4 ปลอดภัยจริงๆ ใช่ไหม
ขณะที่กำลังท่องไปในโลกโซเชียลอย่างเพลิดเพลินเดนิสาก็ไม่รู้เลยว่ามีคนแอบมองตนเองอยู่ตลอดจนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงหญิงสาวเริ่มเบื่อจึงหยิบขนมที่เตรียมมาจากบ้านขึ้นมาทานและเงยหน้าขึ้นเพื่อจะถามว่าติณณภพจะทานขนมกับเธอไหม หญิงสาวจึงเห็นว่าชายหนุ่มกำลังจ้องมาทางตนเองอยู่
“มีอะไรหรือเปล่าคะ หรือหนูรบกวนสมาธิอาหมอ”
“เปล่าหรอก”
“แต่อาหมอมองหน้าหนูอยู่นะคะ”
“อาก็แค่สงสัยบางอย่าง”
“สงสัยอะไรคะ”
“สงสัยว่าหนูได้ตาสีฟ้ามาจากใคร” ติณณภพโกหกออกไปคำโตทั้งที่จริงตนเองกำลังแอบสังเกตพฤติกรรมของเธอ
“ได้มากจากคุณพ่อค่ะ” เดนิสาชอบตาสีฟ้าของตนเองมากเพราะมันเป็นสิ่งที่เชื่องโยงระหว่างเธอกับบิดาที่ล่วงหลับไปนานแล้ว
“อ๋อ” ติณณภพพยักหน้าเข้าใจ เขาไม่เคยเจอกับบิดามารดาของเดนิสามาก่อนเพราะเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน
“อาหมอกินขนมไหมคะ”
“อาไม่ชอบกินขนม”
“เหมือนคุณยายเลยค่ะ คุณยายก็บอกว่าไม่ชอบกินขนมก๊อปแก๊ปพวกนี้”
คำพูดของเดนิสาทำให้เขาชะงักเพราะไม่คิดว่าเธอจะเอาเขาไปเปรียบเทียบกับคุณยายซึ่งมีอายุมากกว่าเขาหลายสิบปี
“แต่อาว่าลองกินหน่อยก็ดีนะ” เพราะกลัวจะถูกมองว่าแก่เหมือนคุณยายติณณภพเลยเดินมานั่งข้างๆ และหยิบขนมของเธอมาทาน
“รสชาติก็ไม่เลวนะ แต่โซเดียมเยอะไปไหน่อย แบบนี้กินบ่อยๆ ไม่ดีต่อสุขภาพนะ” เขาเตือนออกไปตามสัญชาตญาณ
“หนูรู้ค่ะ แต่กินแล้วมันหยุดไม่ได้ ปกติแล้วอาภพไม่กินขนมเลยเหรอคะแล้วเวลาอ่านหนังสือหรือทำงานไม่ง่วงแย่เหรอ”
“อาก็กินกาแฟไง”
“กาแฟไม่ดีต่อสุขภาพเหมือนกันนะคะ”
“นั่นสินะ” เขาไม่รู้จะเถียงเดนิสายังไงเพราะสิ่งที่เธอพูดมันก็จริงแต่เขาก็มีลิมิตว่าวันหนึ่งจะดื่มกาแฟไม่เกินสองแก้วหรือบางวันก็ดื่มแค่แก้วเดียว
“อาหมออยู่บ้านคนเดียวเหรอคะ”
“ครับ”
“ไม่เหงาเหรอคะ” เดนิสาเริ่มชวนคุยเพราะนั่งเงียบคนเดียวมาหนึ่งชั่วโมงก็เริ่มจะเบื่อ ปกติแล้วเธอเป็นคนร่าเร่งและมีเพื่อนเยอะมากแต่พอกลับมาที่นี่ก็ไม่ได้ติดต่อกับเพื่อนที่อังกฤษเพราะเวลาไม่ค่อยตรงกันละเธอก็อยากลืมทุกอย่างที่นั่น
“ก็นิดหน่อยนะ” อันที่จริงเขาอยากตอบว่าเขาชอบที่ได้อยู่คนเดียวเงียบๆ แต่ถ้าตอบแบบนั้นออกไปเดนิสาก็คงจะรู้สึกไม่ดีแน่ๆ ชายหนุ่มเลยเลือกตอบอีกอย่าง
“อาหมออยากหายเหงาไหมคะ” คำถามมาพร้อมกับรอยยิ้มและแววตาเป็นประกาย
“อยากสิ” เขาไม่รู้ว่าเดนิสาจะทำอะไรเลยยอมตามน้ำไปก่อน
“ถ้างั้นวันที่อาหมอหยุดหนูจะมาอยู่เป็นเพื่อนหาหมอเองดีไหมคะ” เดนิสาพยายามหาทางออกให้กับตนเองเพราะรู้สึกว่าที่บ้านของคุณยายมันไม่ปลอดภัยเลยโดยเฉพาะวันหยุดเพราะอาณัติมักจะพาเพื่อนมาที่บ้านและพูดคุยกันเสียงดัง และเพื่อนบางคนของเขาก็มักจะพูดจาแทะโลม อาณัติไม่ได้ช่วยอะไรแถมยังผสมโรงไปกับเพื่อนอีกด้วย แต่จะอยู่ที่ร้านตลอดคุณยายกับน้าของเธอก็อยากให้หญิงสาวได้มีเวลาทบทวนบทเรียนก่อนที่จะเริ่มไปเรียนในวันจันทร์หน้า
“ได้สิ”
“ขอบคุณค่ะ งั้นเริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้เลยนะคะ หนูจะมาบ้านอาหมอหลังเที่ยงค่ะ”
“ตอนเช้าล่ะ”
“ตอนเช้าไปช่วยคุณยายกับน้าษาที่ร้านค่ะ”
“เดซี่ก็ขยันเหมือนกันนะ แล้วเรื่องไปเรียนล่ะจัดการเรียบร้อยหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วค่ะ จะเริ่มไปเรียนวันจันทร์แล้วค่ะ”
“ตื่นเต้นไหมที่จะได้เจอเพื่อนใหม่”
“ตื่นเต้นค่ะ ตอนนี้หนูพยายามจะรู้จักเพื่อนให้มากที่สุด ทุกคนดูเป็นกันเองมากค่ะ พวกเรามีไลน์กลุ่มกันพออาจารย์ที่ปรึกษาบอกว่าหนูย้ายมาเรียนระหว่างเทอมเพื่อนก็ดึงหนูเข้ากลุ่มและช่วยแนะนำว่าหนูต้องเตรียมตัวยังไงบ้างก่อนเรียน”
“อ่านภาษาไทยได้เหรอ”
“พอได้ค่ะ แต่เพื่อนของหนูก็คุยกันเป็นภาษาอังกฤษ”
“เดซี่เคยเรียนภาษาไทยเหรอ”
“เคยค่ะ ตอนเด็กๆ หนูก็อยู่เมืองไทยค่ะ เลยได้เรียนนิดหน่อย พอไปอยู่ที่นุ่นแม่ก็สอนให้อ่านบ้าง บางครั้งคุณยายส่งหนังสือไปให้ค่ะ” เดนิสาเล่าไปด้วยกินขนมไปด้วยอย่างผ่อนคลาย เธอรู้สึกว่าการคุยกับติณณภพทำให้ตนเองผ่อนคลายและสบายใจมากขึ้น
“ไปอยู่ที่นู่นนานหลายปีแล้วกลับมาอบยู่เมืองไทยแบบนี้ไม่คิดถึงเพื่อนๆ เหรอครับ” เมื่อมีช่องทางเขาก็เริ่มถามขอ้อมูลของเดนิสามากขึ้น
“หนูไม่อยากนึกถึงทุกอย่างที่นั่นอีก” เธอพูดแล้วเงียบจนคนถามรู้สึกผิดมากที่ทำให้หญิงสาวกลับยังจุดที่เธอเจ็บปวดอีกครั้ง
ติณณภพไม่ได้พูดหรือถามอะไรต่อเพราะแค่นี้มันก็มากเกินไปสำหรับการพูดคุยกันตามลำพังครั้งแรก เขาอยากให้เดนิสาไว้ใจเขามากขึ้นและพูดถึงปัญหานั้นให้เขาฟังเอง
“เดี๋ยวคุณยายก็คงกลับแล้ว” เดนิสาพูดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ
“เดซี่จะไปรอคุณยายก็ได้”
“หนูขอรอจนได้ยินเสียงรถคุณยายมาได้ไหมคะ”
“ได้สิ หนูจะอยู่ที่บ้านของอานานแค่ไหนก็ได้”
“อาจะไม่ถามเหรอคะว่าทำไมหนูถึงไม่อยากกลับบ้าน”
“เดซี่อาจไม่มีเพื่อนคุยใช่ไหม”
“ไม่ใช่หรอกค่ะ”
“แล้วเพราะอะไรล่ะครับ” ในที่สุดติณณภพก็กล้าถามถึงเหตุผลเพราะรู้สึกได้ว่าเดนิสาก็อยากจะเล่าให้เขาฟังอยู่เหมือนกัน
“เพราะหนูรู้สึกว่าที่บ้านนั้นไม่ปลอดภัย”
“ถ้าที่บ้านไม่ปลอดภัยแล้วที่ไหนล่ะที่ปลอดภัย”
“หนูว่าที่บ้านของอาหมอยังปลอดภัยกว่าที่นั่น”
“เล่าให้อาฟังได้ไหม”
“อาอยากฟังเหรอคะ”
“อยากฟังสิ เดซี่อยากเล่าให้อาฟังไหมล่ะ”
“อาหมอสัญญาไหมว่าจะไม่อกเรื่องนี้กับคุณยายและน้าษา”
“อาไม่กล้ารับปาก เดซี่ลองเล่าให้อาฟังก่อนได้ไหมครับแล้วอาจะตัดสินใจเองว่าควรจะบอกคุณยายหรือเปล่า”
“ถ้าบอกคุณยายต้องไม่สบายใจแน่ๆ หนูไม่อยากให้คุณยายไม่สบายใจ”
“ถ้าเรื่องมันใหญ่เราก็ควรบอกคุณยาย แต่ถ้ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่เราก็จะรู้กันสองคน ตกลงตามนี้ไหม”
“ก็ได้ค่ะ”