4 ถ่านไฟเก่ายังร้อน
ณ คฤหาสน์ลักษณวิทิยา ของ ‘นายลิขิต ลักษณวิทิยา’ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลางหลายแห่ง เขามีชื่ออยู่ในแวดวงธุรกิจอยู่บ้างแม้จะไม่ได้ยิ่งใหญ่เท่าตระกูลฉัตรวินัยยะ
วันนี้นายลิขิตจัดงานเลี้ยงต้อนรับลูกสาวคนสวยกลับมาจากอังกฤษหลังเรียนจบ แขกเหรื่อทั้งเพื่อนๆของเจ้าของงาน และเพื่อนฝูงในวงการธุรกิจก็ให้เกียรติมากันหลายท่าน
ภาคินลงจากรถตรงลานน้ำพุหน้าคฤหาสน์ ส่วนคนขับรถพารถไปจอดอีกที่นึง
บริเวณลานน้ำพุกว้างด้านหน้าคฤหาสน์ ถูกทีมออแกไนซ์ชื่อดังจัดแต่งเป็นงานเลี้ยงขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ก็หรูหราพอสมควร
แขกในงานมีไม่มาก แต่ภาคินมองผ่านๆก็รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่หลายคน เขาเดินตรงเข้าไปหากลุ่มคนเหล่านั้น
ตรงกลางทางเข้าสู่ประตูคฤหาสน์ ถูกตั้งเป็นซุ้มดอกไม้สำหรับถ่ายรูป
เหนือซุ้มมีลูกโป่งตัวอักษร ที่ถูกจัดแต่งเป็นอักษรขนาดใหญ่ มีความว่า
‘Bcak Home With Hoonor Lisa’
“อ้าว! ไอ้คิน นึกว่าแกไม่มา”
ตรีภพ เพื่อนคนหนึ่งของเขาตะโกนเรียก ภาคินจึงเดินเข้าไปหากลุ่มเพื่อนที่สมัยเรียนที่มาร่วมงานเลี้ยง
“มันจะไม่มาได้ไงวะ มันมาอยู่แล้ว”
“รู้ดีนะแก ไอ้วิน”
ภาคินแกล้งมองค้อนให้ วิน หรือ อัศวิน เพื่อนอีกคน
“ไม่พาเมียมาด้วยเหรอวะ”
คำถามของตรีภพ ภาคินฟังแล้วก็สั่นหน้าเบาๆ
“ฮึ!”
“อย่าไปแซวมันน่า แค่นี้แม่งก็เฉาจะตายอยู่ละ”
อัศวินแซวยิ้มๆ เพราะรู้เรื่องหลังบ้านของเพื่อนหนุ่มมากพอสมควร
“นั่นดิ แล้วอีกอย่าง…ใครจะพาเมียมาหาแฟนเก่าวะ”
เตชิต เพื่อนอีกคนที่ได้ชื่อว่าปากปีจอพูดขึ้น เพื่อนคนอื่นๆหันมองหน้ากันแล้วยิ้มๆอย่างรู้กัน ส่วนภาคินหน้ามุ่ยหันไปดุเพื่อน เพราะอีกฝ่ายจี้ใจดำ
“ยุ่งน่าไอ้เต!”
“มาละเจ้าของงาน”
ตรีภพหันมาบอกกับทุกคน เป็นเวลาเดียวกับที่ร่างสวยเฉิดฉายในชุดราตรีสีแดงเลือดนกเยื้องย่างเข้ามา
ใบหน้าสวยคมเชิดขึ้นอย่างคนมั่นใจ ดวงตาสวยเฉี่ยวมองดูผู้คนรอบๆ และตวัดมาเห็นเขาพอดี
ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย
ภาคินจ้องมองร่างงามนั้นตาไม่กะพริบ
‘ลิษา’ ผู้หญิงที่เขาเฝ้าคิดถึงตลอดสามปี
“พี่คิน…”
ใบหน้าสวยสะกดใจยิ้มกว้าง ริมฝีปากอิ่มวาวร้องออกมาอย่างดีใจ
“ษาก็นึกว่าพี่จะไม่มา”
“พี่ต้องมาอยู่แล้ว…”
ภาคินเองก็ยิ้มให้เธอ แต่เป็นยิ้มเจื่อนสนิท เพราะยังรู้สึกผิดต่อ ‘เรื่องในอดีต’
“ไม่เจอตั้งสามปี พี่คินไม่เปลี่ยนเลยนะคะ หล่อยังไงก็หล่อแบบนั้น”
“แต่ษาน่ะไม่เหมือนเดิมนะ เอ่อ สวยกว่าเดิมอีก”
ภาคินอยากมองเธอก็มองได้ไม่เต็มตา เรื่องเก่าๆในอดีตยังทำให้เขารู้สึกผิด และละอายใจเหลือเกิน
“แหมๆ ทีกับพวกฉันไม่เห็นชมแบบนี้เลยน้าาา”
มิ้นต์ หรือมินตรา ลูกสาวนักธุรกิจ เพื่อนของภาคินอีกคนกระเซ้ายิ้มๆ ภาคินได้แต่ยิ้มแก้เก้อ
ลิษายิ้มหวาน หันมาไหว้คนอื่นๆ
“สวัสดีค่ะพี่เต พี่วิน พี่ตรี พี่มิ้นท์…ขอบคุณที่ให้เกียรติมากันนะคะพี่”
“แน่นอน เรามันศิษย์รั้วเดียวกันนี่นา จริงไหมไอ้คิน”
“จริง”
ภาคินตอบตรีภพยิ้มๆ แล้วรอยยิ้มก็ค่อยๆหายไป เมื่อลิษาหันไปสนใจเพื่อนของเขาคนอื่นๆ
เหมือนกับว่า เธอไม่ได้ให้ความสำคัญกับเขาแค่คนเดียว
…ทั้งๆที่เมื่อก่อน เขาสำคัญกับเธอมากเหลือเกิน
แต่นั่นก็สมควรแล้ว สิ่งที่เขาทำกับเธอมันก็ยากจะให้อภัย
ภาคินยืนอยู่ในกลุ่มนั้นสักพัก ละเลียดดื่มจนไวน์ในแก้วหมด ก็เริ่มมองหาบริกรเพื่อขอไวน์แก้วใหม่
ตอนนั้นเอง…ลิษาก็หันกลับมาคุยกับเขาพอดี
“พี่คินคะ ไปนั่งดื่มกันตรงนั้นไหมคะ”
เธอชี้ไปตรงสวนดอกไม้ที่อยู่ไม่ไกล
“เอ่อ ดี ดีเหมือนกัน”
“ษาเป็นไงบ้าง สบายดีนะ”
ลิษาพาเขามานั่งที่ชิงช้าสีขาวภายในสวนหย่อมเล็กๆ ห่างจากตรงจุดจัดงานออกมาสักหน่อย
“สบายดีค่ะ ก่อนจบก็เกือบไม่รอดเหมือนกัน ตั้งแต่พี่คินจบมาก็ไม่มีคนติวให้เลย”
“ติวทำไม เรามันเก่งจะตาย ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งนี่”
“พี่รู้ด้วย”
“ก็พี่เห็นเราลงรูป เอาจริงๆ ตั้งแต่สามปีที่…เอ่อ “
“เราเลิกกัน…”
ลิษาต่อประโยคของเขาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“ใช่ ตั้งแต่ตอนนั้น…พี่ก็เข้าไปส่องตลอด…”
“ษาไม่มีคอนแทคพี่ แต่เห็นรูปงานแต่งพี่ ที่พี่เต พี่ตรีเขาไปกัน”
ภาคินพยายามระวัง เลี่ยงไม่พูดถึงเรื่องแต่งงานของเขากับผืนแพร เพื่อไม่ให้มันกระทบกระเทือนความรู้สึกของหญิงสาวไปมากกว่านี้
ทว่าลิษากลับพูดยิ้มๆ พลางยกแก้วไวน์ขึ้นจิบด้วย
อิริยาบถผ่อนคลาย ไม่มีทีท่าว่าเธอจะโกรธเคืองเขา ทั้งๆที่เธอมีสิทธิ์จะรู้สึกได้เต็มที่
“ภรรยาพี่คินล่ะคะ ไม่ชวนมาด้วยกัน ษาเห็นในรูปแล้วสวยจัง ลูกคงน่ารัก”
“พี่ยังไม่มีลูก แล้วก็ไม่คิดว่าจะมี”
“ทำไมเหรอคะ ภรรยาพี่ก็สวยน่ารักออกขนาดนั้น ไม่มีเจ้าตัวน้อยด้วยกันก็เสียดายแย่”
“โรงงานของคุณอาเป็นยังไงบ้าง”
เขาเปลี่ยนหัวข้อสนทนาฉับพลัน ชายหนุ่มไม่อยากพูดถึงผู้หญิงคนนั้นต่อหน้าลิษา ความรู้สึกบางอย่างติดค้างในใจ ทำให้ภาคินรู้สึกว่า เขาไม่อยากให้ลิษารับรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเขากับภรรยา
กลับกัน…เขาก็ไม่อยากรับรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับชายอื่นที่ไม่ใช่เขาเช่นกัน
“ก็ไปเรื่อยๆแหละค่ะ แต่จะเติบโตจนใหญ่สู้ของคุณปู่พี่คินไม่ได้หรอกค่ะ”
“ของปู่ก็คือของปู่…”
“แต่ตอนนี้เป็นของพี่แล้วนี่คะ”
“อีกหน่อยเราก็ได้ของพ่อเราเหมือนกันนี่ ต่อไปพี่ต้องเรียกมาดามลิษาแล้วมั้ง”
ภาคินยิ้มให้เธออย่างชื่นชม
“ทั้งโรงงาน ทั้งอสังหาฯ ไปๆมาๆจะรวยกว่าพี่อีก”
“ไม่หรอกค่ะ มีเยอะ แต่ก็ไม่ได้ใหญ่”
“ษาเก่ง พี่เชื่อว่าษาทำให้มันใหญ่ได้”
“ไม่ขอบคุณนะคะ เพราะไม่ถือเป็นคำชม แต่เป็นเรื่องจริง”
ภาคินหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ลิษาเก่ง สวย มั่นใจ ครบเครื่อง เป็นแบบนี้มาตั้งแต่สมัยเรียนที่เมืองนอก เขารู้ว่าเธอทำได้จริงอย่างที่พูด
ภาคินยกไวน์ขึ้นจิบพลางมองหญิงสาวตรงหน้า
ลิษาเรียนเก่ง และเก่งในการทำงาน เธอช่วยพ่อบริหารงานทุกอย่าง
ลิษาถือเป็นเรื่องโชคดีอย่างหนึ่งในชีวิตเขา
…ครั้งนึงเขาเคยพิชิตใจเธอได้ คบหาดูใจกันอย่างเปิดเผย
คุณสมบัติอันงามพร้อมของเธอทำให้ทุกคนรอบข้างเขาต่างอิจฉา เพื่อนๆ ต่างยกย่องว่าเขาและเธอช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกัน อย่างที่คนโบราณเรียกว่า ‘กิ่งทองใบหยก’ จริงๆ
ระหว่างที่ความสัมพันธ์ของเขากับลิษาดำเนินไปอย่างมีความสุขไร้ปัญหาใดๆ จนภาคินวางแผนจะไปสู่ขอเธอหลังจากเรียนจบ
ทว่า…ทุกอย่างก็พังทลาย เหมือนสายฟ้าที่ผ่าลงมากลางคัน
หลังจากเรียนจบ เขาก็ถูกบังคับให้แต่งงานกับผืนแพร โดยมีข้อแม้ว่า ถ้าเขาไม่ยินยอม ทรัพย์สมบัติทุกอย่างจะตกเป็นของมูลนิธิการกุศล โดยที่ภาคินจะไม่ได้อะไรสักแดงเดียว…
มันเป็นการแต่งงานโดยไม่ได้เกิดจากความรัก และจำต้องตัดขาดลิษาอย่างเด็ดขาดตามคำสั่งของคุณปู่
แต่ถึงตัวเขาจะมีเจ้าของ หากภาคินก็ยังห่วงหาลิษาอยู่ไม่น้อย เขาถามเพื่อนฝูงที่ยังอยู่ที่อังกฤษ ถามไถ่เรื่องของลิษาอยู่เรื่อยๆ
และเขาได้รู้จากคำบอกเล่าของเพื่อนว่า…หลังจากที่เขาแต่งงาน ลิษาก็ซึมๆไป ไม่ค่อยพูดจาร่าเริง แม้หญิงสาวจะแข็งแกร่ง แต่ทุกๆ คนที่ล่วงรู้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดูออก ว่าหญิงสาวคงอับอายและเสียใจไม่น้อย ที่แฟนหนุ่มกลับเลือกแต่งงานกับหญิงอื่น
เพื่อนๆ ของเขาหลายคนรู้จักเธอ และก็ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เขาทำ อีกทั้งยังสงสารลิษาจับใจ
ภาคินคิดว่าเขาจะแต่งงานตามคำสั่งคุณปู่ และจะทำทุกวิถีทางให้ผืนแพรทนไม่ไหวแล้วเลิกราไปเอง แต่ยิ่งผ่านไปนานเท่าไหร่ ผืนแพรก็ยิ่งทนอารมณ์เขาได้มากขึ้น ดูเหมือนผู้หญิงหิวเงินคนนั้นก็ไม่ยอมจะไปจากเขาง่ายๆเหมือนกัน
“เป็นอะไรคะพี่คิน เห็นนิ่งไป”
“เปล่าน่ะ เผลอคิดอะไรเรื่อยเปื่อย”
“คิดถึงภรรยาเหรอคะ…”
ลิษาถามยิ้มๆ
“ไม่ ไม่ใช่อย่างนั้น”
ภาคินรีบปฏิเสธ ไม่อยากให้เธอเข้าใจผิด ภาคินเงียบไปอึดใจ ก่อนที่เขาจะคิดอะไรออก จึงได้ถามออกไป
“ขอโทษทีนะ พี่ลืมถาม แล้วแฟนษาเขาไม่มาร่วมงานด้วยเหรอ”
“พี่จะถามใช่ไหมคะ ว่าษามีแฟนรึยัง”
ภาคินอึ้งไปเหมือนกันที่เธอรู้ทัน ลิษากล้าคิดกล้าพูดเธอคิดอะไรก็พูดอย่างนั้น
“ษายังไม่ได้คบใครหรอกค่ะ แต่เร็วๆนี้ อาจจะ…”
“ทำไมเหรอ”
ภาคินหายใจติดขัดขึ้นมาทันที
“ก็คุณพ่ออยากให้ษาหมั้นน่ะค่ะ”
“ใคร…”
น้ำเสียงของเขาฉุนเฉียวอย่างชัดเจน
“ไม่ใช่คนในแวดวงอสังหาฯหรอกค่ะ เป็นเจ้าของฟาร์ม เจ้าของไร่อยู่ทางใต้”
เขาสังเกตเห็นใบหน้าสวยเริ่มเจื่อนลงนิดหนึ่งจากที่ยิ้มสดใส ภาคินจึงสัมผัสได้ว่าเธอก็ไม่ได้รู้สึกยินดีนัก
เขารู้สึกดีขึ้นมานิดหนึ่ง แต่ก็ยังหงุดหงิดในใจ เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะมี ‘คู่แข่ง’
“คุณพ่อจะให้หมั้น แต่ษาขอคบดูก่อน ถ้าจะให้หมั้นแล้วแต่งเลยคงไม่ไหว บ้านษาทำโรงแรม เขาทำสวนทำไร่ เข้ากันได้ที่ไหน…”
“ก็จริง”
“แต่เอาจริงๆ ษาก็เลือกไม่ได้หรอกค่ะ”
“ทำไมล่ะ”
“ถ้าคุณพ่อชอบ ษาก็ต้องยอม ษาขัดพ่อไม่ได้นี่คะ พี่คินก็รู้”
ภาคินเงียบไป เขาไม่อยากจะฟังต่อแล้ว ยิ่งฟังยิ่งโมโห
นักธุรกิจหนุ่มจ้องไปในแววตาของหญิงสาวตรงหน้า เหมือนลิษากำลังบอกนัยยะบางอย่างกับเขา ชายหนุ่มอึ้งไปนิดหนึ่ง เขาไม่รู้ว่ากำลังคิดเข้าข้างตัวเองอยู่รึเปล่า
จู่ๆ ลิษาก็หลบสายตาเขาแล้วมองไปทางอื่น
“ไม่เอา ไม่พูดเรื่องเครียดสิคะ ชนแก้วกันดีกว่า น้องคะ พี่ขอเพิ่มอีกที่”
ลิษาหันไปเรียกบริกร ชนไวน์แก้วใหม่กับเขา หลังจากนั้นบทสนทนาก็เปลี่ยนเป็นเรื่องในแวดวงธุรกิจ
ที่ดำเนินไปนานร่วมชั่วโมง
หลังงานเลี้ยงเลิก เขาอยู่พูดคุยกับเพื่อนๆ ต่อสักพักกระทั่งเพื่อนๆเริ่มทยอยกลับกันหมด
ภาคินมองดูนาฬิกา ตอนนี้เวลาใกล้ห้าทุ่มแล้ว ความคิดที่จะกลับบ้านไปเจอภรรยาไม่มีอยู่ในหัว ชายหนุ่มคิดว่าจะไปนั่งกินเหล้าต่อที่คลับใดคลับหนึ่ง
หลังจากรู้ว่าลิษาจะต้องหมั้นกับชายอื่น ภาคินรู้สึกถึงความเหี่ยวแห้งผิดหวังในใจ ไม่ต่างจากตอนที่จำใจทิ้งลิษาในครั้งนั้น
ตอนนี้เขาไม่อยากกลับบ้าน ไม่อยากคิดทำอะไรเลย
ขณะยืนรอคนขับรถ ลิษาก็เดินกรุยกรายเข้ามาหา แม้เธอจะดูรีบๆแต่ท่วงท่าก็ยังดูสง่าไม่ต่างจากนางพญาหงส์
เห็นเธอแล้วภาคินก็ได้แต่นึก ‘เสียดาย’
“พี่คินจะกลับแล้ว กลับบ้านดีๆนะคะ”
“เราก็เหมือนกันนะ ขอให้มีความสุข ธุรกิจประสบความสำเร็จ จริงๆพี่ไม่ต้องอวยพรหรอก พี่รู้ว่าษาทำได้”
“ขอบคุณค่ะพี่คิน…งั้นษาขอตัวก่อนนะคะ คุณพ่อแชตมาเมื่อกี้ บอกให้รีบไปหาที่ห้องทำงาน สงสัยมีธุระ”
ภาคินสูดลมหายใจระงับความขุ่นมัว ธุระที่ว่า…อาจจะเป็นธุระเรื่องหมั้น ตอนนี้สมองของเขามันคิดไปไกลแล้ว
“ไปแล้วนะคะพี่คิน”
“ษา! เดี๋ยวก่อน”
ก่อนที่ร่างงามจะไป เขาก็เรียกเธอไว้
“คะพี่คิน?”
“คือ พี่ พี่มีอะไรอยากจะบอกษา”
“ค่ะ ษาฟังอยู่”
ลิษายืนนิ่งจ้องเขาอย่างจดจ่อ ที่เรียกเธอไว้ เพราะภาคินอยากจะพูดในสิ่งที่เขาควรพูดตั้งนานแล้ว
“พี่อยากขอโทษษาเรื่องเมื่อสามปีที่แล้ว”
ชายหนุ่มถอนใจเบาๆ
“พี่คิดจริงจังกับษานะ พี่คิดว่า ถ้าพี่กลับมาไทยเมื่อไหร่ พี่จะรอษาเรียนจบ แล้วพี่จะไปขอษาแต่งงานทันที ”
ภาคินเว้นจังหวะ พอได้พูด เขาก็อยากพูดออกมาทั้งหมดที่ติดอยู่ในใจ
“แต่ว่ามัน…มันเป็นความผิดของพี่เอง เรื่องของพี่กับเขามันเป็นความต้องการของคุณปู่ ไม่ใช่ความต้องการของพี่ ”
เขาเลี่ยงที่จะเอ่ยชื่อภรรยาตรงๆ วินาทีนี้เขาไม่อยากให้ชื่อของ ผืนแพร เข้ามาทำให้ลิษาวุ่นวายใจอีกแล้ว ตลอดสามปี…เขากับลิษาก็ทรมานใจมามากพอแล้ว
“แล้วพี่มาบอกษาทำไมคะ?”
“พี่แค่อยากให้ษารู้ไว้ ว่าพี่รู้สึกผิดตลอดสามปี แล้วพี่ก็ไม่ได้มีความสุขอย่างที่ษาคิด”
“ษาไม่โกรธหรอกค่ะ แต่ตอนนั้นก็เสียใจจริงๆ แต่พี่คินไม่ต้องห่วงนะคะ ษาโอเค”
คำพูดของลิษาหนักแน่นฟังแล้วออกมาจากใจจริง
ภาคินกลับไม่ได้รู้สึกดีขึ้น เขาหวนคิดไปว่าเธอจะต้องรู้สึกยังไงบ้างในตอนนั้น ตอนที่รู้ข่าวว่าเขาแต่งงานต้องกับผืนแพร…
เธอต้องอับอาย เสียใจ จมอยู่กับความทุกข์ไม่ต่างกัน
“ความจริงษาก็เสียดายนะคะ ที่เรื่องของเรามันไปต่อไม่ได้ แต่ษาก็ต้องอยู่กับความจริง เพราะว่าพี่คินแต่งงานแล้ว”
“ถ้าพี่มีโอกาสเลือกอีกครั้ง พี่ก็จะเลือกษา”
ประโยคนี้ภาคินไม่ได้คิด เขาพูดออกจากความรู้สึกในใจจริงๆ
ลิษามองหน้าเขาแล้วยิ้มบางๆ
“ขอโทษนะคะ แต่ษาไม่ใช่ตัวเลือก”
“ษาไม่ใช่ตัวเลือก เพราะพี่ไม่เคยเปรียบเทียบษากับใคร ษาเป็นคนเดียวในใจ และตอนนี้ก็ยังเป็น…”
“อย่าพูดแบบนั้นเลยค่ะ ถ้าภรรยาพี่รู้เข้าจะเสียใจ…”
“พี่บอกแล้วว่าเรื่องของพี่กับเขาเป็นแค่ความต้องการของคนอื่น”
“ความรักของษาก็ต้องพังเพราะความต้องการของคนอื่นด้วยใช่ไหมคะ”
“พี่ พี่ขอโทษจริงๆ”
ชายหนุ่มเสียงแผ่วลง เพิ่งรู้สึกตัวว่า สิ่งที่พูดไปนั้นดูเห็นแก่ตัวมากเพียงใด เขาทำผิดซ้ำๆ ทำลายความรู้สึกของลิษาซ้ำๆอย่างไม่น่าให้อภัย
“ษาไม่ให้อภัยค่ะ”
“ก็สมควรแล้ว กับสิ่งที่พี่ทำกับษา”
“ไม่ให้อภัย เพราะอะไรที่เป็นของษา ษาไม่ยอมปล่อยให้เป็นของใครหรอกนะคะ”
เขาหรี่ตามอง
“ษาหมายความว่าไง”
“ความหมายตรงตัวค่ะ ษาก็ไม่ใช่คนดีที่ไหน อะไรที่เคยเกือบจะเป็นของษา ถ้ามันกลับคืนมา แสดงว่ามันก็พร้อมจะเป็นของษาอยู่เหมือนเดิม จริงไหมคะ”
“ษาให้โอกาสพี่เหรอ”
“นั่นมันแล้วแต่พี่จะเข้าใจค่ะ”
“พี่ไม่เข้าใจ…ทำไมถึง…”
“ษาไม่ได้ให้พี่เลือกนะคะ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการเลือกของพี่เอง ษาก็อยู่ในที่ของษา”
ภาคินเข้าใจความหมายของหญิงสาว เพียงแต่ไม่รู้ว่าหญิงสาวกำลังรู้สึกอย่างไร คิดอย่างไรอยู่กันแน่
ลิษาไม่ได้สนใจกับอาการงงงวยของเขา หญิงสาวล้วงนามบัตรออกมาจากกระเป๋าถือแบรนด์เนมแล้วยื่นมาให้ ในนี้มีเบอร์ส่วนตัว พิกัดติดต่อทุกช่องทาง
ลิษายิ้มหวานให้เขาอีกครั้ง
“ษาขอตัวนะคะ ต้องรีบแล้ว ถ้าพี่คินว่างก็โทรมาได้นะคะ ษาว่างเสมอ”
