บทที่ 2 ข้ามาช้าเกินไป
“อันหนิง! ข้า… ข้าอยู่ที่นี่แล้ว!” น้ำเสียงสั่นเครือ เต็มไปด้วยความตกใจและเจ็บปวด มือใหญ่ประคองแก้มของนางอย่างอ่อนโยน ราวกลัวนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้แตะต้อง เผยอันหนิงกะพริบตาช้า ๆ ดวงตาเสียน้ำตาผะแผ่ว
“โจวไห่เฉิน…” นางเอ่ยชื่อของเขา
ใบหน้าคมเข้มของเขาสั่นไหวด้วยความหวาดกลัว เขารีบปลดตรวนจากข้อมือนางอย่างลนลาน จนมือของเขาเองเลือดออกเพราะเหล็กคมบาดเข้า… แต่เขาไม่สนใจ
“ผู้ใด…ผู้ใดทำกับเจ้าเช่นนี้…” เขากัดฟันแน่น เสียงเต็มไปด้วยโทสะจนขนลุก
อันหนิงพยายามยกมือที่สั่นไม่หยุดแตะใบหน้าเขา มืออ่อนแรงจนไม่สามารถยกขึ้นได้ตามใจ
“ท่านก็รู้ สามีทรยศของข้า กับน้องสาวหน้าไม่อาย”
โจวไห่เฉินจึงจับมือของนางไว้แน่นแทน
“ข้า…หนาวเหลือเกิน… ท่านพี่ไห่เฉิน…”
“ข้าอยู่ตรงนี้ ข้าไม่ไปไหน…” เขากอดนางไว้ในอ้อมแขนแข็งแรง เหมือนกับต้องการถ่ายทอดความอบอุ่นทั้งหมดของตนให้นาง
“ท่านพี่มาทำไม… ท่านพี่จะเดือดร้อน… เพราะเข้ามาสู่วังโจรของมัน” อันหนิงกระซิบแผ่ว
“ต่อให้ข้าต้องตาย ข้าก็ไม่ยอมปล่อยเจ้าไว้ลำพังเช่นนี้!” โจวไห่เฉินส่ายหน้า น้ำตาไหลริน ความอบอุ่นสุดท้ายในชีวิตกำลังห่อหุ้มร่างอันหนิง นางรู้ดีว่าเขารักนาง รักอย่างแท้จริง มิใช่เพื่อผลประโยชน์ ไม่ใช่เพราะยศถาบรรดาศักดิ์ แต่เขารัก... เพราะนางคือ...เผยอันหนิง คนนี้เท่านั้น
“ไห่เฉิน… ข้าหนาว… มืดเหลือเกิน… ตาของข้ามองไม่เห็นหน้าของท่านแล้ว ข้า... อึก... ข้า...” โจวไห่เฉินสั่นไปทั้งร่าง เขากอดนางแน่นราวกับจะดึงวิญญาณนางไม่ให้หลุดลอย แต่ความอ่อนแรงกำลังกลืนกินสติสัมปชัญญะของนางทีละน้อย
“อันหนิง! อย่า… เจ้าอย่าหลับนะ!” เสียงเขาสั่นจนแทบพูดไม่ออก
“หาก…เกิดใหม่ได้อีกครั้ง… ข้าจะไม่ปล่อยให้ใครเหยียบย่ำข้าอีก… และข้าจะยอมรับรักจากท่าน” นางยิ้มอ่อน ๆ น้ำตาไหลช้า ๆ
“อันหนิง!”
“ไห่เฉิน…ข้า… ขอโทษที่ไม่รับรักของท่าน”
ดวงตาของนางค่อย ๆ ปิดลง มืออ่อนแรงหลุดจากมือเขา ลมหายใจสุดท้ายของนางแผ่วและอ่อนลง เหมือนสายลมฤดูใบไม้ร่วง
ในอ้อมแขนของบุรุษที่รักนางสุดหัวใจ เผยอันหนิง…กำลังจะสิ้นใจไปอย่างช้า ๆ
สายลมยังคงพัดผ่านช่องไม้แตกของคุกลับอย่างเชื่องช้า ราวกับโลกกำลังไว้อาลัยให้สตรีคนหนึ่ง ที่ลมหายใจจะดับลง ภายใต้อ้อมแขนคนรักที่ไม่เคยได้เอ่ยความรู้สึกมาก่อน
แม้แต่แสงไฟจากคบเพลิงหน้าประตูก็ดูหม่นลง จนโจวไห่เฉินรู้สึกเหมือนสวรรค์กำลังปิดตา… ปล่อยให้เขาจมลงใต้ขุมนรกแห่งความจริง
เขากอดร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของเผยอันหนิงแนบอก ดวงหน้าที่เคยงดงามราวดอกเหมยฤดูหนาว บัดนี้ซีดเซียวเหมือนดอกไม้เหี่ยวเฉาที่ถูกเหยียบซ้ำไม่รู้กี่ครั้ง
“อันหนิง… เจ้าอย่าเพิ่งไป… อย่าเพิ่ง!”
เสียงสั่นสะท้านของเขาดังก้องในห้องที่ไร้ผู้คน แต่คนในอ้อมแขนนั้นนิ่งงัน ไม่มีลมหายใจ ไม่มีแม้แต่ความอุ่น น้ำตาของชายอกสามศอกหลั่งรินรดใบหน้าของนางที่ซีดเหมือนกระดาษ
โจวไห่เฉินค่อย ๆ แตะหน้าผากของนางด้วยปลายจมูก ราวกับหวังว่า ความอบอุ่นของเขา จะทำให้หัวใจที่หยุดเต้นไปแล้ว กลับมากระตุกเต้นอีกครั้ง แม้รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้
“ข้า…มาช้าเกินไปอย่างนั้นหรือ” เขาเอ่ยน้ำเสียงพร่า หัวใจแตกเป็นเสี่ยง ๆ
ใบหน้าคมเข้มที่เคยสงบนิ่งในสายตาผู้อื่น บัดนี้เต็มไปด้วยความเจ็บลึกเกินกว่าจะบรรยาย เขาประคองแก้มของนางอย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วสั่นจนแทบควบคุมไม่ได้
“สวรรค์… หากท่านมีตา เหตุใดยินยอมให้สตรีนางนี้ต้องทนทุกข์เช่นนี้? นางผู้ไม่เคยทำร้ายผู้ใด…” เขาเงยหน้าขึ้นมองเพดานไม้ผุราวกับกำลังสบตากับฟ้าด้านบน
แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยอะไรอีก เสียงฝีเท้าหนักเร่งร้อนดังจากทางเดินด้านนอก เสียงประหนึ่งเหล่าหมาป่าที่ได้กลิ่นเลือด
โจวไห่เฉินเบิกตากว้าง เขารีบลุกขึ้นครึ่งตัวโดยไม่ปล่อยร่างของอันหนิงให้ห่างอก มืออีกข้างคว้าดาบที่วางอยู่ตรงพื้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“ใคร? ไอ้พวกใจโหด ข้าจะฆ่าพวกเจ้าให้หมด” เขาตะโกนลั่น
โจวไห่เฉิน... ณ เวลานี้ เขาทั้งโกรธ ทั้งบ้า
พร้อมที่จะฆ่าทุกคน ที่จะเข้ามาแตะต้องสตรีในอ้อมแขนของเขาอีก แม้เพียงปลายเล็บ เงาหลายเงาวิ่งกรูกันเข้ามาหน้าห้อง มีเสียงพูดคุยดังให้ได้ยิน
“นางตายแล้วจริงหรือ?”
“ท่านถังหลงสั่งไว้ ให้เอาตัวนางไป”
“แต่ไอ้ผู้ชายคนนี้เล่า จะเอาอย่างไรกับมันดี”
“ข้าไม่รู้จักมัน”
“ข้าก็ไม่เคยเห็นหน้าของมันมาก่อน”
“อย่างนั้น…ก็ฆ่ามันเสียสิ จะเก็บเอาไว้ทำไม”
“ใช่! ฆ่าไอ้นี่ด้วย จะได้ปิดปาก!”
พวกมันได้คำตอบแล้วว่าจะจัดการโจวไห่เฉินอย่างไร ต่างย่างสามขุมรุมล้อมเขากับร่างของเผยอันหนิง
“ระวังมันมีดาบ!”
“พวกเจ้า... ยังกล้าคิดไม่ปล่อยนางไปอีกหรือ? หลังจากทำกับอันหนิงเช่นนี้แล้ว พวกเจ้ายังไม่พอ ใช่ไหม?”
ความโกรธถาโถมจนแววตาของโจวไห่เฉินแดงก่ำ เขาค่อย ๆ วางร่างอันหนิงลงอย่างระมัดระวังกับพื้น เยื้องไปด้านหลังเพื่อกันนางจากสายดาบ ก่อนจะแทรกตัวขึ้นข้างหน้า
“ใครก็ตามที่เข้ามาใกล้… ข้าจะฆ่าเช่นกัน” เขากัดฟันกรอด ๆ
“และจะมาพาอันหนิงไป… พวกเจ้าจะต้องเหยียบศพข้าไปก่อน!”
เสียงหัวเราะเยาะของเจ้าพวกนั้นดังขึ้นอีก ในร่างของโจวไห่เฉินที่ถูกวางยา ตอนนี้เริ่มไร้กำลังและเรี่ยวแรง ฝีมือก็ใช่ใครอื่น คนของกู้หยางกับเผยอันจิงที่แทรกซึมไปทุกที่
“เช่นนั้นก็สมใจเจ้าล่ะ!”
กลุ่มชายถือดาบบุกเข้ามารวดเร็วราวพายุ รุมเขาเหมือนฝูงหมาหมู่ โจวไห่เฉินตั้งหลัก ยกดาบขึ้นแน่น ท่วงท่าคมกริบจนเห็นได้ชัดเขาเคยผ่านสนามรบมานับครั้งไม่ถ้วน
เสียงโลหะปะทะกันดังแกร้ง! ประกายไฟแตกกระจายทั่วพื้นคุก โจวไห่เฉินใช้กำลังทั้งหมดที่มีต้านการโจมตีของชายสามสี่คนพร้อมกัน แต่เขามาเพียงลำพัง และต้องปกป้องร่างของเผยอันหนิงที่อยู่ด้านหลังตลอดเวลา
เขาไม่อาจเคลื่อนที่ได้เต็มกำลัง ทั้งสิ่งที่กำลังเคลื่อนไหวย้ายที่ไหลไปตามเส้นโลหิตของเขา...ที่เป็นพิษ
ดวงตาของโจวไห่เฉินพร่ามัว...
ฉับ! ดาบของใครคนหนึ่งฟันเข้าที่แขนของเขา เลือดเริ่มไหลจากแขนของเขา แต่เขายังสู้จนกระทั่งเหวี่ยงดาบแทงทะลุอกของคนหนึ่ง แล้วเตะกระเด็นไปชนผนัง
อีกสองคนผงะถอยไป ทว่าชายผู้หนึ่งกลับแอบเข้าด้านข้างตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้… และก่อนที่โจวไห่เฉินจะทันหันกลับไปมอง