกันล่ะ?”

“วันนี้พี่เขาแข่งกีฬาไม่ให้อนุบาลเข้าไปวุ่นวาย” สีหน้าผิดหวัง

“อยู่อนุบาลเหรอ?”

เด็กชายพยักหน้าตอบ

“คุณลุงมารับลูกหรือมาเชียร์กีฬาครับ?” ชวนคุยตามประสาเด็กแต่คำพูดและท่าทางช่างโตกว่าอายุ ภูวดลเห็นความเหงาในแววตาสดใสนั้นที่แวบออกมาให้เห็นครู่หนึ่ง

“เปล่า…เอ่อ…มาธุระน่ะ”

ในใจนึกเอ็นดูเด็กน้อยช่างพูดตรงหน้าคนนี้

“ชื่ออะไรน่ะเรา?” เอ่ยถามเด็กชาย

“ชื่อภูครับ”

“คุณลุงชื่ออะไรครับ?”

“ชื่อดล”

“ชื่อจริงล่ะครับ…ที่คุณครูเรียกน่ะครับ”

ภูวดลหัวเราะมุมปากในความเดียงสาก่อนจะตอบอย่างอ่อนโยน

“ภูวดล”

“ชื่อคล้ายผมเลยครับ”

“ภูวดล กับ ภูวภัส”

“ผมชื่อเด็กชาย ภูวภัส พิกุลเดช ครับ แม่ผมตั้งให้”

“อือ…เพราะดี”

คนฟังพยักหน้า แกะซองขนมในมือกำลังจะหยิบเข้าปากชิมนึกขึ้นได้ก่อนคลี่ซองขนมออกอ่านฉลากกำกับดูส่วนผสม

“เกือบไปแล้ว”

และยื่นขนมให้เด็กตรงหน้า

“ชิมไหม?”

“ขอบคุณครับ”

เด็กชายหยิบขนมในมือเขาส่งเข้าปากตัวเองและเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยทันที พร้อมชวนสนทนาต่อเหมือนคนคุ้นเคยกัน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel