บท
ตั้งค่า

2 เมียที่ไม่มีอะไรดี

ตลอดสามปี…

ผืนแพรตั้งมั่นในการทำหน้าที่ภรรยาที่ดี ตื่นเช้าทุกวัน เพื่อปรุงอาหารเช้าเพื่อสุขภาพคุณปู่พุฒินาถและสามีของเธออย่างสุดฝีมือ

อย่างวันนี้…กลิ่นโจ๊กผักหอมกรุ่นลอยขึ้นจากหม้อ ผืนแพรยิ้มกับตัวเองบางๆอย่างแช่มชื่น มีแค่เวลาได้เข้าครัวทำอาหาร ที่พอจะทำให้ชีวิตอันเหี่ยวเฉาของผืนแพรมีความสุขขึ้นมาได้บ้าง

“แม่ครัวคนใหม่ทำอาหารดี กุ้งหอม ไม่คาว”

ภาคินเอ่ยชมเบาๆเมื่อรับได้ลิ้มรสข้าวต้มกุ้งเข้าปาก เขาคิดว่าเป็นฝีมือแม่ครัวคนใหม่

คนทำตัวจริงได้แต่ลอบมองแล้วแอบยิ้มปลื้ม

เธอไม่เคยบอกกับเขาว่าเป็นฝีมือของเธอ เพราะมีครั้งหนึ่งที่เขารู้ว่าเธอเป็นคนทำ วันนั้นเขาไม่แตะอาหารเช้า แถมยังว่าเธอจุ้นจ้านงานในครัว

ตรงข้ามกับปู่พุฒินาถที่ลอบหลานชายยิ้มๆ เขาเองก็ไม่คิดจะบอกหลานชายเหมือนกัน เพราะรู้นิสัยพยศของหลานชายดี

“หมู่บ้านเฟสใหม่เป็นไงบ้าง”

คุณปู่พุฒินาถเอ่ยถาม เป็นธรรมดาในช่วงอาหารเช้าที่จะมีการพูดคุยระหว่างปู่กับหลาน ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องครอบครัว

“ก็ดีครับ ผมกำลังจะเปิดประมูลสัมปทานอินเทอร์เน็ต หลายค่ายเขาก็ร่วมกับเรา”

“ดี ไว้ว่างๆปู่จะเข้าไปดู”

พุฒินาถพยักหน้าอย่างพอใจ ถึงภาคินจะเป็นคนดื้อแพร่ง แต่ในเรื่องงาน หลานชายของเขาก็ทำได้อย่างดีเยี่ยม

“แล้วบริษัทอื่นในเครือล่ะ”

“ก็ปกติ โรงแรมในเครือที่เพิ่งเปิดสาขาใหม่ก็กำลังไปได้สวย ทางนั้นผมให้พี่สรรค์ดูแทนอยู่ ถ้ามีปัญหาผมพร้อมลงไปจัดการทันที แค่ไต้หวันนี้เอง”

พุฒินาถมองหลานสะใภ้ที่ก้มหน้าก้มตากินข้าว ก่อนจะหันไปพูดกับหลานชาย

“วันไหนแกไปดูงานต่างประเทศก็เอาเมียไปด้วยสิ หนูแพรอยู่บ้านเฉยๆเหงาแย่ ตั้งแต่แต่งงานมาสามปี แกไม่เคยจะพาเมียไปไหนเลย”

ภาคินถึงกับวางช้อนเสียงดัง ปรายตามองหญิงสาวร่างเล็กที่นั่งฝั่งตรงข้าม ผู้หญิงที่ทำให้เขาเหมือนติดคุกมาตลอดสามปี…

“เอาไปทำไมล่ะครับ เอาไปก็ช่วยงานอะไรไม่ได้”

ผืนแพรกำช้อนแน่น กี่ครั้งแล้วที่เขาสบประมาทเธอเรื่องนี้ เธอรู้ตัวดีว่าเธอจบแค่ม.6 จะไปมีความรู้มากมายอะไรที่จะช่วยเขาได้

“ฉันไม่ได้ให้หลานสะใภ้ไปทำงาน ฉันให้หลานสะใภ้ฉันไปเปิดหูเปิดตา งานแก แกก็ทำไปสิ”

คุณปู่เสียงแข็งขึ้น ส่วนภาคินนิ่งเงียบ ผืนแพรอยู่กับเขาจนรู้ดีว่าอาการเงียบคือ การที่เขาพร้อมจะระเบิดอะไรออกมาได้ทุกเมื่อ ผืนแพรจึงรีบบอกกับคุณปู่

“พี่คินไปทำงาน แพรไม่รบกวนหรอกค่ะคุณปู่ แพรเองก็ไม่ได้ภาษา อ่านอังกฤษไม่ได้ แพรไม่อยากรบกวนพี่คิน”

“คิดได้ก็ดี”

ภาคินกระตุกยิ้ม มีแววพอใจขึ้นมานิดหนึ่ง

ตรงข้ามกับผืนแพรซึ่งเม้มปากแน่น ถึงจะได้ยินวาจาทำนองนี้มาสามปีเต็ม แต่ก็ใช่ว่าจะชินชาจนไร้รู้สึก

“แกก็พูดเกินไปเจ้าคิน คนเรามันพัฒนาได้ ”

พุฒินาถช่วยแก้ต่างแทนหลานสะใภ้ เปลี่ยนหัวเรื่องคุยเพราะไม่อยากอารมณ์เสียตั้งแต่ตอนเช้าๆ ประมุขของบ้านหันไปยิ้มให้ผืนแพร

“เห็นหนูแพรบอกจะสมัครเรียนต่อป.ตรีแล้วนี่”

“ค่ะ เรียนออนไลน์ จะได้มีเวลาทำอย่างอื่นด้วย”

“เห็นไหมเจ้าคิน พอมีโอกาส คนเรามันพัฒนาได้ อย่าคิดว่าใครจะย่ำอยู่กับที่ไปจนตายสิ แกเลิกดูถูกเมียตัวเองซะที”

“เรียนไปก็เท่านั้น ไม่มีปัญญาเอามาใช้ เรียนไปก็ไร้ประโยชน์”

ผืนแพรแทบอยากจะลุกจากโต๊ะอาหารเดี๋ยวนั้น คำพูดของภาคินเหมือนไม่เคยกลั่นกรอง ไม่เคยสนใจว่าเธอจะรู้สึกยังไง

“เหลวไหลเจ้าคิน โชคดีแค่ไหนแล้วที่แกได้หนูแพรเป็นเมีย รู้ตัวบ้างไหม”

พุฒินาถบอกกับหลานชาย สายตาของชายชรามองการณ์ไกลกว่าหลาน และมองทะลุปรุโปร่งไปถึงหลานสะใภ้

“แกจงรู้ไว้นะว่า หนูแพรนี่เหมาะกับคนอย่างแกที่สุดแล้ว ฉันมองคนไม่ผิด ฉันเลือกให้แกดีแล้ว”

“เหรอครับ งั้นผมก็ขอบคุณ”

ภาคินตอบปู่เสียงเรียบ ก่อนจะวางช้อนและลุกขึ้น ทั้งๆที่อาหารวันนี้อร่อย แต่เขาก็หมดอารมณ์กินเสียแล้ว

“ผมขอตัวก่อน วันนี้นัดประชุมผู้ถือหุ้นด้วย ผมอยากไปก่อนเวลา”

เรื่องประชุมก็ส่วนหนึ่ง แต่ความจริงคือเขาไม่อยากทนเห็นภาพรอยยิ้มของผู้หญิงตรงหน้า คนที่พรากความหวังและอนาคตที่ดีไปจากเขา

สามปีที่เขาควรจะมองเธอดีขึ้น แต่นับวันเขากลับชิงชังเธอคนนี้มากขึ้นเท่าทวี

ก็แค่ผู้หญิงบ้านนอก ที่พ่อแม่ส่งมาเป็นเมียเขา เพราะอยากยึดเขาเป็นบ่อเงินบ่อทองก็เท่านั้น มีคุณสมบัติอะไรที่คู่ควรกับเขาบ้าง

ไม่ใช่คุณปู่มองไม่ออก แต่เพราะปู่มัวแต่ยึดติดความสัมพันธ์บ้าบอกับยายเนียนคนใช้เก่าแก่ ทำให้คุณปู่อยากดองกับคนบ้านนั้น จนไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร ภาคินคิดแล้วก็อารมณ์เสียทุกครั้ง

เขาเดินออกไปจากห้องรับประทานอาหาร โดยไม่หันกลับมามองใครทั้งนั้น

ส่วนคนเป็นปู่ได้มองหลานชายที่เดินหนีไป ก่อนจะหันมามองหลานสะใภ้อย่างเห็นใจ

“อย่าไปถือมันเลยนะหนูแพร อยู่กันมาขนาดนี้แล้ว”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แพรไม่ถือสาพี่คินหรอก แพรเข้าใจ”

“ภาคินมันเอาแต่ใจ ปู่เลี้ยงมันมาไม่ดีเอง”

พุฒินาถทอดถอนใจเบาๆ หลานชายเอาแต่ใจ ทิฐิสูง อะไรที่ไม่ได้ดั่งใจก็ไม่เอา เพียงเพราะไม่ถูกใจ

ตั้งแต่พิพัฒน์ ลูกชายของเขาและ อรอนงค์ ลูกสะใภ้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เขาทุ่มเทความรักให้หลานชาย จนหลายครั้งกลายเป็นการตามใจจนเกินพอดี

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะคุณปู่”

“ปู่เชื่อนะ ว่าสักวันมันจะเห็นความน่ารักของหนู อย่างที่ปู่เห็น”

“แพรก็หวังอย่างนั้นค่ะ…”

หวัง…ทั้งที่รู้ว่าเป็นแค่ความหวังลมแล้ง

“อีกหน่อยมีลูกด้วยกัน เจ้าคินมันก็ใจอ่อนลงเองแหละ เจ้าหลานคนแรกมันบุญน้อย ร่างกายหนูแพรไม่แข็งแรง ตอนนี้บำรุงมาสักพักแล้ว เดี๋ยวก็คงจะติด…”

“สามปีแล้ว คงไม่มีแล้วแหละค่ะ แพรอาจจะเป็นหมันไปแล้ว”

“อย่าเพิ่งถอดใจสิลูก ปู่ว่าลองบำรุงเยอะๆดูก่อน หนูแพรซูบกว่าแต่ก่อนเยอะเลย คงต้องพักผ่อนเยอะๆ”

ชายชรานึกออกอีกวิธี

“ไม่ก็ลองไปบนที่วัดดังๆดูหน่อย เผื่อจะได้เทวดานางฟ้าน้อยมาเกิด…”

“ค่ะคุณปู่…”

ผืนแพรทำเพียงแค่ยิ้มบางๆ รับคำน้ำเสียงแห้งแล้ง ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าความหวังของคุณปู่จะไม่มีทางเกิดขึ้น

ผืนแพรกลับเข้ามาในห้องนอน ชีวิตประจำวันของเธอไม่ได้ทำอะไรมาก มีแค่ดูแลคุณปู่ของสามีในช่วงสายๆและช่วงเย็นก็เท่านั้น ดูหนัง และจัดการข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของสามี ไม่ได้ให้แม่บ้านมายุ่งเกี่ยว

ชุดไหนที่เป็นชุดตัวเก่งของสามี เธอก็จะซักรีดเองจนหอมฟุ้ง

เพียงรอยยิ้มและคำชมว่าชุดหอม นั่นก็ทำให้เธอยิ้มกว้างได้ทั้งวัน ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าใครเป็นคนซักให้ก็เถอะ

หญิงสาวทรุดกายนั่งบนเตียง คิดถึงคำพูดของคุณปู่พุฒินาถ

‘อีกหน่อยมีลูกด้วยกัน เจ้าคินมันก็ใจอ่อนลงเองแหละ’

หญิงสาวหันไปเปิดลิ้นชักออก หยิบยาแผงเล็กๆขึ้นมา ยาเม็ดถูกแกะกินเรียงตามลูกศร มีบางช่องที่เว้นไว้เพราะเธอลืมกิน

และวันนี้เธอก็เกือบลืมกินอีกเช่นกัน

‘แพรจะมีได้ยังไงล่ะคะคุณปู่ ในเมื่อหลานชายคุณปู่ไม่อยากมี’

ผืนแพรจ้องแผงยาคุมนิ่ง ทุกความกดดันไหลรวมเป็นหยาดน้ำตาเอ่อคลอเบ้า หญิงสาวหลับตาลงนึกถึงเมื่อครั้งแต่งงานได้ครบสามเดือน น้ำตาก็ไหลรินช้าๆ

ในตอนนั้น…ผืนแพรตั้งครรภ์

คุณปู่พุฒินาถดีใจมาก ผืนแพรเองก็ดีใจ ลูกคือโซ่ทองคล้องใจ หญิงสาวคาดหวังเล็กๆว่า ลูก อาจจะทำให้ใจของภาคินอ่อนลง

ท่ามกลางความปีติของคนอื่นๆ มีเพียงคนเดียวที่ไม่พอใจ

นั่นก็คือ…สามีของเธอเอง

‘เธอไม่ได้คุมรึไง ฉันบอกแล้วใช่ไหม ว่าฉันไม่ต้องการเด็ก’

‘พี่คินคะ นี่ลูกของพี่ทั้งคนนะคะ’

‘อยากได้นักก็เลี้ยงเอาเองแล้วกัน’

หลังจากนั้นภาคินก็ไม่เคยดูแลเอาใจใส่เธอ เขากลับบ้านดึกกว่าเดิม บางวันก็ไม่กลับเลยด้วยซ้ำ หงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย ปกติเธอทำอะไรก็ไม่เข้าตาเขาอยู่แล้ว เมื่อผืนแพรท้อง…ก็ยิ่งกลายเป็นตัวน่ารำคาญสำหรับเขามากขึ้นไปอีก

ไม่ว่าเธอจะทำอะไรผิดพลาดนิดหน่อย เขาก็เก็บมาเป็นอารมณ์

กระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่ผืนแพรกำลังจัดแต่งดอกไม้ลงในแจกันที่ห้องรับแขก ก็ได้ยินเสียงภาคินโวยวาย แล้วเดินลงมาจากบันไดกลาง

เมื่อเห็นผืนแพร ภาคินก็พุ่งตรงเข้ามาหาราวกับจะฉีกเธอเป็นชิ้นๆ

“เธอเอาโทรศัพท์ฉันไปใส่ไว้ในลิ้นชักทำไม กล้าดียังไงมายุ่งกับของๆฉัน!”

“ไม่ใช่นะคะพี่คิน… เมื่อคืนพี่เมามาก โทรศัพท์ร่วงอยู่ข้างเตียง แพรก็เลยเอาไปเก็บใส่ลิ้นชักไว้ให้”

“ตกก็ปล่อยไว้สิ ก็ฉันบอกแล้วไงว่าอย่ามายุ่งกับของๆฉัน”

“แพรไม่ได้ยุ่ง ไม่ได้จะดูอะไรหรอกนะคะ”

“ทีหลังอย่าสาระแนมายุ่งกับของฉัน! เธอไม่มีสิทธิ์!”

ความน้อยเนื้อต่ำใจบวกกับฮอร์โมนคนท้องที่ทำให้อ่อนไหวทางความรู้สึกง่าย ผืนแพรรู้สึกเหมือนบางสิ่งที่จุกอกมันระเบิดออกมา

เธอสวนเขากลับไปเป็นครั้งแรก…

“คำก็ไม่มีสิทธิ์ สองคำก็ไม่มีสิทธิ์ แพรเป็นเมียพี่คิน จะไม่มีสิทธิ์ยังไง ถามจริงๆนะคะ แพรเป็นอะไรในสายตาพี่”

“โสเภณีชั่วคราวไง ชัดเจนไหมล่ะ”

ผืนแพรตะลึงงัน อีกฝ่ายกลับลอยหน้า

“อยากได้ยินอีกไหม”

“พี่คิน…”

ภาคินยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยันแล้วหันหลังเดินกลับไป ผืนแพรรู้สึกถึงความเจ็บจี๊ดที่ท้องน้อย จนไม่อาจยืนอยู่ได้ จากนั้นความเจ็บจี๊ดก็กลายเป็นอาการปวดเกร็ง

“อ้ะ!”

ร่างของผืนแพรทรุดลงไปกองกับพื้น

ส่วนสามีของเธอ…เขาค่อยๆเดินจากไปที่ประตูใหญ่

“พะ พี่คิน”

เสียงของหญิงสาวแผ่ว ความเจ็บทรมานจากการที่ช่องท้องบีบรัดรุนแรง ทำให้หญิงสาวไม่มีแม้แต่เสียงจะร้องอีกแล้ว

ตอนนั้นเอง ความอุ่นของของเหลวบางอย่างก็ไหลออกมาจากหว่างขา

ผืนแพรผงะเมื่อเห็นเลือดจำนวนมากมาย เธอหันไปมองข้างหน้า หวังว่าสามีจะหันมามองสักนิด

ทว่าภาคินกลับขึ้นไปนั่งบนรถ แล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว

ในวันนั้นผืนแพรรอดชีวิตมาได้ ก็เพราะว่าแม่บ้านสองสามคนที่ผ่านมาเห็นเข้าและพาเธอส่งโรงพยาบาล

หมอบอกว่าเธอมีภาวะแท้งคุกคาม ร่างกายพักผ่อนน้อย แถมยังมีอาการของโรคเครียด

แพทย์บอกกับเธอว่าไม่ต้องกังวล เพราะพักฟื้นและรักษาตัวดีๆ เธอก็มีโอกาสกลับมามีลูกได้อีกครั้ง

แต่สำหรับผืนแพร เธอรู้ดีว่าโอกาสที่เธอจะให้กำเนิดทายาทได้หมดสิ้นแล้ว

คุณปู่พุฒินาถคือคนที่คอยมาเยี่ยมเธอขณะอยู่ที่โรงพยาบาล

ส่วนภาคินมาหาเธอในคืนที่สอง มา…เพราะคุณปู่สั่งให้มา

ชายหนุ่มเพียงแต่นั่งเล่นโทรศัพท์ ปรายตามองเธอด้วยหางตาอย่างรำคาญ

รำคาญที่ต้องมาอยู่โยงเฝ้าไข้เธอ…คนที่เขาไม่เคยคิดจะรัก

หลังจากสูญเสียเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาและเธอไป ผืนแพรร่ำไห้พร้อมกับขอโทษที่รักษาลูกของเขาไว้ไม่ได้

หากสิ่งที่ภาคินตอบกลับมา ทำให้ผืนแพรทั้งจุกและเจ็บในหัวใจ

‘ฉันไม่คิดอะไรหรอก…ฉันไม่ได้ต้องการอยู่แล้ว…’

ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้แววเศร้าสลด เหมือนนี่เป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ความปกติธรรมดาที่เขาแสดงออกมานั่นแหละ มันทำให้ผืนแพรยิ่งเจ็บช้ำ

เขามองเพียงลูกในท้องของเธอเป็นแค่ก้อนเนื้อ ไม่ได้คิดว่าเป็นลูก หรือเป็นแก้วตาดวงใจ

นั่นลูกทั้งคน เขาทำใจเป็นปกติได้อย่างไรกัน

คุณปู่พุฒินาถให้กำลังใจว่าเธอจะมีลูกคนใหม่ได้ แต่ผืนแพรรู้ดีว่าเธอหมดหวังแล้ว

เธอนึกถึงคำของสามี หลังจากที่ร่างกายของเธอกลับมาเป็นปกติ คืนแรกที่เขาหาความสุขกับเธอ

เขาก็ไม่ลืมที่จะย้ำเตือน

‘กินยาซะแพร อย่าหวังจะปล่อยท้องอีกเด็ดขาด ถ้ายังฝืนให้มันเกิดมา ฉันก็จะทำกับเด็กคนนั้น แบบที่ทำกับเธอ ถ้าเธอทนได้ก็ลองดู…’

ผืนแพรไม่อยากให้เป็นแบบนั้น แค่คิดว่าชีวิตน้อยๆต้องมาเห็นพ่อตัวเองแสดงความเย็นชาและเกลียดชังทุกวัน แค่นี้หญิงสาวก็ทรมานใจแล้ว

เธอคิดว่าจะไม่ให้กำเนิดลูกน้อย จนกว่าพ่อจะเลิกเกลียดแม่…

ซึ่งวันนั้นจะมาถึงเมื่อไร ผืนแพรก็ได้แค่หวัง หวัง…อย่างไม่รู้จุดหมายเลย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel