บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 สงครามน้ำลาย

มุกดาจอดมอเตอร์ไซค์ใต้ต้นไม้ใหญ่ในสวนสาธารณะใกล้บ้าน นั่งกอดเข่าสับสนมึนงงไปหมดกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน

ภาพที่เธอตื่นมาในตอนเช้าคือร่างเปลือยเปล่าของตัวเองที่นอนเคียงข้างอยู่กับร่างเปลือยเปล่าของเจ้านายหนุ่มภูวดล บนเตียงนุ่มในห้องนอนของเขา ถึงแม้สติที่มีอยู่จะไม่ถึงร้อยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แต่เธอรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง

เธอเคยดื่มบ้างกับเพื่อน ๆ แต่อาการแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเธอเลยสักครั้ง และเมื่อคืนก็ไม่ได้ดื่มของมึนเมาอะไรเข้าไปทั้งนั้น

มีเพียงกาแฟแก้วนั้น…ของยวนใจ

ที่ชงมาให้เธอและบอกว่าเจ้านายขอแล้วไม่ดื่ม หากจะทิ้งก็เสียดายของ บวกกับเธอต้องขึ้นไปจัดกระเป๋าให้เจ้านายก็เลยดื่มไปจนหมดแก้ว ลำดับเหตุการณ์พร้อมตั้งคำถามและคำตอบให้ตัวเองในหัว

ต้องมีอะไรอยู่ในกาแฟแก้วนั้น

เธอต้องโดนวางยาเป็นแน่! จากอาการที่เกิดขึ้นกับร่างกายก็พอจะเข้าใจได้

ใครกันที่เป็นคนทำ?

ยวนใจหรือเปล่านะ? เพราะกาแฟแก้วนั้นหล่อนก็เป็นคนถือมาให้

แต่หล่อนจะทำไปทำไม?...ทำเพราะอะไร?

คุณดลรู้เรื่องนี้หรือเปล่า?...หรือเขาเป็นคนสั่ง?

ทบทวนดูแล้วแต่ก็ไม่น่าจะใช่เพราะเขามีคนรักอยู่แล้ว สายตาที่เขามองเธอมันไม่ใช่แบบนั้น ไม่มีแววพิศวาสเลยแม้แต่น้อย แววหื่นก็ไม่มี แทบจะไม่สนใจเลยก็ว่าได้

แต่ก็ไม่มีข้อสรุปที่แน่นอนให้ตัวเอง กดโทรศัพท์มองเวลาที่หน้าจอมือถือ จากที่บอกขนุนไว้ว่าออกมาซื้อยาและจะรีบกลับ พร้อมซุ่มดูอยู่ว่ารถหรูจากบ้านอัครเทพจะเคลื่อนออกนอกประตูเมื่อไหร่ และตอนนั้นเธอจะกลับเข้าไปเคลียร์กับยวนใจทันทีให้รู้แดงรู้ดำกันไปในวันนี้

ขนุนซักผ้าอยู่หลังบ้าน ยวนใจที่กำลังเก็บกวาดห้องนั่งเล่น แก้วกาแฟเปล่าในมือชะงักไปชั่วขณะกับร่างของมุกดาที่มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า สายตาที่จ้องมองมาที่ยวนใจหลากหลายอารมณ์ผสมปนเปกันไปหมดจนสุดจะหาคำมาบรรยาย

เธอจะต้องเปิดก่อน หากไม่ใช่อย่างที่คิดคนอย่างยวนใจไม่มีปล่อยผ่านแน่หากมีใครมาใส่ร้ายนาง ไม่พูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลา

“ป้าทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง?”

เธอถามพร้อมดวงตาที่จ้องเขม็งไปที่คนตรงหน้า ยวนใจนิ่งไปชั่วขณะก่อนจะเก็บจานขนมของแอนเดรียใส่ถาดต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ฉันไปทำอะไรให้แก? ยวนใจตีหน้าซื่อ

“ป้าเอาอะไรใส่ในกาแฟให้ฉันกิน แล้วหลอกให้ฉันขึ้นไปห้องคุณดล”

เธอหยุดพูดและประเมินท่าทีของหญิงท้วมที่อยู่ตรงหน้า ไม่ละสายตาจากใบหน้าอมทุกข์ของอีกฝ่าย

“แกอย่ามาพูดมั่วๆ นะ”

“ป้าอย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่องหน่อยเลย” คิ้วย่นเข้าหากันหรี่ตามองอีกฝ่าย

“ฉันอยากจะถามคำเดียวว่าป้าทำไปทำไม?” ข่มอารมณ์ไว้ไม่ให้พุ่ง

“ฉันไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น”

ยวนใจสวนกลับทันที เก็บกวาดต่อพร้อมกับหันหลังให้คู่สนทนา

“งั้นก็อธิบายมาสิว่ามันเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น ฉันหายไปทั้งคืนป้าไม่รู้เหรอ…ไหนบอกคุณดลจะเดินทางให้เก็บกระเป๋าไง”

ยวนใจยังคงเฉยเมยกวาดบ้านต่อเหมือนไม่ได้ยินเสียงที่เธอพูด แค่นี้ก็ยืนยันได้แล้วว่าสิ่งที่เธอประมวลผลไว้มันเป็นจริงแน่นอน

“มีสิทธิ์อะไรมาทำกับชีวิตคนอื่นแบบนี้…ฉันไปสร้างความเจ็บแค้นให้ป้าเหรอ...ก็ไม่”

เธอป้อนคำถามเป็นฉากๆ จากความอัดอั้นข้างในกับการกระทำที่ไร้จิตสำนึกของหญิงตรงหน้า

ยวนใจที่จิตตกอยู่แล้วจากหลายเรื่องราวทั้งเรื่องคดีของวันชัย เรื่องวิ่งเต้นหาหยิบยืมเงิน แล้วยังมาผิดหวังกับแผนที่วางไว้อีก ทำให้อารมณ์ที่ถูกกดไว้จนอัดอั้นพุ่งขึ้นมาทันที

“แกต่างหากที่เสนอตัวไปให้เขาอย่ามาโยนความผิดให้ฉัน” เถียงข้างๆ คู ๆ เพราะสมองสั่งการได้แค่นั้น ณ เวลานี้

“หึ”

มุกดาแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นจริงดังเธอคาด เหลือเชื่อในความด้านของผู้หญิงคนนี้

“ยัดเยียดฉันให้คุณท่านไม่สำเร็จเลยเล่นแผนสองเหรอ?

ในเมื่อไม่ยอมรับ ไม่รู้สึกผิด ไม่มีคำขอโทษ ก็เจาะตรงประเด็นไปเลยก็แล้วกัน

“แกพูดอะไร?”

“ป้านึกว่าฉันโง่จนดูไม่ออกเลยหรือไง?” ยกมุมปากขึ้นและแค่นหัวเราะ

“ฉันแค่ไม่ถือสา แต่ไม่คิดว่าป้าจะใจหมาได้ขนาดนี้ ที่ผ่านมาฉันแค่เห็นแก่ย่าและลุงหรอกนะถึงไม่อยากจะอะไรให้มันมากความ”

“อีมุก”

“บุญมึงแค่ไหนแล้วที่ได้มาอยู่ที่นี่ก็ไม่ใช่เพราะกูหรอกเหรอที่ขอคุณท่านให้”

“แล้วไม่ใช่เพราะไอ้วันชัยลูกของป้าหรือไงที่ทำให้ฉันต้องระหกระเหเร่ร่อนไม่มีที่อยู่แบบนี้…บ้านหลังนั้นก็บ้านฉัน ฉันไม่แจ้งจับลูกป้าเข้าตารางก็บุญแล้ว”

เธอสวนกลับทันควันระดับเสียงสูงขึ้นทันทีพอๆ กับเลือดในกายที่เริ่มจะเดือด ยวนใจอึกอักไปไม่เป็นแต่ยังใจดีสู้เสือหาคำมาเถียงถู ๆ ไถ ๆ ไป

