ตอนที่ 5 ตัวแทนของย่า
หญิงสาวยืนมือประสานกันอยู่ในห้องผู้บริหารพยายามควบคุมร่างกายให้เป็นปกติภายใต้ความกระวนกระวายภายใน ดวงตากลมโตบนใบหน้าสวยกลอกกลิ้งไปมา คอแห้งผากกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากประหนึ่งว่าอยู่ในห้องสอบปากคำ กับสายตาคมกริบและเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ ที่กำลังมองมาที่เธอเนิ่นนานโดยปราศจากคำพูด และเธอเดาอารมณ์เขาไม่ออกแม้แต่นิดเดียว
“เธอ…”
เขาเอ่ยออกมาทำลายความเงียบ และหญิงสาวเงยหน้าขึ้นมามองผู้พูดทันที ใจเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ลุ้นคำพูดที่เขาจะพูดต่อจากนี้
“เป็นอะไรกับป้ายวน?”
หลังจากได้ยินพยางค์ต่อมาแอบผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกแต่แค่นิดเดียวเท่านั้น
“อ๋อ ป้ายวนเป็นป้าสะใภ้ค่ะ”
“แล้วป้ายวนไปไหน?”
“กลับต่างจังหวัดค่ะ”
“จะกลับมาเมื่อไหร่?”
“มุกไม่ทราบค่ะ”
“กลับทำไมเธอรู้หรือเปล่า?”
“ลูกชายป้ายวนเกิดอุบัติเหตุค่ะ ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลค่ะ”
จริงๆ ชายหนุ่มไม่ได้สนใจเรื่องราวพวกนี้หรอกแค่อยากจะดูปฏิกิริยาของเธอเท่านั้นเอง
“เอ่อ…คุณดล…มีอะไร…กับป้ายวนหรือเปล่าคะ?”
ถามอย่างระมัดระวัง เขาไม่ตอบในทันทีแต่มองหน้าเธอนิ่งกะพริบตาช้าๆ ชวนให้เสียวสันหลัง
“เหมือนป้ายวนจะมีเรื่องคุยกับฉัน”
“อ๋อ…ไม่มีค่ะ…ไม่มี” เธอโบกมือพัลวัน
“เธอรู้ได้ยังไง?”
“เอ่อ…อ๋อมุกเดาเอาน่ะค่ะไม่เห็นป้ายวนพูดอะไร” พร้อมยิ้มแห้งๆ
“แล้วเธอมีอะไรจะพูดกับฉันหรือเปล่า?”
“ไม่มีค่ะ”
ตอบทันทีแบบไม่ต้องคิด แม้จะสงสัยว่าเขาถามแบบนี้เพื่ออะไรก็เถอะ ปฏิเสธไปก่อนน่าจะดีที่สุด
ภูวดลเอนหลังพิงพนักเก้าอี้นวมท่าทางผ่อนคลายแต่ใบหน้ายังคงเรียบเฉยพอๆ กับน้ำเสียง
“วันนี้ฉันจะกลับบ้านจะกลับพร้อมกันก็ได้นะ” เขาหยั่งเชิง
“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณคุณดลมากค่ะ”
“แต่มุกยังเคลียร์งานไม่เสร็จเลยคุณดลกลับก่อนได้เลยค่ะ”
“แล้วปกติเธอกลับยังไง?”
“นั่งรถเมล์ค่ะไปลงหน้าหมู่บ้านแล้วขนุนจะออกมารับค่ะ”
พยักหน้ารับรู้
“ถ้าวันไหนฉันกลับบ้าน ตอนเช้าเธอจะออกมาพร้อมกันก็ได้ รถฉันน่าจะสบายกว่ารถเมล์”
น้ำเสียงยังคงเรียบและใบหน้าที่ยังคงนิ่งเฉย สายตาจับจ้องใบหน้าคนตัวเล็กที่เขากำลังดูปฏิกิริยาของเธออยู่
“ขอบคุณค่ะ”
ตวัดสายตาขึ้นมองเขาและแกล้งยิ้มน้อยๆ สายตาล่อกแล่กไปมาเหมือนหัวขโมยที่มีความผิด พร้อมความคิดและคำถามในหัวมากมายที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด
“ถ้าไม่มีอะไรจะพูดก็กลับไปทำงานเถอะ”
“ค่ะ”
ค้อมศีรษะเล็กน้อยและรีบเดินออกจากห้องก่อนที่เขาจะเปลี่ยนใจเรียกกลับไปซักถามใหม่ เป่าปากผ่อนลมหายใจออกอย่างโล่งอก
สิ่งที่เธอกลัวที่สุดคือโดนไล่ออกจากงาน กลัวที่สองต่อมาคือโดนไล่ออกจากบ้านหากว่าเขาจำเรื่องราวในคืนนั้นได้ แต่ดูจากปฏิกิริยาแล้วเขาน่าจะยังไม่รู้ หรือเขาแค่ลองหยั่งเชิงเธอดูเท่านั้น
แต่บ้านเขารวยขนาดนี้ก็น่าจะมีกล้องวงจรติดไว้บ้างล่ะ หากมีกล้องเช็คดูก็ง่ายนิดเดียว แต่ในห้องนอนคงไม่มีหรอกกระมัง ปลอบใจตัวเอง
“ใครจะบ้าติดกล้องไว้ให้เห็นบนเตียงกันล่ะ”
ถึงเขาจะเมาก็คงไม่ถึงขั้นจำอะไรไม่ได้ ถ้ายังทำ….แบบนั้นกับเธอได้อยู่ คงมีแค่ในซีรี่ย์เท่านั้นหรือเปล่าที่จำไม่ได้กับเรื่องพรรค์นี้ หรือเขาจะรอถามยวนใจอีกทีกันนะ หรือเขารู้อยู่แล้ว
แต่เขาชวนเธอกลับบ้านพร้อมกัน และชวนเธอมาทำงานพร้อมกันตอนเช้า หรือว่า…เขารู้อยู่แล้วว่าเป็นเธอ?
อย่าบอกนะ…ว่าเขาติดใจ
เธอเองก็ไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน หรือสิ่งที่ยวนใจพูดมันจะเป็นจริง
“นางบำเรอของคุณดล”
ตาเบิกโพลงขึ้นมาเท่าไข่ห่าน
“ไม่มีทาง…มันจะไม่มีวันเป็นอย่างนั้นแน่นอน”
ความคืบหน้าการตั้งโรงประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ประเทศญี่ปุ่นใกล้เสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ภูวนาถเรียกประชุมใหญ่ผู้เกี่ยวข้องในการจัดตั้งคณะทำงานเตรียมความพร้อมรองรับโรงประกอบ ที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในอีกไม่นานนี้
และภูวดลจะต้องเฝ้าติดตามความคืบหน้าโครงการอย่างใกล้ชิดจนกว่าทุกอย่างจะลงตัวและสามารถดำเนินการตามระบบได้ โดยในระหว่างนี้เขาต้องบินไปมาเป็นว่าเล่นจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน
กระเป๋าเดินทางใบโตถูกลากขึ้นรถเตรียมพร้อมโดยพลขับสำเริง ส่วนเจ้าของกระเป๋านั้นยังคงนั่งสนทนากับผู้เป็นพ่อในห้องนั่งเล่น ก่อนจะเดินทางไปญี่ปุ่นในคืนนี้ ไม่ลืมหยิบกล้องวิดีโอที่แอนเดรียลืมไว้ตั้งแต่ครั้งก่อนติดมือไปด้วย ก่อนจะลาภูวนาถกลับคอนโดเพื่อเตรียมออกเดินทางเนื่องจากอยู่ใกล้สนามบิน
หลังจากกลับมาถึงคอนโดภูวดลนั่งตรวจรายงานผ่านหน้าจอมือถือที่ผู้ช่วยส่งมาให้ทางอีเมล เหลือเวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงกำหนดออกเดินทาง สายตามองเลยไปที่กล้องของแอนเดรียและเผลอยิ้มเมื่อนึกถึงความน่ารักของหลานสาว และคำสั่งจากสาวน้อยที่ลืมไว้ครั้งก่อนบอกให้อาดลเอามาให้เธอด้วย
หยิบสายชาร์ตมาเสียบแบตเตอรี่ไว้ให้เต็ม กะจะคืนให้เจ้าของกล้องแบบพร้อมใช้งานทันที เอนหลังปิดเปลือกตาลงพักผ่อนคลายก่อนออกเดินทาง
เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้นชายหนุ่มลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว กดสายหาคนขับรถให้เตรียมพร้อมรออยู่ด้านล่างคอนโด
กดปุ่มเปิดกล้องตรวจเช็คแบตเตอรี่ และเลื่อนดูภาพและวิดีโอที่แอนเดรียบันทึกไว้ด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เจ้าของกล้องจะโทรไลน์หาผู้เป็นอากำชับเรื่องกล้องของเธออีกครั้ง
“อาไม่ลืมหรอกนี่ไง”
เขาชูกล้องขึ้นให้เธอดูจนเด็กหญิงมั่นใจว่าผู้เป็นอาไม่ลืมอย่างแน่นอนก่อนจะวางสายไป
เสียงสนทนาจากเครื่องบันทึกวิดีโอที่เปิดค้างไว้ทำให้ชายหนุ่มหยิบกล้องขึ้นมาดู ภาพของสองหญิงต่างวัยยวนใจและมุกดาที่กำลังปะทะคารมกันอยู่ในห้องนั่งเล่นในบ้านของเขา
ภูวดลขมวดคิ้วมองภาพในกล้องและฟังเรื่องราวโต้ตอบกันไปมาระหว่างป้ากับหลาน ช่างเป็นมุมที่เหมาะเจาะพอดีอะไรปานนั้น แอนเดรียที่บันทึกภาพค้างไว้ก่อนจะวางกล้องและออกไปสนามบินเลยในวันนั้น และสิ่งที่เขาตั้งคำถามให้กับตัวเองก็ได้คำตอบแล้ว
“ฝีมือป้ายวนใจหรอกเหรอ”
ชายหนุ่มพึมพำคนเดียวนึกเห็นใจผู้หญิงตัวเล็กขึ้นมาทันที วันนั้นที่เขาเช็คกล้องวงจรปิดไม่ได้เช็คมาถึงช่วงเวลานี้ เพียงแค่เห็นมุกดาเดินเข้าห้องเขาในตอนกลางคืนและออกมาในเช้ามืดของอีกวันเท่านั้น
มุกดาขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำระหว่างที่รอผลตรวจหลังจากที่รอบเดือนของเธอขาดหายไป เก็บกล่องเปล่าชุดตรวจการตั้งครรภ์ใส่ในกระเป๋ากางเกงไม่กล้าแม้แต่จะโยนลงถังขยะเพราะกลัวขนุนจะเจอเข้าและต้องวุ่นวายกับการตอบคำถามอีก
แล้วถ้าเธอตั้งครรภ์ขึ้นมาล่ะจะทำยังไง?
ไม่หรอกน่า…หลังจากรู้สึกตัวตื่นในวันนั้นเธอก็รีบออกไปร้านขายยาทันทีไม่น่าจะพลาด
แล้วคุณดลได้ป้องกันหรือเปล่านะ?
มองนาฬิกาบนหน้าจอมือถือที่หยิบเข้าไปด้วยได้เวลาตามที่ฉลากข้างกล่องระบุไว้ สูดลมหายใจเข้าลึกเต็มปอดหลับตาแน่น ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มสนิทและเฝ้าภาวนาขอให้แท่งตรวจอย่างเป็นสองขีดเลย
หยิบแท่งตรวจขึ้นมาช้าๆ หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าออกวิ่งไปหน้าหมู่บ้านเสียอีก สายตาจับจ้องชุดตรวจในมือที่คว่ำผลตรวจลงด้านล่าง ค่อยๆ พลิกขึ้นมาทีละนิด พลันดวงตาคู่สวยก็เบิกโพลง หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เคว้งคว้างเหมือนใยสำลีที่ปลิวในอากาศ ลืมแม้กระทั่งการขยับตัวเหมือนถูกแช่แข็งไปชั่วขณะ
เมื่อเห็นเส้นสีแดงสองเส้นเรียงกันที่แท่งตรวจ
“ฉัน…ท้อง?”
เสียงลอดริมฝีปากออกมาอย่างแผ่วเบา เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นเต็มหน้าผาก มือเย็นเฉียบจนรู้สึกหวิวๆ คล้ายห้องน้ำมันโคลงเคลงได้ หลอดไฟนีออนมันขาวโพลนจนภาพเบลอไปหมด ทั้งตกใจ สับสน มึนงง และอีกหลากหลายความรู้สึกปนเปกันไปหมด
“จะทำยังไงดี?”
ถามตัวเองซ้ำๆ อยู่อย่างนั้นมือกำแท่งตรวจไว้แน่น
พรุ่งนี้หลังจากเลิกงานต้องไปตรวจที่โรงพยาบาลเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง แท่งตรวจอาจจะมีปัญหาจนทำให้ผลตรวจคลาดเคลื่อนก็เป็นได้ เธอพูดกับตัวเองหลังจากรวบรวมสติคืนมาได้
ภูวดลมองออกไปนอกหน้าต่างของเครื่องบินที่มีแต่ความมืดมิดของเวลากลางคืน ภาพจากกล้องวิดีโอของแอนเดรียแวบเข้ามาให้คิด ในครั้งหน้าที่กลับมาเมืองไทยความตั้งใจของชายหนุ่มคือจะเคลียร์เรื่องนี้กับยวนใจอีกครั้ง ส่วนผู้เสียหายยังไงเสียเขาก็คงไม่ใจร้ายกับเธอ ถึงแม้เขาเองจะเป็นผู้ถูกกระทำจากยวนใจเช่นเดียวกับเธอแต่อย่างไรเสียเขาก็เป็นผู้ชาย แต่เอาไว้ค่อยว่ากันอีกทีก็แล้วกัน
ดอกหญ้าสีหวานสดใสหลากชนิดที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ขึ้นแจมสลับกันราวกับถูกเนรมิตไว้ด้วยมือเทพ ปลิวไสวกระเพื่อมเป็นระลอกตามแรงลมในทุ่งลานกว้างช่างงดงามเหมือนภาพมายาในความฝัน
เสียงเด็กน้อยและหญิงชราพูดคุยหยอกล้อกันอย่างมีความสุขดึงดูดความสนใจของมุกดาให้เดินตามหาต้นตอของเสียงที่คุ้นหู ภาพข้างหน้าสร้างรอยยิ้มให้หญิงสาวขึ้นมาโดยอัตโนมัติ พร้อมกับหญิงชราและเด็กชายเจ้าของเสียงแห่งความสุขนั้นที่กำลังเก็บดอกไม้ช่อใหญ่รวบรวมไว้ในมือ หันมามองเธอพร้อมกันด้วยรอยยิ้ม
“แม่มาแล้ว”
หญิงชราหันไปมองเด็กน้อยและพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงอบอุ่น รอยยิ้มยังไม่เลือนหายไปจากใบหน้าที่แห้งเหี่ยวแต่อิ่มเอิบด้วยความสุข ภายใต้เส้นผมสีดอกเลานั้น
“แม่ครับ” เด็กชายเอ่ยขึ้นมองมาที่เธอพร้อมยื่นดอกไม้ในมือให้
“ไปหาแม่สิ” หญิงชราพูดพร้อมกับเดินจูงมือเด็กชายตัวน้อยตรงมาหามุกดา
“อยู่กับแม่นะ ย่าต้องไปแล้ว”
พูดจบก็ปล่อยมือเด็กชาย มุกดาเอื้อมมือไปรับช่อดอกไม้ในมือของหนูน้อยและจับมือนุ่มนิ่มนั้นมากุมไว้ ดวงตาใสแป๋วของเขาแหงนเงยขึ้นมองใบหน้าหญิงตรงหน้าที่เพิ่งเรียกเธอว่า “แม่” ด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสา พร้อมกับโบกมือลาหญิงชราที่กำลังจะเดินจากไป
“ย่าจะไปหาคะ?” เธอเรียกตามแต่ไม่มีคำตอบออกจากปากผู้เป็นย่า มีเพียงรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นเท่านั้นที่ส่งมาให้เธอ
“ย่า…” ตะโกนไล่หลังตามหญิงชราพร้อมก้าวขาวิ่งตามไป มือที่ยังไม่ปล่อยออกจากกันกับมือน้อยนั้น พร้อมเจ้าของร่างตัวน้อยที่วิ่งตามไปพร้อมกับเธอด้วย
“ย่า…เดี๋ยวก่อน…อย่าเพิ่งไป” ร้องสุดเสียงพร้อมกับร่างหญิงชราที่ค่อย ๆ ห่างออกไปจนลับตา
“ย่า…”
ลุกพรวดขึ้นมาจากที่นอนพร้อมเหงื่อเม็ดโตผุดเต็มใบหน้า หอบหายใจถี่ พร้อมหยาดน้ำใส ๆ ที่ไหลรินลงอาบสองข้างแก้ม
แม้แต่ในความฝัน…เธอยังไม่ได้กอดลาผู้เป็นย่าเป็นครั้งสุดท้ายด้วยซ้ำ พร้อมกับเสียงสะอึกสะอื้นที่มาพร้อมกับความเจ็บปวดเหมือนเพิ่งสูญเสียย่าไปอีกครั้ง และปล่อยให้น้ำตาไหลอยู่อย่างนั้น
มองที่นอนด้านข้างซึ่งไม่มีร่างขนุนอยู่แล้ว เธอคิดวกวนกับสิ่งที่เกิดขึ้นไปค่อนคืนจนผล็อยหลับไปเพราะความอ่อนเพลีย มือลูบวนหน้าท้องพร้อมกับทบทวนภาพความฝันที่ชัดเจนเสมือนเกิดขึ้นจริงเมื่อครู่
ย่าคงดีใจที่จะมีหลานเป็นแน่
ย่ายินดีกับการตั้งครรภ์ของเธอ
และย่าพาลูกมาส่งให้เธอด้วยความสุข
หากวันนี้ผลตรวจเป็นไปตามที่เธอตรวจเบื้องต้น คือเธอตั้งท้องจริงๆ และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเธอจะเลี้ยงเขาให้ดีที่สุด เพราะลูกคือตัวแทนของย่า และเขาจะต้องมีความสุขที่สุดด้วยความรักที่เธอมอบให้ เหมือนกับที่ย่ามาลัยที่มอบความรักให้กับเธอเช่นกัน
