บท
ตั้งค่า

บทที่ 4

เวลาสิบวันที่เหลือถูกเปลี่ยนเป็นหยาดเหงื่อแรงกาย เฟยอวี้ทุ่มเทกับการเตรียมตัวอย่างหนัก นางสั่งตัดชุดร่ายรำใหม่ตามแบบที่นางร่างขึ้นเอง เป็นชุดผ้าเนื้อบางเบาสีแดงเพลิงที่ทิ้งตัวแนบไปกับส่วนเว้าส่วนโค้ง เน้นการเผยผิวพรรณนวลเนียนช่วงเอวและแผ่นหลังมากกว่าชุดร่ายรำทั่วไปในวัง

“พระสนม... ชุดนี้มันออกจะ... เปิดเผยไปหน่อยไหมเพคะ”

ชุ่ยจูเอ่ยถามขณะช่วยจัดชายผ้า แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงที่ยามอยู่บนร่างของเจ้านายตนแล้วนั้นงดงามจนละสายตาไปไหนไม่ได้

“ข้าแต่งแค่ตอนรำเท่านั้นเผยเนื้อหนังหน่อยจะเป็นไรไป ข้าสวมแล้วมิงามหรือไร?”

ชุ่ยจูรีบตอบทันใด “งามมากเพคะ มันงามจนแทบหยุดหายใจ ผิวของพระสนมพอตัดกับสีแดงเช่นนี้แล้ว ดูราวกับเทพธิดาจำแลงมาจริง ๆ เพคะ”

เฟยอวี้หมุนตัวหน้าคันฉ่อง มองเงาสะท้อนที่เปี่ยมเสน่ห์เย้ายวนของตนเองแล้วก็หยักยิ้มภูมิใจ

“ถ้าไม่เด่นที่สุด ข้าจะเอาชนะใจคนดูเพื่อชิงรางวัลใหญ่มาได้อย่างไร” นางหันไปหาขันทีหนุ่มที่ยืนคุมอยู่ห่าง ๆ “เสี่ยวเฉิน เจ้าว่าอย่างไร?”

เสี่ยวเฉินที่เพิ่งเงยหน้าขึ้นมาสบตาถึงกับชะงัก ใบหน้าลามไปจนถึงใบหูแดงซ่านราวกับจะเป็นไข้ เขารีบก้มหน้าลงต่ำทันทีจนคางแทบชิดอก

“กะ... กระหม่อมว่า... งามมากพ่ะย่ะค่ะ งามจนกระหม่อมมิกล้ามองตรง ๆ เลยพ่ะย่ะค่ะ”

เฟยอวี้ยิ้มอย่างพอใจแววตามุ่งมั่นขึ้นทวีคูณ “ดี! ในเมื่อคนในตำหนักข้ายังเสียอาการถึงเพียงนี้ ข้าก็มั่นใจว่าเงินรางวัลต้องไม่หลุดมือไปไหนแน่”

เมื่อชุดพร้อมแล้วสิ่งที่สำคัญไม่ต่างกันก็คือการร่ายรำ นางใช้ทักษะการร่ายรำที่มารดาผู้เป็นอดีตนางโลมเคยพร่ำสอนฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วง ทุกลีลาท่าทางถูกขัดเกลาจนพลิ้วไหวแต่แฝงด้วยความเฉียบคมและทรงเสน่ห์ นางวนซ้อมจนชำนาญในทุก ๆ วันจนเมื่อตกกลางคืนก็มักจะหลับเร็วและลึก จมดิ่งสู่ห้วงนิทราเพราะความเหนื่อยล้า

ท่ามกลางความเงียบสงัดของตำหนักหลินฮวา เงาร่างสีดำสนิทสูงใหญ่เคลื่อนไหวแผ่วเบาราวกับภูตพราย ร่างนั้นแทรกผ่านหน้าต่างเปิดเข้ามาอย่างง่ายดายก่อนจะตรงไปยังเตียงกว้างที่มีร่างบางนอนหลับสนิทอยู่

เยี่ยนจงเหลียนยืนนิ่งอยู่ข้างเตียง แววตาเหี้ยมเกรียมที่ใช้ในสนามรบพลันอ่อนแสงลงเมื่อทอดมองสตรีตรงหน้า ความเหนื่อยล้าจากการตรากตรำทำศึกและการฝืนควบม้าล่วงหน้ากองทัพมาหลายวันมลายหายไปสิ้นเพียงได้เห็นใบหน้าผุดผ่องที่เขาโหยหา มือหนาหยาบกร้านจากการจับดาบเอื้อมไปเกลี่ยไรผมที่ปรกหน้าแก้มของนางออกอย่างเบามือที่สุด

เขายืนซึมซับเพื่อให้กลบความรู้สึกคะนึงหาอยู่เนิ่นนาน จนกระทั่งตัดสินใจจะเร้นกายกลับออกไป ทว่าสายตาคมกริบกลับปราดไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่แขวนเด่นอยู่บนราวไม้ท่ามกลางความมืด

ชุดสีแดงเพลิงที่เนื้อผ้าบางเบาจนแทบโปร่งแสง... เนื้อผ้าเปิดกว้างและรอยแหวกต่าง ๆ จนไม่คล้ายสวมเพื่อห่อหุ้มกายได้เลยแม้แต่น้อย

แววตาที่อ่อนโยนเมื่อครู่กลับวาวโรจน์ด้วยความโกรธและหึงหวงจนถึงขีดสุด กลิ่นอายสังหารแผ่ซ่านออกมาจนห้องเย็นเยือก ภาพที่นางสวมชุดเปิดเปลือยเช่นนี้ร่ายรำอยู่ต่อหน้าฝูงชน หรือแม้แต่ต่อหน้าพี่ชายของเขา... เพียงแค่จินตนาการ เยี่ยนจงเหลียนก็รู้สึกเหมือนเส้นสติขาดสะบั้น

ฉั่วะ!

ดาบคมกริบถูกชักออกมาจากฝักในพริบตาเดียว ก่อนจะตวัดวาดผ่านอากาศฟันชุดสีแดงนั้นขาดกระจุยเป็นสองท่อนลงไปกองกับพื้นอย่างไร้ชิ้นดี

เขามองซากชุดที่พังยับเยินด้วยสายตาโหดเหี้ยม แฝงไปด้วยความเด็ดขาดที่ไม่มีใครกล้าขัด

เมื่อจัดการทำลายของแสลงสายตาจนพอใจแล้ว รุ่ยอ๋องก็เก็บดาบเข้าฝัก เขามองร่างบางที่หลับสนิทบนเตียงเป็นครั้งสุดท้ายด้วยแววตาของผู้ชนะ ก่อนจะกระโดดออกทางหน้าต่างหายลับไปในความมืดอย่างสบายอารมณ์

เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ตำหนักหลินฮวา วันใหม่เริ่มต้นด้วยเสียงกรีดร้องที่ดังสนั่นมาจากห้องบรรทม

ฉู่เฟยอวี้ที่เพิ่งตื่นรีบถลาไปที่ราวแขวนชุดทันทีเพราะจากที่ควรจะเป็นชุดสีแดงเย้ายวนแต่กลับเป็นเศษผ้าวิ่นกองอยู่กับพื้นแทน ชุ่ยจูวิ่งพรวดพราดเข้ามาตามเสียงเจ้านาย เมื่อเห็นซากชุดก็ถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจไม่ต่างกัน

เสี่ยวเฉิน ขันทีหนุ่มรีบตามเข้ามาสมทบหมายจะอารักขา แต่เมื่อพบว่าเจ้านายปลอดภัยดีเพียงแค่ชุดพังยับเยิน เขาก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

“โถ่ พระสนม... กระหม่อมนึกว่ามีใครบุกเข้ามาทำร้ายเสียอีกพ่ะย่ะค่ะ”

“ต้องมีคนอิจฉาข้าแน่ ๆ!” เฟยอวี้ใบหน้าบูดบึ้งดวงตาวาวโรจน์ด้วยความแค้น “พอเห็นข้าเตรียมตัวดีกว่า งามกว่าเข้าหน่อยก็คงทนไม่ได้ ชุ่ยจู... ในตำหนักเรามีไส้ศึกแฝงตัวอยู่หรือเปล่า เหตุใดถึงมีคนย่องเข้ามาทำลายชุดข้าได้ถึงห้องนอนเช่นนี้”

“หม่อมฉันจะรีบสืบดูเพคะ แต่พระสนม... งานเลี้ยงจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้แล้วนะเพคะ จะทำอย่างไรดี!”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel