บทที่ 3 ฟื้นชีพ
ฉับ! เสียงดาบเสียบทะลุเนื้อดังสยอง
ความรู้สึกเย็นเฉียบแล่นเข้ากลางหลัง ริมฝีปากเขาอ้าออกด้วยความตกใจ เลือดอุ่นทะลักออกจากแผล ร่วงหยดลงบนผืนดินแข็ง
ดาบ…ปักกลางหลังเขาอย่างแม่นยำ ลึกถึงกระดูก ลึกถึงปอด
โจวไห่เฉินสะดุ้งเฮือก เขาไม่ส่งเสียงร้อง มีเพียงลมหายใจที่ถูกกระชากออกจากร่างอย่างรุนแรง
คนที่แทงยิ้มเหี้ยม “คนอย่างแก… อยากตายตามหญิงคนนั้นอย่างนั้นหรือ? ข้าจัดให้สมใจเจ้าแล้ว ฮ่า...”
คำพูดนั้นทำให้สายตาโจวไห่เฉินลุกเป็นไฟ เขาเกร็งแขน จับด้ามดาบของศัตรูไว้แน่น แล้วหมุนตัวกระแทกข้อศอกใส่คอคู่ต่อสู้อย่างแรงจนชายคนนั้นหงายหลัง
คมดาบในมือเฉือนลงไปบนคอของมัน แต่ทว่านี่ก็เป็นเฮือกสุดท้ายของโจวไห่เฉิน...
เพราะบาดแผลของเขามันลึกเกินไป เลือดไหลท่วมหลังจนยืนแทบไม่อยู่ เขาทรุดคุกเข่าลงข้างร่างของอันหนิงอย่างหมดเรี่ยวแรง ปลายนิ้วสั่นเทาไล้ไปตามแก้มซีดของนาง เลือดของเขาหยดลงบนแก้มของนางราวกับสวรรค์กำลังร้องไห้
“อันหนิง… ข้าขอโทษ… ข้า... แม้จะรักษาชีวิตของข้าเอาไว้ไม่ได้ แต่ข้าทำให้เจ้าได้รู้แล้วว่า ข้ารักเจ้าจากหัวใจ... อันหนิง ข้าอยากให้เจ้ารักข้าเช่นกัน… เฮือก...” เสียงใกล้ขาดใจ แต่น้ำตากลับยังไหลไม่หยุด โจวไห่เฉินฝืนยิ้ม
“ถ้ามีชาติหน้า… หรือย้อนเวลาได้ ขอให้ข้าได้พบเจ้าอีกครั้ง… ในวันเวลาที่ข้าสามารถปกป้องเจ้าได้… แม้ต้องแลกด้วยชีวิตนี้ และข้าจะบอกรักเจ้า...อันหนิง จะไม่ปากหนักอีกต่อไป และขอให้เจ้าจำความรักของข้า ที่มีต่อเจ้านะ...อันหนิง”
ความมืดเริ่มกลืนแสงสุดท้ายในดวงตาของเขา ลมหายใจอุ่นที่เคยเป่ารดแก้มของเผยอันหนิง… ใบหน้าคล้ำ แต่แววตาก็ยังเต็มไปด้วยความรักที่มีต่อนาง ลมหายใจของเขากำลังจางหายไปอย่างเชื่องช้า ก่อนสติทั้งหมดจะดับสูญ
โจวไห่เฉินเอนตัวลงทาบร่างนางอย่างแผ่วเบา เหมือนต้องการใช้ลมหายใจสุดท้ายปกป้องสตรีที่ตนรัก แม้ว่านางไม่อาจรู้สึกได้แล้วก็ตาม
ภายในคุกนั้น… ชายหนุ่มที่รักสุดหัวใจ และสตรีผู้สิ้นใจไปก่อนหน้านอนนิ่งเคียงกัน เลือดของเขาและนางค่อย ๆ ไหลมารวมบนพื้น ผสมกันจนไม่อาจแยกออกว่าเป็นของผู้ใด
ท้องฟ้าเหนือคุกนั่นเงียบงัน ความอาฆาตของสองวิญญาณชโลมไปทั่วอากาศจนเย็นยะเยือก และในเสี้ยววินาทีที่หัวใจของทั้งคู่หยุดเต้นพร้อมกัน บางสิ่งในชะตากลับสะท้าน
ลมหายใจสุดท้ายของเผยอันหนิง และคำมั่นสัญญา กับการตั้งจิตอธิษฐานแรงกล้า พร้อมกับความคับแค้นอย่างหาที่สุดไม่ได้
ทำให้นางได้ลืมตาอีกครั้ง
แต่ในเวลา… และสถานที่… ที่ทุกอย่างยังไม่ถูกหักหลัง และการแก้แค้นของนาง… เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น
วันที่ทุกอย่างเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง... เสียงลมหายใจแรกของอันหนิง เหมือนถูกดึงออกจากเหวลึก นางสะดุ้งเฮือก... ลืมตาพร่า รู้สึกถึงแสงแดดอุ่นอบอวลเหนือเปลือกตา ก่อนจะพบว่า… ตนเองกำลังอยู่ในห้องนอนเดิม
ห้องที่ถูกเผาในครั้งนั้น...เลือนหายไป พร้อมชีวิตอันสงบสุขของเผยอันหนิงคนเก่า แต่ตอนนี้นางได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง เหมือนไม่เคยเกิดโศกนาฏกรรมเช่นนั้นมาก่อนเลย
‘นี่คือ…หนึ่งปีก่อนวันตายจริงของข้า?’ หัวใจนางเต้นแรง
เสียงข้างนอกดังแว่วเข้ามา เสียงที่นางจำได้แม่น และเป็นเสียงที่ครั้งหนึ่งทำให้นางยิ้มทั้งวัน… ก่อนจะกลายเป็นฝันร้ายที่กัดกินวิญญาณของตนเอง
“พี่หญิง...อันหนิง ท่านพี่หยางมาหาท่าน เปิดประตูให้ข้าที” เสียงของเผยอันจิง
ทันทีที่ได้ยินชื่อของชายผู้นั้น ดวงตาของอันหนิงที่ยังพร่าอยู่ ก็ถมสีอาฆาตขึ้นทันควัน
เหตุการณ์การทรมาน การวางแผนใส่ร้ายป้ายสี และทำทุกอย่างให้อันหนิงทรมานทั้งกายและหัวใจ ทั้งยังคิดจะให้คนข่มเหงนาง ก่อนจะขายนางให้คหบดีชราที่ชื่อ...ถังหลง
เสียงหัวเราะของกู้โหวและเผยอันจิงในวันที่จะสิ้นลม เหมือนภาพเงาสีเลือดไหลย้อนกลับมาอัดแน่นในหัวใจที่เต็มไปด้วยความคั่งแค้น
นางหอบหายใจเหนื่อย มือเย็นราวน้ำแข็ง แต่แววตา…คมกริบเหมือนดาบลับ ความทรงจำของเผยอันหนิงกลับมา… เป็นเมื่อก่อนวันนี้ คือวันที่กู้หยางนำหยกมอบให้กับตนเอง และบอกว่าหยกอันนี้เป็นของแทนใจ คือสัญลักษณ์ของของหมั้นของเขากับนาง
‘คนใจคออำมหิต บอกว่าจะรักและปกป้องข้า แต่ทั้งหมดเป็นคำโกหกที่ใช้เพื่อเปิดทางให้อันจิงขึ้นมาเหยียบหัวข้า’
อันหนิงยกมือขึ้นลูบหน้า ความฝันสาหัสเมื่อคืน ยังติดอยู่ในความทรงจำ ทุกการกรีดของคมบนเนื้อหนัง ทุกการฟาดแส้ที่เจ็บปวดและทรมาน
หยดโลหิตที่ไหลหยด… คือการจดจำที่เจ็บปวด ไม่มีอะไรจะลบกลบภาพความจำเหล่านั้นได้
ภาพโจวไห่เฉินถูกดาบแทงกลางหลังเพื่อช่วยนาง เลือดอุ่นพุ่งรดมือและร่างกายของนาง และคำสุดท้ายของเขาก่อนจะล้มลง…
“ข้ารักเจ้าอันหนิง… แม้เจ้าจะไม่เคยเลือกข้าเลยก็ตาม…”
หัวใจของนางบีบรัด เจ็บลึก แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาร่ำไห้
“พี่หญิงอันหนิง ท่านหลับอยู่หรือ? ท่านพี่หยางบอกว่า เขามีของสำคัญอยากมอบให้ท่าน” เสียงอันจิงดังอีกครั้ง
อันหนิงสูดลมหายใจ นางจัดเสื้อผ้า เชิดหน้าขึ้น แล้วเดินไปเปิดประตูอย่างเฉยเมย
กู้หยางยืนอยู่ข้างหลังของอันหนิง เขาส่งยิ้มหวาน ๆ ให้ แต่นางกลับเห็นชัด... เงาเจ้าเล่ห์ในแววตาเขา ที่ครั้งหนึ่งนางเคยมองข้าม ทั้งยังเห็นเป็น แววตาที่แสนจะหลงใหลในความงดงามของตนเอง
“เจ้ามาพอดีเลย...อันหนิง คือข้ามีหยกมามอบให้เจ้า หยกนี้ท่านแม่ของข้า ท่านได้มาจากท่านพ่อ เป็นสัญลักษณ์แทนใจของพวกท่าน ข้าจะมอบให้เจ้า...อันหนิง เพื่อเป็นของแทนใจระหว่างเราสองคน” มือเขายื่นกล่องเล็ก ๆ มาให้ แต่ครั้งนี้อันหนิงไม่แม้แต่จะเหลือบตามอง
หากเป็นเมื่อก่อน อันหนิงคงจะวิ่งออกไปรับในทันทีอย่างเต็มใจ พร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ทว่าไม่ใช่ในเวลานี้...
“เก็บไว้เถิด ข้าไม่ขอรับ”
รอยยิ้มกู้หยางแข็งค้าง เหมือนถูกตบเข้ากลางหน้าโดยไม่ทันตั้งตัว ตัวเผยอันจิงก็เช่นกัน นางถึงกับเอียงคอมองหน้าพี่สาว แทบไม่เชื่อหูตัวเอง
“อันหนิง… นี่มัน…หมายความว่าอย่างไร?”