“แกควรขอบคุณฉันมากกว่า”

ยวนใจควบคุมน้ำเสียงให้นิ่งเมื่อเห็นอีกฝ่ายแรงขึ้นและดูหญิงอ่อนวัยตรงหน้าจะไม่เกรงกลัวหล่อนแม้แต่น้อย แต่จะให้ยอมเลยคงไม่ใช่ยวนใจ

“น้ำหน้าอย่างแกได้เป็นเมียเก็บคุณท่านก็ถือว่าชาตินี้เกิดมาคุ้มแล้ว”

“หรือเป็นนางบำเรอคุณดลที่แกจะสบายไปทั้งชาติยังถือว่ามากเกินไปด้วยซ้ำ”

“นั่นมันความคิดโง่ ๆ ของป้าไง”

“ฉันรักและเคารพคุณท่านไม่มีทางคิดสกปรกแบบป้าไปได้หรอก”

“กับคุณดลก็เหมือนกันเขาเป็นเจ้านายและมีคนรักอยู่แล้ว ฉันไม่สิ้นคิดไปเป็นมือที่สามให้เขามีปัญหากันแน่”

“และขอเตือนไว้ก่อน”

“อย่าคิดว่าจะใช้ชื่อฉันเพื่อเรียกค่าเสียหายกับคุณท่านหรือคุณดลตามแผนสกปรกของป้าก็แล้วกัน”

“เพราะ…ฉัน…ไม่…ยอม” จ้องหน้าคู่สนทนาแววตาเด็ดเดี่ยว เดินไปเผชิญหน้ากับยวนใจ

“ถ้ายังยุ่งกับชีวิตฉันอีกละก็อย่าหาว่าฉันใจร้ายก็แล้วกัน เพราะป้ากับไอ้วันชัยคงได้ไปนอนในตารางฉ่ำทั้งแม่ทั้งลูกแน่”

“งั้นแกก็ออกจากบ้านหลังนี้ไปสิเก่งนักก็ไปหาที่อยู่เอง” ยวนใจที่สะอึกกับคำขู่สวนกลับทันที

“ไม่ไป”

“คนที่จะไล่ฉันได้คือเจ้าของบ้านเท่านั้น” น้ำเสียงหนักแน่นของมุกดา

“ได้…หลังจากคุณท่านกลับมาฉันจะบอกให้คุณท่านไล่แกออกจากบ้านหลังนี้”

“ดี…จะได้รู้กันไปว่าคุณท่านจะเชื่อคนตอแหลอย่างป้า”

“หรือจะเชื่อคนจริงใจอย่างฉัน…มาวัดกัน”

จ้องหน้าหญิงสูงวัยไม่ลดละ ดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว

“ขอน้ำเย็นให้ฉันแก้วนึง”

เสียงภูวนาถดังขึ้นที่ประตู ทำให้สงครามน้ำลายยุติลงทันที

“คุณท่าน”

ยวนใจพึมพำเบาๆ พร้อมกุลีกุจอออกไปรับหน้า

“ทำไมคุณท่านกลับมาเร็วคะ?”

“ปวดหัวและเหมือนจะท้องเสีย เอายามาให้ฉันที่ห้องทำงานด้วย”

“ค่ะคุณท่าน”

มุกดาเดินกลับเข้าห้องผ่อนลมหายใจเฮือกใหญ่ ควบคุมอารมณ์ให้คงที่อยู่ในห้องตามลำพัง

ขนุนที่แอบอยู่ข้างประตูมองเหตุการณ์อยู่ จับต้นชนปลายหาสาเหตุไม่ได้เนื่องจากมาไม่ทันตอนเปิด เกาหัวแกรก ๆ อย่างงง ๆ

“เกิดอะไรขึ้นวะ?”

และเดินกลับไปซักผ้าต่อแบบมึน ๆ

ภูวดลนั่งทบทวนเหตุการณ์หลังจากกลับจากสนามบิน เช็คเรื่องราวจากลลิตาแบบเนียน ๆ จนได้ข้อสรุปว่าไม่ใช่เธอแน่นอน

กล้องวงจรปิด เขาบอกตัวเองในใจ และเริ่มเช็คภาพผ่านจอมือถือหาคำตอบให้กับตัวเอง

ภาพหญิงสาวในบ้านที่ยกกะละมังใส่น้ำและเดินหายเข้าไปในห้องนอนของเขา ก่อนที่สำเริงและยวนใจจะช่วยกันพยุงปีกร่างเขาตามเข้าไปในไม่ช้า

และหญิงสาวคนเดิมออกจากห้องนอนของเขาในเช้ามืดของอีกวัน

ชายหนุ่มแค่หัวเราะในลำคอความรู้สึกสมเพชหญิงสาวในภาพเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ ต้องมีความกล้าเบอร์ไหนถึงคิดจะจับเจ้านาย เห็นเงียบ ๆ บ้าน ๆ หัวสูงไม่ใช่เล่น

“คิดว่าง่ายขนาดนั้นหรือ?”

“คิดจะข่มขู่แบลคเมล์เรียกเงิน?”

“หรือแค่ต้องการแสงในชีวิต?”

“หรือหล่อนต้องการมากกว่านั้น?”

ภูวดลหรี่ตามองภาพจากหน้าจอมือถือเหยียดยิ้มมุมปาก เพื่อความแน่ใจกดโทรศัพท์หาสำเริง

“ไม่มีอะไรผิดปกตินะครับคุณดล”

“แต่เห็นมุกดาแอบหลับอยู่ในห้องคุณดลที่พื้นแต่ยวนใจบอกจะจัดการเอง”

สำเริงทำท่าครุ่นคิดและตาเบิกโพลงกับการคาดเดาในหัว

“ขโมยของมีค่าในห้องคุณดลเหรอวะ?” แต่ไม่กล้าถามออกไป

ภูวดลที่เอนหลังพิงโซฟาด้วยท่าทีผ่อนคลายใบหน้ายังคงเรียบเฉย ภาพเหตุการณ์บนเตียงเมื่อคืนหวนเข้ามาในหัวอีกครั้ง คงต้องสั่งสอนให้หล่อนได้ฉุกคิดเสียบ้าง

การไม่ใฝ่ต่ำเป็นเรื่องที่ดี…แต่อย่าใฝ่สูงจนเกินตัว

ประเมินดูก็คงไม่ยากหากจะหาคำตอบ เขาจะยอมลดตัวมาทำเรื่องไร้สาระมาหาคำตอบดูสักหน่อยว่าพวกหล่อนเล่นอะไรกัน

สำหรับแม่บ้านยวนใจที่รู้จักกันมานาน ทำงานที่บ้านมาหลายปีถึงแม้เขาจะไม่ค่อยได้กลับไปค้างบ้านสักเท่าไหร่ แต่ช่วงหลังมานี้เห็นสำเริงบอกหล่อนลากลับต่างจังหวัดบ่อยครั้ง และผู้ช่วยของภูวนาถที่รายงานเรื่องค่าใช้จ่ายจิปาถะต่างๆ เรื่องการเบิกเงินล่วงหน้าของยวนใจที่ยังติดลบอยู่ ถึงจะเป็นยอดที่ไม่ได้ทำให้ขนหน้าแข้งของอัครเทพล่วง แต่ก็เป็นสัญญาณว่าหล่อนคงมีปัญหา หรืออาจจะเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า

ไม่ว่าพวกหล่อนจะต้องการอะไร และทำไปทำไมก็คงเลี้ยงไว้ในบ้านไม่ได้เสียแล้วกับการกระทำที่สิ้นคิดและน่ารังเกียจนี้ หากปล่อยไว้ในวันข้างหน้าอาจนำความหงุดหงิดมาให้ในภายหลังก็เป็นได้ ถึงแม้เขาจะเป็นผู้ชายที่ไม่ได้สึกหรออะไร แต่ไม่ใช่ว่าจะอะไรก็ได้

แต่จะรอดูว่าพวกหล่อนจะทำยังไงกันต่อไปกับเรื่องนี้

นับจากเหตุการณ์ในวันนั้นภูวดลไม่กลับไปค้างที่บ้านอีกเลย และรับรู้จากคำบอกเล่าของสำเริงว่ายวนใจลากลับต่างจังหวัดอีกแล้ว

หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นผ่านมาสองสัปดาห์แล้วที่มุกดาคอยหลบหน้าเจ้านายหนุ่มอยู่ตลอด ดีหน่อยที่เขาไม่ได้กลับมาค้างที่บ้าน ส่วนที่ทำงานก็ไม่ค่อยเป็นปัญหาเพราะไม่ได้มีหน้าที่หลักที่ต้องเจอเขา เพราะเธอยังอยู่ในช่วงฝึกงานเท่านั้น ครั้นจะลาออกก็ยังไม่มีที่ไป ปัญหาสำคัญอีกอย่างคือเธอยังไม่มีเงินเก็บแม้แต่น้อยสำหรับหาบ้านเช่าใหม่ ไหนจะค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่น ๆ อีก

ยวนใจที่กลับต่างจังหวัดหลังจากญาติโทรแจ้งว่าวันชัยที่หล่อนเพิ่งพาไปฝากไว้ที่แคมป์ก่อสร้างได้หนีกลับออกไปหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน และถูกมือมืดรุมกระทืบบาดเจ็บสาหัสจนต้องหามส่งโรงพยาบาลและอาการยังน่าเป็นห่วงอยู่

ถึงแม้มุกดาจะยังไม่คลายความโกรธจากการกระทำของนาง แต่การซ้ำเติมก็ไม่ควรเกิดขึ้นเธอบอกตัวเอง กรรมใดใครก่อก็ต้องรับไป ได้แต่ถอนหายใจเมื่อรู้ข่าวจากคำบอกเล่าของขนุน

มุมพักเบรกของสำนักงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟ บวกกับเสียงพูดคุยหัวเราะของหนุ่มสาวออฟฟิศ ในช่วงพักสมองที่สุดวิเศษถึงแม้จะแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น

มุกดาที่เดินพูดคุยอย่างอารมณ์ดีมากับเพื่อนร่วมงานตรงไปที่จุดพัก เป้าหมายคือกาแฟที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นเชิญชวน เช่นเดียวกับหลายๆ คน พลันรอยยิ้มบนใบหน้าก็หุบลงทันทีกับภาพที่เห็นด้านหน้า

ภูวดลที่กำลังเดินตรงมาและจะสวนทางกับเธอในอีกไม่กี่เมตร เหลียวซ้ายแลขวาก่อนที่เขาจะมองเห็นเธอ ทางให้เลี้ยวให้หลบก็ไม่มีเสียด้วย

“พี่นุช มุกปวดท้องกะทันหัน”

“ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”

แกล้งมือลูบท้องหันหลังกลับทันทีเดินกึ่งวิ่งเพื่อให้พ้นสายตาคนที่ยังไม่อยากเผชิญหน้า

ภูวดลขมวดคิ้วมองพนักงานตัวเล็กที่หันหลังกลับออกไป สร้างความแปลกใจให้เขาไม่ใช่น้อย หล่อนจงใจหลบหน้าเขามาหลายครั้งแล้วหลังจากวันนั้นมันสวนทางกับสิ่งที่เขาคิดไว้

“คะ…มุกเหรอคะ?”

เธอถามซ้ำเพื่อความแน่ใจเมื่อหัวหน้าแจ้งแก่เธอว่า

“คุณภูวดลเรียกไปพบที่ห้อง”

เอาละสิมุกดา จะเกิดอะไรขึ้นกับเธอนับจากนี้ตั้งสติให้ดี เธอบอกตัวเอง หลังตั้งคำถามไว้มากมายในหัว ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึกเต็มปอดและเดินเข้าห้องเจ้านายภายใต้เสียงหัวใจที่เต้นตุบ ๆ ตับ ๆ และรู้สึกร้อนวูบวาบอยู่ในที

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel