เมื่อใจดวงนี้ ไม่ได้มีไว้รักคุณอีกแล้ว

57.0K · ยังไม่จบ
See-me-run / เรวิกา
21
บท
456
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

“หัวใจที่ภักดีตลอดมา กลับไร้ราคาในสายตาของเขา เมื่อภาคินเลือกหญิงที่เขารักฝังจิตฝังใจ ผืนแพรจึงยอมก้าวเดินออกมา พร้อมชีวิตน้อยๆในครรภ์ที่เขาไม่เคยต้องการ ทว่า ในวันที่พ่อของลูกสำนึกได้ กลับเป็นวันที่หัวใจบอบช้ำ ได้รับความรักบริสุทธิ์จากใครคนหนึ่ง…อีกครั้ง”

นิยายรักดราม่าหักหลัง18+รักแท้มีลูกสัมพันธ์ครอบครัวหลังหย่าตามง้อพาลูกกหนีนอกใจ

1 เมียที่ไม่คุณรัก

ภาพของหญิงสาวผิวขาวร่างเล็กในเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ ประดับอยู่ในคฤหาสน์ฉัตรวินัยยะมาร่วมสามปี

‘ผืนแพร’ หญิงสาววัย23ปียืนมองดูมันด้วยความอาลัยอาวรณ์

หญิงสาวในรูปสวยงามสะพรั่ง ตอนนั้นเธอมีอายุได้เพียง20ปี สายตาของเธอในรูปกับสายตาของตัวเธอเองในวันนี้มันช่างเศร้าสร้อยไม่ต่างกัน

มีเพียงสิ่งเดียวที่เพิ่มขึ้นมา คือหยาดน้ำตาที่ไหลนองสองแก้มอยู่ขณะนี้

ผืนแพรค่อยคลี่ยิ้มทั้งน้ำตา ไม่ใช่ยิ้มอย่างปีติ แต่เป็นยิ้มอย่างสมเพชให้กับชีวิตแต่งงานบัดซบตลอดสามปี

ข้างๆกันกับเธอในรูป คือร่างของเจ้าบ่าวของเธอเอง ชายหนุ่มที่เธอหลงรักเขาจนหมดหัวใจ ตั้งแต่วันแรกที่รู้จัก กระทั่งตอนที่เธอกำลังร้องไห้วินาทีนี้

‘พอเสียที สามปีกับความเจ็บปวดที่เธอเรียกว่ารัก’

ความคิดของผืนแพรดังขึ้น รู้สึกเจ็บแปลบราวกับได้บอกกับสามีตัวจริง ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ ว่าตอนนี้เขาคงมีความสุขที่ไหนสักแห่ง

กับผู้หญิงอีกคน…

ผู้หญิงที่เขารักฝังจิตฝังใจ รักมาก แบบที่ไม่เคยมอบให้ผู้หญิงคนใด รวมถึงเธอ…

‘สิ้นสุดกันเสียที ลาก่อนนะคะพี่คิน…’

หญิงสาวหลับตาลงช้าๆ หยาดน้ำตาที่คั่งค้างไหลลงเป็นสาย

ก่อนจะลืมตาขึ้นมาด้วยแววตามุ่งมั่น อย่างคนตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว…

ร่างเล็กบอบบางค่อยๆหันหลังให้กับคฤหาสน์ฉัตรวินัยยะ ลากกระเป๋าเดินทางออกจากนิวาสถานหลังงามที่เธอเคยคิดว่าเป็นสวรรค์

สุดท้ายมันก็แค่กรงที่ขังเธอไว้ในความสัมพันธ์เลวร้ายกับผู้ชายที่ไม่เคยรักเธอเลย

ผืนแพรยังจดจำได้ถึงสีหน้าเย็นชาของ ‘เขา’ ผู้เป็นเจ้าบ่าว

ภาคิน ฉัตรวินัยยะ ผู้เป็นเจ้าบ่าวไม่มองหน้าเธอด้วยซ้ำ ชายหนุ่มเชิดหน้า เหม่อมองไปในกลุ่มผู้คน นัยน์ตามบอกความรู้สึกชิงชัง อึดอัดใจ แบบที่ใครมองมาเห็นก็รู้

ร่างบางที่ยืนเคียงข้างแทบไม่กล้าหายใจ กลัวว่าลมหายใจเบาบาง ก็อาจจะทำให้เขารำคาญเธอไปมากกว่านี้

คำพูดก่อนหน้านี้ของเจ้าบ่าวเป็นคมมีดอาบพิษ บาดลึกลงไปในจิตใจเธอทุกนาที

‘ถ้าคุณปู่คิดว่า การจับผมแต่งงานกับหลานแม่บ้านจะทำให้คุณปู่สบายใจ ผมก็ยินดี’

น้ำเสียงของภาคินในตอนนั้นไม่ได้แข็งกร้าว ทว่าเฉยชาเสมือนเธอไร้ความหมายในสายตาของเขา

‘…แต่งงานก็ไม่ได้หมายความเป็นเมีย ถือว่าขอบคุณคุณปู่ ที่หาคู่นอนแก้ขัดมาให้ผมชั่วคราว…’

เสียงของเขาดังแว่วในโสตสำนึก กรีดใจทุกๆครั้งที่นึกถึง

ผืนแพรในเวลาเดียวกันนั้น เธอปรายตาไปกระทบกับใบหน้าคมงามดังรูปสลักเข้าพอดี

ภาคินในวันแต่งงานดูสง่า งดงาม สูงส่งจนเธอไม่คิดว่าชาตินี้จะเอื้อมถึงเขาได้

สีหน้าของเขาบึ้งตึง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วเหมือนอะไรก็ขัดหูขัดตาเขาไปเสียทุกอย่าง ก่อนจะผ่อนลมหายใจแรงๆ

“ผมขอตัวก่อน”

ภาคิน ฉัตรวินัยยะ บอกกับผู้ที่อยู่ใกล้ๆบริเวณนั้นด้วยน้ำเสียงเฉยชา จากนั้นก็เดินหลังตรงออกไปจากห้องพิธีการ

ผืนแพรได้แค่มองตาม แต่ไม่คิดจะเรียกเขากลับมา

เธอมีสิทธิ์อะไรจะไปทักท้วง เธอก็แค่เมียในนาม…ที่เขาไม่ได้ต้องการ

แค่ต้องแต่งงานกับเธอ ฝืนใจเข้าพิธีก็นับว่าดีมากมายแล้ว

หลังจากนั้น พิธีการก็ดำเนินเรื่อยมาโดยปราศจากเงาเจ้าบ่าว มีเพียงเจ้าสาวคนเดียวจนกระทั่งถึงเวลาส่งตัวเข้าหอ

นางไหมทอง มารดาของเธอให้โอวาท

“อยู่นี่ ดูแลคุณภาคินกับคุณท่านให้ดีนะลูก ไม่ต้องห่วงพ่อกับแม่”

“ตอบแทนท่าน ให้สมกับที่ท่านช่วยครอบครัวของเราไว้นะลูก อย่าทำให้ท่านผิดหวัง”

นายแผ้ว ผู้เป็นบิดาก็ย้ำ ผืนแพรไม่แปลกใจที่พ่อของเธอจะกล่าวเช่นนี้ ถึงจะเกิดไม่ทัน แต่พ่อแม่ก็ฝังหัวเธอตั้งแต่ยังเด็ก ถึงสายสัมพันธ์และบุญคุณที่ตระกูลฉัตรวินัยยะมีต่อครอบครัวเธอ

หญิงสาวรับคำหนักแน่น

“จ้ะแม่ หนูจะดูแลท่านกับพี่คินอย่างดี”

“ไม่ต้องห่วงนะทั้งสองคน ฉันจะดูแลหนูแพรอย่างดี ให้สมกับที่ฉันขอมาเป็นสะใภ้”

คุณปู่พุฒินาถ ราชสีห์เฒ่าในวงธุรกิจ ประมุขแห่งตระกูลฉัตรวินัยยะบอกกับพ่อแม่ของผืนแพรน้ำเสียงแหบพร่า เจือไปด้วยความเมตตาอารี

“ผมขอขอบพระคุณจริงๆครเมตตานังหนูมัน”

“พวกเธอเป็นลูกหลานของเนียน ก็เท่ากับเป็นลูกหลานของฉัน ฉันทิ้งขว้างไม่ได้หรอก”

ถ้อยคำของชายชรา เปี่ยมไปด้วยความจริงใจ เนียน คือย่าของผืนแพร มารดาของนายแผ้ว

ย่าเนียนเคยเป็นสาวรับใช้คนสนิทของคุณปู่ เป็นแม่นมของคุณพิพัฒน์ ลูกชายผู้ล่วงลับของคุณปู่พุฒินาถ ซึ่งเป็นพ่อของภาคิน

ความซื่อสัตย์และขยันอดทนของย่าเนียน ทำให้คุณปู่พุฒินาถรักและผูกพันกับย่าเนียนเหมือนพี่น้องแท้ๆ

และยอมนับครอบครัวผืนแพรเป็นเสมือนญาติห่างๆ

ทั้งสองบ้านจึงใกล้ชิดกัน สนิทชิดเชื้อกันมานานนับสิบๆปี

ปู่พุฒินาถเป็นผู้มีพระคุณกับครอบครัวเธอ ท่านช่วยชดใช้หนี้สินให้ ดูแลเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง ไม่เคยวางท่าเป็นเจ้านายกับคนรับใช้

ผืนแพรยอมแต่งงานก็เพราะบุญคุณส่วนหนึ่ง และความเห็นชอบของผู้ใหญ่ส่วนหนึ่ง

ทว่าอีกส่วนหนึ่งไม่น้อย มันก็มาจากเสียงในหัวใจของเธอเอง…

เวลาเลยไปเกือบเที่ยงคืน คืนแต่งงานที่ควรจะสุขสันต์ แต่ผืนแพรกลับต้องนั่งเศร้าอยู่ในความมืดของห้องอย่างเดียว

เพราะเมื่อเสร็จสิ้นพิธีในตอนเช้า สามีหมาดๆของเธอก็ขับรถออกจากบ้านไป ตอนนี้ก็ยังไม่กลับเข้ามา

จนเวลาใกล้ล่วงเข้าตีหนึ่ง ผืนแพรอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ ล้มตัวลงบนที่นอนใหม่

นานเท่าไรไม่รู้ที่ผืนแพรหลับไป เธอตื่นขึ้นเพราะได้ยินเสียงกุกกักที่ประตู

ภาคินกลับมาแล้ว เขาอยู่สภาพยืนโงนเงนแทบไม่ติดพื้น กลิ่นเหล้าแรงระคนกลิ่นน้ำหอมโชยมาหาเธอ

“พี่คิน”

ผืนแพรพึมพำเบาๆ จะเรียกเขาเต็มเสียงก็ไม่กล้า

ชายหนุ่มปรายตามองเธอ ตาของเขาแดงก่ำ มองเธอด้วยแววตาที่ไม่ต่างจากมองสัตว์เลื้อยคลาน

“อยากเข้าหอเต็มที่แล้วสินะ”

ภาคินแค่นหัวเราะ แสยะยิ้มให้กับภรรยาที่เขาไม่เคยอยากจะได้

“ไม่นะคะ แพรไม่ได้…”

“สมใจแล้วนี่ พ่อแม่เธอคงภูมิใจที่เอาเธอมาชุบตัวได้”

“มันไม่ใช่อย่างที่พี่คิดหรอกนะคะ”

“งั้นไปบอกปู่แบบนั้นสิ ไปบอกสิว่าเธอไม่ได้อะไรกับฉัน ยกเลิกทุกอย่าง ไหนๆเราก็ยังไม่ได้อะไรกัน…”

“แพรทำแบบนั้นไม่ได้”

“ทำไม!”

“แพรรักพี่คิน…”

ผืนแพรละทิ้งความอาย สารภาพความรู้สึกในใจที่มีมาตลอดหลายปี

“ทุกอย่างมันไม่ใช่การบังคับอย่างที่พี่เข้าใจ”

“ฮ่าๆๆๆ”

ภาคินหัวเราะออกมาดังๆ

“นึกว่าพ่อแม่เอาลูกสาวมาล่อซื้อ ที่แท้ตัวลูกก็เต็มใจทำนี่เอง!”

“พี่คินอย่าว่าถึงพ่อแม่แพรนะคะ ถ้าพี่จะด่า ก็ด่าแค่แพรพอ”

“ทำไมฉันจะว่าไม่ได้ พวกขี้ข้า อยากให้ลูกสาวมาเป็นเมียฉันจนตัวสั่น”

“พี่คินเมามากแล้ว นอนเถอะค่ะ”

ผืนแพรก้าวเข้าไปประคองแขน ภาคินไม่ได้ขัดขืนก็จริงแต่เขาก็ยืนนิ่งอยู่กับที่ พลางหันมาจ้องหน้าเธออย่างชิงชัง

“ความหวังทุกอย่างของฉันมันพังลงก็เพราะเธอ ผืนแพร!”

“พี่คิน!”

ชายหนุ่มรวบร่างบางในชุดคลุมบางเบาเข้ามากอดแน่น วงแขนของเขารัดร่างเธอจนแทบจะหายใจไม่ออก

“พี่คิน…ปล่อยเถอะค่ะ แพรเจ็บนะคะ”

“ปล่อยเหรอ ได้สิ!”

คำว่าปล่อยของภาคิน คือการเหวี่ยงผืนแพรไปที่เตียงเต็มแรง เหมือนเขาไม่ได้สนว่าเธอจะเจ็บหรือไม่ด้วยซ้ำ

ร่างใหญ่รีบตามลงมาทาบทับ

“พี่คิน…”

ผืนแพรยันกายหนี ภาคินก็จับแขนเธอตรึงไว้กับที่นอนทั้งสองข้าง ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้าหา จนลมหายใจร้อนผ่าวคละคลุ้งกลิ่นเหล้าราดรดที่แก้มนวลของเธอ

“หยุดสะดีดสะดิ้งสักที รักฉัน ก็ตามใจฉัน อย่ามาทำไร้เดียงสา”

เขาประกบจูบลงมา ใบหน้าหล่อเกือกไถไปมาอย่างกักขฬะ หยาบคาย เรียวปากหนาขบกัดรุนแรงไปตามผิวเนื้อบอบบาง

“พี่คิน แพรเจ็บ…กรี๊ด!”

ภาคินไม่สนใจเสียงร้องอ้อนวอน เขากระชากชุดนอนตัวบางออก ขณะนี้ผืนแพรเหลือเพียงร่างขาวผ่องอรชรปรากฏต่อสายตา

ภาคินหวาดมองทั่วร่างน้อย นัยน์ตาลุกโชนด้วยพิศวาสราคะตามสัญชาตญาณผู้ชาย ไม่ได้มีความรักเจือปนแม้แต่น้อย

“เรียกสินสอดเป็นล้าน ฉันต้องเอาให้คุ้มหน่อย”

ฝ่ามือร้อนของเขาอังไปทั่วร่าง เคล้นคลึงไปตามร่างนิ่มอย่างหนักหน่วง พลางกระซิบข้างหู

“รักฉันไม่ใช่เหรอ รักฉันก็ทำหน้าที่เมียให้สมบูรณ์สิ ทำให้ฉันมีความสุข ทำได้ไหม…”

ผืนแพรค่อยๆสงบลง จริงสินะนี่มันหน้าที่เมีย เป็นเมียก็ต้องให้ความสุขกับผัว…

“ดี ทำดี”

ภาคินบอกกับเธอน้ำเสียงกระเส่า พอใจเมื่อเธอนิ่งสงบไม่ขัดขืน ส่วนตัวเขาก็เบามือลง เริ่มเคลื่อนมือลงต่ำไปที่หว่างขาเรียวงาม

ผืนแพรหลับตาลง เตรียมตัวรับสัมผัสแรกที่ไม่เคยได้รับรู้มาก่อนในชีวิตสาว

หูของเธออื้ออึง เมื่อความเจ็บปวดของการสูญเสียพรหมจรรย์เกิดขึ้นที่กลางกาย หยาดน้ำตาเล็กๆซึมที่หางตา มาจากทั้งความเจ็บและความสุขสมแบบที่ผืนแพรไม่อาจอธิบายได้

เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นร่างใหญ่กำลังกระแทกกระทั้นเธอไม่ยอมหยุด ใบหน้าคมคายแสดงออกถึงความสุขทางโลกีย์เต็มที่

กระทั่งในที่สุดภาคินก็เสร็จสม

ร่างน้อยนอนตะแคงนิ่ง ผืนแพรน้ำตาไหล ด้วยความปวดหน่วงจากรสรักอันหนักหน่วงยังไม่หายดี

ภาคินสวมเสื้อคลุมเดินออกมาจากห้องน้ำ

เขากลับมานั่งลงบนเตียงอีกครั้ง ปรายตามองร่างน้อยที่นอนอยู่แล้วก็แสยะยิ้ม

“อย่างน้อยๆเธอก็มีประโยชน์ ฉันจะได้ประหยัดเศษเงินไปเที่ยวอีตัวได้บ้าง”

ว่าจบเขาก็ล้มตัวลงนอนข้างๆ เมื่อต้นแขนโดนเข้ากับแผ่นหลังของร่างเล็ก ภาคินก็สะบัดแขนเป็นเชิงให้หญิงสาวออกห่าง ผืนแพรรีบขยับกายมาชิดขอบเตียงและนอนอย่างระวัง เก็บแขนเก็บขาไม่ให้ไปสร้างความรำคาญให้เขาอีก

หญิงสาวได้แต่นอนโอบกอดตัวเอง เอี้ยวตัวไปมองร่างสามีที่นอนหลับตานิ่ง

หญิงสาวเม้มปากในใจมีคำถามที่รู้ว่าไม่ควร แต่หญิงสาวก็อดกลั้นความน้อยใจไม่อยู่ ลั่นคำถามออกไป

“ในสายตาพี่คิน แพรเป็นคนไม่ดีขนาดนั้นเลยเหรอคะ พี่ถึงยอมรับแพรไม่ได้”

“เธอก็รู้ดีว่าทำไม…”

เหตุผลที่ภาคินตอบมาทำให้ผืนแพรนิ่งงัน จากนั้นเขาเงียบ กระทั่งได้ยินเสียงกรนเบาๆ

แต่ผืนแพรไม่อาจข่มตานอนได้ เธอเข้าใจความหมายของคำตอบนั้น ภาคินเลือกจะปล่อยให้เธอทำความเข้าใจกับคำตอบของเขาเอง และเธอก็เข้าใจดีเสียด้วย

…ภาคินอาจจะได้แต่งงานกับผู้หญิงที่เพียบพร้อมกว่านี้ ถ้าไม่ใช่เพราะคำสั่งของคุณปู่พุฒินาถ ผู้เป็นประมุขของตระกูล ที่ยื่นคำขาดแกมข่มขู่ให้เขาแต่งงานกับเธอ

ผู้หญิงบ้านป่า การศึกษาน้อยอย่างเธอจะไปคู่ควรกับเขาได้อย่างไรกัน

ทุกอย่างมันเป็นความผิดของเธอ

…เมื่อเข้าใจทุกอย่าง หยาดน้ำอุ่นก็ไหลออกมาช้าๆ ผืนแพรกัดฟันนอนร้องไห้เงียบๆ

ความจริงแล้ว เรื่องของเธอกับภาคินมันไม่ควรจะเกิดขึ้นตั้งแต่แรก เธอกับเขาอยู่กันคนละชั้นฟ้า เปรียบเธอเป็นกา ภาคินก็เป็นหงส์

แต่ความสเน่หามันก็ไม่เข้าใครออกใครทั้งนั้น

เมื่อสี่ปีที่แล้ว

เธออายุเพียงสิบแปดปี เพิ่งจะจบชั้นมัธยมปลาย

ตอนนั้นเธอตัดสินใจยังไม่เข้ามหาวิทยาลัย แต่จะไปหางานทำเพื่อหาเงินเรียนช่วยพ่อแม่

ผืนแพรจึงยังอยู่ที่บ้าน คอยช่วยงานเล็กๆน้อยๆ ไม่ได้เข้าเมืองหลวงเพื่อไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยอย่างเพื่อนๆ

ทำให้เธอได้เจอภาคิน ที่ถูกปู่บังคับให้ตามมาเยี่ยมครอบครัวคุณย่าเนียนด้วย

ตอนนั้นเขาอายุ22ปี รูปหล่อ ยิ้มยาก มองคนด้วยหางตา หน้าตาผิวพรรณขาวใสสะดุดตา เพราะไปเรียนเมืองนอกมานาน เพิ่งกลับมาเมืองไทย

ผืนแพรเห็นเขาครั้งแรกก็กลัวและประหม่า เพราะเห็นว่าภาคินมองทุกอย่างในบ้านของเธอด้วยสายตาดูแคลน

…ผืนแพรหลงรักเขาตั้งแต่แรก ความหยิ่งทระนง เก่งกาจ ความไว้ตัว คุณสมบัติและรูปสมบัติของเขาทำให้เธอหลงใหล กอปรกับการที่เขาเป็นผู้ชายคนแรกๆที่ได้เธอได้รู้จักในช่วงที่เริ่มเป็นสาวเต็มตัว หัวใจดวงน้อยก็ย่อมเพ้อฝัน

ส่วนภาคินเอง ก็ตัดสินเธอตั้งแต่แรกพบ

ไม่แปลกใจที่เขาจะคิดว่าครอบครัวเธอพยายามส่งเธอมาผูกมัดเขา เพราะตัวเธอด้อยกว่าเขาถึงเพียงนี้

หากไม่ใช่เพราะคุณปู่พุฒินาถ ภาคินคงจะไม่ยอมแต่งงานกับเธอแน่

ผืนแพรเชื่ออยู่ลึกๆว่า ภาคินเพียงแค่โกรธ แต่หากวันใดวันนึงเธอได้พิสูจน์ตัวเองให้เขาเห็น ว่าเธอรักเขาจริงๆ ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาเข้าใจ ว่าเธอเองก็เหมาะสมและทำหน้าที่เมียได้อย่างดี

ความดีอาจจะทำให้เขายอมรับเธอในวันหนึ่งก็ได้

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ในที่สุดผืนแพรก็ปาดน้ำตา ปลอบใจตัวเองว่าวันนั้นจะมาถึงในอีกไม่นานนี้