บทย่อ
หลังจากเหตุการณ์ในคืนนั้นผ่านไปห้าปี เจอกันอีกครั้งเธอเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว แถมเจ้าตัวเล็กยังหน้าตาคล้ายเขาตอนเป็นเด็ก เหมือนพิมพ์เดียวกันไม่ผิดเพี้ยน การตามหาความจริงจึงเกิดขึั้น
อีกหนึ่งชีวิตที่เพิ่มเข้ามา
“สวัสดีจ้ะ เด็กน้อยที่น่ารักของแม่”
“วันนี้เป็นวันที่แม่มีความสุขที่สุดในโลกที่รู้ว่ามีหนูอีกหนึ่งชีวิตที่จะเกิดมาบนโลกนี้ ในท้องของแม่ ที่เราจะพบกันในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แม่จะรอวันนั้น ไม่ว่าหนูจะเป็นเด็กหญิงหรือเด็กชายก็ไม่สำคัญอะไรเลย สิ่งสำคัญที่สุดคือเราจะมีกันและกันท่ามกลางความรักมากมายที่แม่จะมอบให้หนูจนหมดหัวใจ แล้วพบกันนะคะ ดวงใจของแม่”
แม่มุกดา
พร้อมลงวันที่กำกับไว้ให้หนูน้อยได้มาเปิดอ่านเมื่อเติบใหญ่
มุกดา ปิดสมุดบันทึกลงพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าพร้อมกับน้ำใส ๆ แห่งความปลื้มปีติที่เอ่อล้นดวงตาคู่สวยนั้น การเดินทางอย่างโดดเดี่ยวได้สิ้นสุดลงแล้ว ต่อจากนี้หัวใจของเธอจะไม่แห้งเหี่ยวอีกต่อไป มือลูบวนที่หน้าท้องอย่างมีความสุขและคาดเดาใบหน้าของเด็กน้อยไปต่าง ๆ นานา ทั้งที่ยังเป็นก้อนเลือดอยู่ในนั้น
คำว่าครอบครัวที่เธอรอคอยมาแสนนานกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ย่าของเธอที่เป็นครอบครัวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ ลูกจะมาเติมเต็มความรักและคำว่า “ครอบครัว” ครั้งใหม่ให้กับเธออีกครั้ง ถึงแม้ว่าจะมีกันอยู่แค่สองคนก็เพียงพอแล้ว แค่นี้ก็ทำให้หัวใจอันโดดเดี่ยวพองโตและชุ่มฉ่ำขึ้นมาได้อย่างอัศจรรย์
“คุณตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้วครับ”
คำพูดของคุณหมอยังวนเวียนอยู่ในหัวและวันทั้งวันก็ยังอิ่มเอิบอยู่ในใจด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียว
เธอวางแผนอนาคตสำหรับตัวเองและลูกไว้แล้วหลังจากนี้ว่าจะดำเนินต่อไปอย่างไร ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่มาอาศัยอยู่ที่นี่ บ้านอัครเทพ กับชายชราเจ้าของบ้านที่ร่ำรวยและเปี่ยมล้นด้วยจิตเมตตา
สิ่งที่เธอตั้งใจไว้หลังจากนี้คือ กราบลา “คุณท่าน” และพาดวงใจน้อย ๆ ที่อยู่ในท้องของเธอออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ก่อนที่ยวนใจผู้เป็นป้าของเธอจะกลับมาจากต่างจังหวัด
ป้ายวนใจ คือป้าสะใภ้ของมุกดาที่มาทำงานเป็นแม่บ้านในบ้านอัครเทพ หลังจากที่สามีของหล่อนคือผู้เป็นลุงของมุกดาเสียชีวิตลง ยวนใจต้องมาหางานทำเพื่อส่งเงินเป็นค่าเล่าเรียนให้ลูกชายที่อยู่กับย่าที่โคราช ในตอนนั้นที่ย่ายังคงมีชีวิตอยู่
และวันชัยก็คือส่วนหนึ่งที่ทำให้มุกดาต้องมาอยู่ที่นี่ ที่บ้านอัครเทพแห่งนี้
หนึ่งปีที่แล้ว
ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นที่ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำที่แสนเจ็บปวด เมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพายใบเล็กดังขึ้นขณะที่เธอกำลังเดินทางออกจากหอพักเพื่อกลับไปบอกข่าวดีกับผู้เป็นย่า ว่าผลสอบเทอมสุดท้ายออกแล้ว ผลคือเธอสอบผ่านทุกวิชาและจบหลักสูตรเรียบร้อย เธอเรียนจบแล้ว
“พรุ่งนี้เช้ามุกจะกลับไปหาย่า มีข่าวดีจะบอกย่าด้วยนะ”
บอกหญิงชราอย่างตื่นเต้นก่อนจะวางสายสนทนาไปพร้อมกับรอยยิ้ม
ความตั้งใจของหญิงสาวคือจะกลับไปหางานทำใกล้ ๆ บ้านเพื่อจะได้ดูแลหญิงแก่ชราที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก หลังจากที่พ่อกับแม่มีเธอโดยไม่ได้ตั้งใจและเลิกรากันไป แม่ทิ้งเธอไว้กับผู้เป็นย่าหลังจากคลอดเธอได้เพียงแค่เดือนเดียวเท่านั้น ต่อมาไม่นานพ่อก็เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเมาแล้วขับ
“ฮัลโหล ว่าไงว่าน” กดโทรศัพท์รับสายเข้าจากเพื่อนรักสมัยปฐม
(“มุกเอ็งถึงไหนแล้ว?”)
“อยู่บนรถใกล้ถึง บ.ข.ส. แล้ว มีอะไรรึเปล่า?”
(“ตอนนี้ย่าเอ็งอยู่โรงพยาบาลแล้วรีบมาเร็ว ๆ เข้า”)
เหมือนโดนสายฟ้าฟาดลงตรงกลางใจ เธอถึงโรงพยาบาลหลังจากนั้นเพียงไม่นานแต่มันสายไปเสียแล้ว
“ทำใจเถอะวะไอ้มุกย่าไปสบายแล้ว” คำปลอบใจจากเพื่อน
“ทำไมย่าจากไปเร็วแบบนี้…ทำไม?
เสียงสะอื้นให้ด้วยดวงใจที่แตกสลายกับข่าวร้ายที่สุดในชีวิต น้ำตาไหลอาบสองแก้มนวลประหนึ่งว่าเขื่อนแตกก็ไม่ปาน โลกมืดมนไปชั่วขณะ เจ็บปวดเหมือนหัวใจจะหยุดเต้นถึงแม้ผู้เป็นย่าจะแก่ชราด้วยวัยไม้ใกล้ฝั่งและทำใจไว้บ้างแล้วว่าสักวันการจากลาก็ต้องมาถึง แต่มันไม่ควรเป็นวันนี้
“แล้วมุกจะอยู่กับใคร?”
เธอโผเข้ากอดเพื่อนรักด้วยความหดหู่ในดวงใจที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ ว่าความเสียใจของเธอมันมากมายเพียงใด
ย่ามาลัยที่ช็อกหนักเมื่อรู้ว่าบ้านที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่เด็กและเป็นมรดกชิ้นสุดท้ายที่จะเก็บไว้ให้มุกดา ถูกวันชัยแอบเอาไปจำนองนอกระบบ รู้ตัวอีกทีเจ้าหนี้ก็มายึดถึงบ้านเสียแล้ว ทำให้ย่าที่มีปัญหาเรื่องหัวใจบวกกับความดันและด้วยวัยชราไม่สามารถตั้งรับเรื่องราวไว้ได้ทัน ต้องหามส่งโรงพยาบาลและจากโลกนี้ไปโดยไม่มีคำลากับเธอแม้เพียงคำเดียว
หลังจากงานศพส่งย่าผู้เป็นที่รักสู่สรวงสวรรค์แล้ว เธอก็ออกเดินทางเข้ากรุงเทพพร้อมกับยวนใจทันที
“คุณท่านใจดีมากนะให้มุกไปพักอยู่ที่บ้านได้ระหว่างที่หางานทำ”
“ขอบคุณนะคะป้ายวน”
ยวนใจที่เป็นธุระจัดการขอให้เธอมาพักอาศัยอยู่บ้านเจ้านายก่อน ในขณะที่มุกดายังหางานทำไม่ได้ ในเมื่อไม่มีที่ไปและไม่มีเงินทุนสำรองสักแดงเดียวบวกกับความเสียใจที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ทำให้ทุกอย่างที่วางไว้มันพังทลายลงไปพลอยทำให้สมองมันตื้อคิดอะไรไม่ออก และตัดสินใจตามคำแนะนำของยวนใจทันที
ยวนใจไม่ได้มีจิตใจที่ดีมีเมตตากับหญิงสาวอะไรเบอร์นั้น ข้อนี้เธอรู้ซึ้งในใจเป็นอย่างดีกับป้าสะใภ้เห็นแก่ตัวที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก แต่เนื่องด้วยบ้านไม้หลังเก่าทรุดโทรมมรดกชิ้นเดียวของย่ามาลัยที่โดนยึดไป สาเหตุเกิดจากวันชัยลูกชายที่รักของนางและกลัวว่าหญิงสาวจะฟ้องร้องเอาความ
แต่มุกดาไม่ได้ทำอย่างนั้นถึงแม้ในใจจะอยากเต็มที เนื่องด้วยเห็นแก่ผู้เป็นลุงที่ล่วงลับไปแล้วที่เคยเลี้ยงดูเธอเช่นเดียวกับย่ามาลัยซึ่งบุญคุณนั้นก็มีมากโขอยู่ และทุกคนก็ใช่ว่าจะเห็นดีเห็นงามกับวันชัย เหตุมันเกิดขึ้นแล้ว เสียแล้วก็เสียกันไปเริ่มต้นใหม่ก็แล้วกัน
บ้านอัครเทพ
มุกดานั่งพับเพียบอยู่ที่พื้นเงาวาววับสะอาดสะอ้านข้างกายคือยวนใจผู้เป็นป้าสะใภ้ บนโซฟาหรูด้านหน้าคือชายชราผู้อาวุโสของบ้านอัครเทพ “คุณท่าน” คือชื่อที่ยวนใจเรียกและบอกให้เธอรับรู้หรือ ภูวนาถ ประธานบริษัทเจ้าของธุรกิจไอที รวมทั้งบริษัทนำเข้าอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย
“ชื่ออะไรล่ะ?” น้ำเสียงที่แฝงด้วยความอบอุ่นและมีเมตตา
“มุกดาค่ะ” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มสุภาพจากใบหน้าสวย
“เห็นยวนใจบอกว่าเพิ่งเรียนจบและกำลังหางานทำอยู่”
“ใช่ค่ะคุณท่าน”
“ถ้าหางานยังไม่ได้ก็ไปฝึกงานที่บริษัทก็แล้วกัน”
มุกดาเงยหน้าที่ก้มอยู่น้อย ๆ ขึ้นมองหน้าผู้พูดอย่างตื่นเต้นจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่ทันทีที่ผู้สูงวัยพูดจบ
“วันจันทร์ก็ให้นายเริงพาไปก็แล้วกัน”
“ขอบคุณค่ะคุณท่าน”
ยกมือไหว้พร้อมแววตาที่ไหวระริกด้วยความดีใจ ริมฝีปากเหยียดยิ้มจนเห็นฟันขาว เธอมีงานทำแล้วและมีที่พักอีกด้วย ถือว่าเป็นข่าวดีหลังจากเพิ่งผ่านข่าวร้ายมาหมาด ๆ ที่พอจะทำให้หัวใจที่แห้งเหี่ยวมีแรงลุกขึ้นสู้ต่อได้
การมาพักอาศัยอยู่ที่นี่ตามที่ยวนใจบอกกับหญิงสาว คือเธอต้องทำงานบ้านและดูแลคุณท่านช่วยป้ายวนใจ ซึ่งไม่ใช่ปัญหาสำหรับมุกดาเลยสักนิด ดวงตาส่งประกายแวววาวอย่างมีความสุขในใบหน้าอิ่มเอิบนั้น
“ภรรยาคุณท่านเสียไปเมื่อหลายปีมาแล้ว”
“คุณท่านมีลูกชายสองคน”
“คนโตชื่อคุณ ภูวไนย แต่งงานแล้วมีลูกสาวหนึ่งคนชื่อ คุณแอนเดรีย ดูแลบริษัทในเครืออยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น”
“ลูกชายคนเล็กชื่อคุณ ภูวดล ยังไม่แต่งงานพักอยู่ที่คอนโดนาน ๆ จะกลับมาบ้านสักครั้ง” คือคำบอกเล่าของป้ายวนใจ
เสียงสนทนาของสองหนุ่มสาวจากห้องนั่งเล่นที่ไม่คุ้นหูทำให้มุกดาเดินมาชะเง้อมองที่ข้างประตูห้องครัวอย่างระมัดระวัง เพราะหากเป็นแขกสำคัญของคุณท่านจะเป็นการเสียมารยาท แต่วันนี้เป็นวันหยุดคุณท่านไม่รับแขกนี่นาเธอคิดในใจ
“แอบมองอะไรน่ะ?”
เสียงจาก ขนุน สาวใช้ในบ้านที่ย่องมาด้านหลังและกระซิบข้างหูแกล้งเธอ ตามด้วยเสียงหัวเราะคิกคักที่สกัดกั้นไว้ไม่กล้าปล่อยเต็มเสียง เหตุเพราะกลัวว่าจะไปรบกวนเจ้านายที่อยู่ในห้องนั่งเล่นด้านใน
“ตกใจหมดเลยขนุน…เฮ้อ”
ดุขนุนด้วยสายตาพลางยกมือทาบอกพร้อมกับถอนใจหาย แต่คนแกล้งกลับหัวเราะชอบใจ
“คุณดลกับคุณ ลลิตา เธอยังไม่เคยเจอนี่นา”
“ลูกชายคนเล็กของคุณท่าน” ขนุนอธิบายในสิ่งที่เธอสงสัย
“แล้วนั่นแฟนคุณดลเหรอ?”
“ก็อาจจะอะนะ…ไม่รู้สิ”
“อ้าว”
“คุณดลเขาไม่ค่อยได้กลับบ้านน่ะอยู่ที่คอนโดเลยไม่รู้ นานๆ จะกลับมาที แต่ก็เห็นมีผู้หญิงมาด้วยหลายคนเลยไม่รู้ว่าคนไหนเป็นแฟน”
“อ๋อ….” พยักหน้ารับรู้
“ภูวดล อัครเทพ” นักธุรกิจหนุ่มโสดรูปหล่อไฟแรง ที่สาว ๆ ต่างหมายตาอยากจะได้ตำแหน่งสะใภ้เล็กของบ้านอัครเทพ หากเขียนรายชื่อลงคิวคงยาวเป็นหางว่าว แต่พ่อเนื้อทองก็ยังคงครองสถานะโสดเรื่อยมา แม้กระนั้นสาวสวยโปรไฟล์ดีทั้งหลายก็ยังยินดีที่จะเป็นคู่ควงของเขาแม้เพียงไม่นานก็ตาม
มุกดาที่มือวางแนบขอบประตูโผล่แค่หน้าออกมาแอบดูเจ้านายน้อย ที่นั่งพิงพนักโซฟายกขาอีกข้างพาดเข่าด้วยท่าทีสบาย ขนุนถือถาดเครื่องดื่มเดินตรงไปที่ห้องนั่งเล่นและวางลงตรงหน้าสองหนุ่มสาว และเดินกลับเข้ามาในครัว
ขนาดมองไกล ๆ ออร่าความหล่อยังเปล่งประกายมาถึงนี่เลย ใบหน้าคมเข้ม รูปร่างสมส่วนกำยำดูแข็งแรง ถึงจะเก็บรายละเอียดจากมุมไกลแต่คิดว่าอยู่ใกล้คงหล่อไม่ใช่เล่น ก็ไม่แปลกที่คนหล่อจะเลือกได้ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในครัวช่วยขนุนทำกับข้าว
“ดลคะลิต้ามีตั๋วหนังวันนี้เราไปดูกันนะคะ เรื่องนี้เพื่อน ๆ บอกสนุกมากเลย”
“ลิต้าเช็คแล้วมีรอบดึกสองรอบค่ะ”
ลลิตาเอ่ยปากชวนชายหนุ่มพร้อมรอยยิ้มสดใสและลุ้นคำตอบในใจอยู่ ผ่านไปหลายปีแล้วที่เธอและเขารู้จักกันมาตั้งแต่สมัยที่ภูวนาถ และ เกรียงเดช พ่อของทั้งสองฝ่ายที่คุ้นเคยกันผ่านทางเครือข่ายธุรกิจ และคอยช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันเรื่อยมาจนกระทั่งสองหนุ่มสาวเรียนจบมหาวิทยาลัย
ผู้เป็นพ่อต่างทาบทามและตกปากรับคำให้สองหนุ่มสาวหมั้นหมายกันในอนาคต เพื่อความเป็นปึกแผ่นของธุรกิจ แต่เป็นเพียงแค่ความคิดของผู้ใหญ่เท่านั้น ภูวดลยังคงเป็นชายหนุ่มผู้รักอิสระและเมินเฉยกับความสัมพันธ์โดยไม่มีท่าทีว่าจะหมั้นหมายกับเธอแม้แต่น้อย มีเพียงเธอเท่านั้นที่คอยคะยั้นคะยอ เกรียงเดชผู้เป็นพ่อให้เร่งรัดกับภูวนาถก่อนที่เธอจะเสียเขาไปให้หญิงอื่น
ลลิตาทำทุกอย่างเพื่อที่จะมัดใจชายหนุ่มหรือจะบอกว่าจับก็น่าจะเหมาะกว่า เธอเฝ้าภาวนาขอให้ตั้งท้องทายาทของเขาแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่บรรลุผลตามที่เธอหวัง ภูวดลระวังตัวและป้องกันอยู่เสมอ ความปรารถนาครอบครองรักจากเขานั้นช่างดูริบหรี่เหลือเกินสำหรับลลิตา
“ผมเหนื่อยอยากพักผ่อนมากกว่างานหนักมาทั้งอาทิตย์เลย”
“คุณไปกับเพื่อน ๆ เถอะ” ตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“ดลไม่ไปลิต้าก็ไม่ไป ไว้วันหลังค่อยไปก็ได้ค่ะ” เธอพยายามรักษาอารมณ์ของเสียงให้เป็นปกติ
“ผมจะให้คนขับรถขับไปส่งคุณ ผมรู้สึกปวดหัวไม่อยากขับ”
“พรุ่งนี้วันหยุดลิต้าไม่ได้ทำงานขอค้างกับคุณนะคะ” เธอออดอ้อน
ถึงแม้จะมีผู้หญิงหลายคนที่แวะเวียนมาหาเขา แต่จะไม่มีผู้หญิงคนไหนได้ค้างที่บ้านกับเขาเลยสักราย นี่คือสาเหตุที่เขาเลือกที่จะพักอยู่ที่คอนโด เพราะเลี่ยงที่จะโดนภูวนาถตำหนิในพฤติกรรมที่ผู้เป็นพ่อไม่ชอบเอาเสียเลย ถึงแม้เขาจะเป็นชายโสดก็เถอะ
“อย่าเลย…วันนี้รู้สึกจะมีแขกสำคัญของคุณพ่อมาบ้านน่าจะไม่เหมาะ” เขาโกหก
“คุณกลับไปก่อนดีกว่า”
ลลิตาชะงักกับคำปฏิเสธแบบไม่มีเยื่อใยใบหน้าแสดงความผิดหวังออกมาจนเห็นได้ชัด แต่แค่ครู่เดียวก็ต้องรีบปรับสีหน้าใหม่ทันที เพราะเธอรู้ดีว่าเขาไม่เคยง้อ
“ค่ะ” ก่อนจะกลับบ้านตามคำสั่งของเขาแบบไม่ค่อยเต็มใจนัก

