บท
ตั้งค่า

3

แต่ซูฮูหยินกลับหน้าขาวราวกระดาษ นางแทบทรุดกับพื้น ชิงเอ๋อร์เองก็ตาเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อ ส่วนฮูหยินเฒ่าซูกำไม้เท้าแน่นจนสั่น

ซูเยว่หลันก้มศีรษะรับราชโองการโดยไม่ขยับแม้แต่น้อย ในวินาทีนั้น ไม่มีใครรู้ว่านางกำลังกัดฟันแน่นเพียงใด บิดาและพี่ชายยังนอนอยู่ในโถงศพ กลิ่นธูปยังไม่ทันจาง แต่ราชโองการสมรสกลับมาถึงแล้ว

ขันทีหลวงม้วนผ้าไหมกลับก่อนเอ่ยเสียงอ่อนลงนิดหนึ่ง

“คุณหนูซู รับราชโองการเถิด”

ทั่วทั้งโถงเงียบกริบ ซูฮูหยินเงยหน้าขึ้นอย่างลนลาน

“ใต้เท้า! สามีและบุตรชายของข้าเพิ่ง”

“ท่านแม่” ซูเยว่หลันเอ่ยขัดเบา ๆ แต่เด็ดขาด

ซูฮูหยินหันมามองบุตรสาว น้ำตาเอ่อเต็มดวงตา

“เยว่หลัน...”

ชิงเอ๋อร์เองก็รีบกระซิบเสียงสั่น

“คุณหนู เรา...เราจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ”

ซูเยว่หลันเงยหน้าขึ้นมองราชโองการในมือขันที ดวงตาของนางสงบนิ่งเสียจนคนจากวังยังต้องชะงัก

นางประคองตัวก้มศีรษะลงช้า ๆ แล้วกล่าวชัดถ้อยชัดคำ

“หม่อมฉัน ซูเยว่หลัน...รับราชโองการ”

ชิงเอ๋อร์สะอึกเฮือก ซูฮูหยินน้ำตาไหลพราก ฮูหยินเฒ่าซูหลับตาลงแน่น

ขันทีหลวงถอนหายใจคล้ายโล่งอก ก่อนส่งราชโองการให้นางแล้วกล่าวตามพิธี

“ขอคุณหนูเตรียมตัวให้พร้อม อีกหนึ่งเดือนจะมีคนจากจวนแม่ทัพมาหารือเรื่องพิธี” เมื่อคนของวังจากไปแล้ว โถงใหญ่ยังคงเงียบจนได้ยินเพียงเสียงเทียนลั่นเปรี๊ยะ

คนแรกที่ทนไม่ไหวคือชิงเอ๋อร์ นางแทบพุ่งขึ้นยืน

“พวกเขาทำกันเกินไปแล้ว! นายท่านกับคุณชายเพิ่งกลับมาแท้ ๆ ยังจะรีบจับคุณหนูแต่งออกอีกหรือ!”

“ชิงเอ๋อร์” ฮูหยินเฒ่าซูเรียกเสียงเข้ม

สาวใช้คนสนิทเม้มปากแน่น แต่ยังโกรธจนตาแดง ซูฮูหยินยกมือกุมอก

“เยว่หลัน แม่จะเข้าวัง แม่จะไปขอร้อง...”

“ไม่มีประโยชน์เจ้าค่ะ” ซูเยว่หลันตอบอย่างสงบ

“แต่”

“ราชโองการออกแล้ว” นางหันมามองมารดา

“ท่านแม่รู้ดีว่าหากขัด มีเพียงตระกูลซูทั้งจวนที่จะรับโทษ” ซูฮูหยินนิ่งไป นางย่อมรู้กฎข้อนี้ดี ฮูหยินเฒ่าซูค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แววตาชรานั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดลึกซึ้ง

“เยว่หลัน ย่าจะไม่บังคับเจ้า หากเจ้าไม่อยากแต่ง ต่อให้ต้องเอาชีวิตย่าเข้าแลก ย่าก็...”

“ท่านย่า” ซูเยว่หลันคุกเข่าหันไปหาผู้เฒ่า

“เพราะหลานเป็นคนตระกูลซู หลานจึงยิ่งต้องแต่ง”

ชิงเอ๋อร์มองนางตาค้าง

“คุณหนู!” ซูเยว่หลันก้มหน้าลงช้า ๆ สายตาทอดไปยังโลงศพของบิดาและพี่ชาย

“ท่านพ่อกับพี่ใหญ่เพิ่งจากไป หากหลานยังดื้อดึงขัดราชโองการอีก ตระกูลซูจะยิ่งลำบาก” นางเอ่ยทีละคำ

“ตอนนี้เราไม่มีสิทธิ์เลือกตามใจแล้ว” คำพูดนั้นทำให้แม้แต่ฮูหยินเฒ่าซูก็เงียบงัน เพราะมันเป็นความจริงที่โหดร้ายเกินกว่าจะปฏิเสธ

ชิงเอ๋อร์คุกเข่าลงตรงหน้านาง น้ำตาไหลไม่หยุด

“แต่แม่ทัพหลี่ผู้นั้นข้าได้ยินมาว่ารูปงามก็จริง ทว่าหยิ่งยโสและมีหญิงชมชอบมากมาย เหตุใดคุณหนูของข้าต้อง”

ซูเยว่หลันยกมือแตะศีรษะนางเบา ๆ เป็นเชิงปลอบ

“ก็เพราะเป็นราชโองการ”

“ราชโองการก็ไม่น่ารังแกคนถึงเพียงนี้สิเจ้าคะ”

“ชิงเอ๋อร์”

“เจ้าคะ...”

“ช่วยข้าอีกครั้ง”

สาวใช้คนสนิทเงยหน้าขึ้นทันที

“คุณหนูสั่งมาเถิด” ซูเยว่หลันมองไปยังโลงศพทั้งสอง ก่อนตอบด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

“ดูแลท่านแม่และท่านย่าให้ดี” ชิงเอ๋อร์เม้มริมฝีปาก ก่อนพยักหน้าแรง ๆ

“เจ้าค่ะ”

ครู่ต่อมา ฮูหยินเฒ่าซูจึงเอ่ยเสียงแหบพร่า

“เยว่หลัน”

“เจ้าคะ ท่านย่า”

“เจ้าเสียใจหรือไม่” คำถามนั้นทำให้ทั่วทั้งโถงเงียบลงอีกครั้ง ซูเยว่หลันมองควันธูปที่ลอยขึ้นเป็นสายบาง ๆ แล้วตอบโดยไม่ลังเล

“เสียใจเจ้าค่ะ”

ซูฮูหยินหลั่งน้ำตาอีก ชิงเอ๋อร์กำชายแขนเสื้อแน่น แต่ซูเยว่หลันยังพูดต่อ

“เสียใจที่วันนี้ต้องคุกเข่ารับราชโองการ ทั้งที่ควรคุกเข่าไว้ทุกข์ให้ท่านพ่อกับพี่ใหญ่ให้สมเกียรติกว่านี้”

“เสียใจที่คนในวังเห็นตระกูลซูอ่อนแอ จึงรีบส่งราชโองการมา และเสียใจ...” นางหยุดไปนิดหนึ่ง

“ที่ต่อให้หลานไม่พอใจ ก็ยังต้องยิ้มรับมัน”

ทุกคำราบเรียบ แต่กลับกระแทกใจคนฟังจนเจ็บหนึบ ฮูหยินเฒ่าซูหลับตาลง น้ำตาหยดหนึ่งไหลออกมาจากหางตาโดยที่เจ้าตัวไม่ยอมยกมือขึ้นเช็ด

“เจ้าเป็นหลานของย่าจริง ๆ”

ซูเยว่หลันค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน ชุดไว้ทุกข์สีขาวของนางสะท้อนแสงเทียนจนดูเย็นเยียบ แต่แผ่นหลังกลับตรงแน่ว ไม่มีท่าทีคล้ายคนกำลังจะพังลงสักนิด

นางหันไปมองโลงศพบิดาและพี่ชายเป็นครั้งสุดท้ายของคืนนี้ ก่อนกล่าวเสียงเบา ทว่าชัดเจนจนทุกคนได้ยิน

“ตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป จวนซูจะไว้ทุกข์ตามธรรมเนียม ส่วนเรื่องสมรส...ข้าจะจัดการเอง”

ชิงเอ๋อร์เงยหน้ามองคุณหนูของตนอย่างตาค้าง ซูฮูหยินเองก็ชะงักไป มีเพียงฮูหยินเฒ่าซูที่มองหลานสาวอยู่นาน แล้วพยักหน้าเบา ๆ อย่างคนที่เข้าใจอะไรบางอย่าง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel