
บทย่อ
ชาติก่อนถูกหลอกใช้จนตาย ย้อนเวลากลับมาครานี้นางหาใช่หมากในมือใครไม่! แผนการปล้นใจโอรสสวรรค์จึงเริ่มต้นขึ้น ทว่าไฉนโชคชะตาถึงพลิกผัน. จากที่ควรจะได้เป็นสนมของคนพี่ กลับต้องกลายมาเป็นพระชายาเอกของคนน้องอย่าง รุ่ยอ๋อง เสียได้! เขาคือ บุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเกลียดสตรีเข้ากระดูกดำและโหดเหี้ยมดุจพยัคฆ์ร้ายที่ใครเห็นเป็นต้องถอยหนี! เอาเถอะ... ในเมื่อเปลี่ยนสามีไม่ได้ นางก็จะขอใช้ความหล่อและอำนาจล้นฟ้าของเขาเนี่ยแหละ เป็นอาวุธทวงแค้นครอบครัวสารเลวที่จ้องจะดูดเลือดดูดเนื้อนางให้ย่อยยับไปเสียเลย! แต่เดี๋ยวก่อน... ท่านอ๋อง! ไหนว่าเกลียดสตรีนักหนา แล้วเหตุใดถึงตามติดข้าประหนึ่งเงาเช่นนี้? "ท่านรักข้าเกินไปแล้วเพคะ... ข้าถูกท่านรังแกจนแทบจะรับไม่ไหวแล้วนะ!" ........... ✅พระเอกคลั่งรัก (สุด ๆ) ✅นางเอกทันคน เอาตัวรอดเก่ง แต่ไม่ได้ฉลาดมากขนาดนักฆ่า ก็ยังคือสตรีคนหนึ่งที่มีหัวใจ (?) ✅สายฟิน ✅สายแซ่บ ✅สายไม่เครียด เนื้อเรื่องสุขนิยม ครบรส สะใจ แก้แค้น และหวานเจี๊ยบ แซ่บซ่านสะท้านทรวง
บทนำ
กลิ่นกำยานจางลอยแตะจมูกของสตรีบนเตียง น่าแปลกที่มันไม่ใช่กลิ่นอับชื้นของตำหนักเย็นที่นางจำได้ก่อนตาย... เปลือกตาที่หนักอึ้งขยับเปิดขึ้น ภาพที่เห็นไม่ใช่เพดานผุพังแต่เป็นม่านมุ้งผ้าไหมสีกลีบบัวประดับพู่กันลมอย่างประณีต
ฉู่เฟยอวี้ ขยับกายปุ๊บความรู้สึกเมื่อยขบก็แล่นพล่านไปทั้งร่าง นางยกมือขึ้นดู... มือคู่นี้ยังเรียวงามผุดผ่องไม่ใช่ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการตรากตรำในตำหนักเย็น
ข้า... ยังไม่ตาย? หรือนี่คือฝันก่อนลงสู่ปรโลก
นางพยายามชันกายลุกขึ้นทว่าเรี่ยวแรงอันแสนน้อยนิดทำให้ร่างทั้งร่างซวนเซพลัดตกจากเตียง มือเรียวปัดถ้วยน้ำชาตกลงแตกกระจายบนพื้นเรียกเสียงดัง
เพล้ง!
“โอ๊ย! พระสนม จะทรงหาเรื่องเดือดร้อนให้หม่อมฉันไปถึงไหนกันเพคะ!”
เสียงแหลมสูงที่เต็มไปด้วยความรำคาญดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของ โม่ลี่ นางกำนัลจองหองที่เคยรับสินบนใส่ร้ายนางจนถูกส่งเข้าตำหนักเย็น
...ก่อนตายนางอยู่อย่างเดียวดายนี่นา เหตุใดโมลี่ถึงยังอยู่!
ขณะเฟยอวี่กำลังเหม่อลอยคิดหัวหมุนนางก็ถูกโมลี่ตรงเข้ามาคว้ากระชากต้นแขนขึ้นอย่างแรงจนร่างที่บอบช้ำแทบปลิวตามแรงตกกระแทกบนเตียง
“ประชวรเพราะตกน้ำยังวุ่นวายไม่พออีกหรือเพคะ ทรงยังจะหาเรื่องเจ็บตัวอีก ...หม่อมฉันบอกแล้วให้นอนนิ่ง ๆ หากไม่จำเป็นอย่าได้เดินทะเล่อทะล่าจนตกลงไปให้คนเขาหัวเราะเยาะเอาเสียได้ หากไม่ใช่เพราะหม่อมฉันช่วยพาพระองค์ออกมามีหรือจะรอดเช่นตอนนี้!”
เฟยอวี้นิ่งอึ้งมองตรงราวไม่ได้ยินสิ่งที่โมลี่พร่ำบ่นออกมา ความเจ็บที่ต้นแขนยืนยันว่านี่คือความจริง สายตาที่เคยมองโมลี่อย่างงุนงงบัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่งและเย็นยะเยือกจนโมลี่ถึงกับชะงัก
“ที่นี่... คือที่ไหน?”
เฟยอวี้เอ่ยถาม น้ำเสียงแหบพร่าแต่กดต่ำทรงอำนาจอย่างที่ไม่เคยใช้เสียงเช่นนี้มาก่อน
โมลี่ขมวดคิ้วก่อนเอ่ยตอบ “ตกน้ำจนเลอะเลือนหรือเพคะ? ก็ตำหนักหลินฮวาของพระสนมอย่างไรเล่า แต่งเข้าวังมายังไม่ทันพ้นปี ก็จะลืมกระทั่งที่พำนักตัวเองเสียแล้วหรือเพคะ”
“ข้าแต่งเข้ามา... ได้เดือนที่เท่าไรแล้ว?”
“เข้าเดือนที่หกเพคะ! อีกไม่กี่วันก็จะครบครึ่งปีแล้ว ถามอะไรแปลกเชียว ตกน้ำจนบ้าไปแล้วหรือไร”
โมลี่สะบัดหน้าใส่ด้วยท่าทีเบื่อหน่ายก่อนจะถอยออกมายืนรอมองไปที่สตรีใบหน้าซีดทว่าแววตากลับเปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาด แม้จะจองหองแต่ก็ไม่กล้าเดินหนีออกไปอย่างทุกที...
เฟยอวี้ที่นิ่งเฉยอยู่นานอยู่ดีดีก็แค่นหัวเราะออกมา เหตุเพราะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว น้ำตาแห่งความปิติยินดีรินไหลออกมาราวเอาก้อนหินที่กั้นทางไหลของน้ำออก
...นางย้อนกลับมาในช่วงที่เพิ่งแต่งเข้ามาเป็นสนมของฝ่าบาทได้เพียงหกเดือน ช่วงที่พี่ใหญ่และบิดายังไม่ได้เริ่มใช้นางเป็นหมากในการสร้างความก้าวหน้าให้พวกเขา นางยังไม่ได้ถูกคนรักเก่าอย่างเฉิงอี้เทียนหลอกใช้จนเป็นเหตุให้ถูกพระสนมนางอื่นใช้เรื่องที่นางมีชู้ขับไล่นางไปยังตำหนักเย็น
ตอนนี้เฉินอี้เทียนยังไม่ถูกรุ่ยอ๋องตรวจสอบและจัดการ! เหตุเพราะตอนนี้รุ่ยอ๋อง หรือ ท่านอ๋องปีศาจผู้นั้นยังคงออกรบอยู่ที่ชายแดน!
“โมลี่ ไปเอาคันฉ่องมาให้ข้า”
โมลี่ชะงักอย่างงงงัน “จะดูทำไมเพคะ? พระวรกายยังประชวร...ไม่น่าดูหรอกเพคะ”
“ไปเอามา!”
แววตาของเฟยอวี้ที่จ้องมองกลับแฝงไอเย็นจนโมลี่ขนลุกซู่ จนรีบถลาไปยกคันฉ่องทองเหลืองมาวางตรงหน้าเจ้านายทันที
เงาสะท้อนในคันฉ่องย้ำเตือนให้เฟยอวี้เห็นถึงความงดงามที่นางไม่เคยยอมรับมัน...
ริมฝีปากอิ่ม จมูกรั้น ผิวพรรณขาวราวหิมะ ใบหน้านี้ถอดแบบมาจากมารดาผู้เป็นอดีตนางโลมชื่อดังที่บิดาซื้อมาเป็นอนุแทบทุกกระเบียดนิ้ว แม้คนจะตายไปแล้ว แต่ความงามที่เป็นทั้งพรสวรรค์และคำสาปนี้กลับยังคงอยู่บนร่างของนางอย่างครบถ้วน ไหนจะหน้าอกอวบอิ่ม เอวที่คอดกิ่วสะโพกผายภายใต้ชุดสีขาวซีดพลิ้วไหว
ในชาติก่อน มารดาเลี้ยงอย่างจ้าวซื่อกรอกหูซ้ำ ๆ ว่านางไม่งดงาม ไร้ซึ่งเสน่ห์ ทำให้นางขาดความมั่นใจอยู่เสมอ จนต้องเลือกใส่แต่เสื้อผ้าสีทึมซีดเซียวราวกับคนไร้ชีวิตชีวา
“โมลี่ ไปเรียกเหล่ามามามาพบข้าเดี๋ยวนี้”
“พระสนมจะทรงเรียกเหล่ามามาทำไมเพคะ?” โมลี่แย้ง แต่เฟยอวี้ขยับตัวลุกนั่งหลังตรงพลางจ้องเขม็งกลับ
“ข้าสั่ง นางกำนัลเช่นเจ้าก็มีหน้าที่ทำมิใช่เอาแต่ถาม! หากเจ้าเรียกมาไม่ได้ มื้อเย็นนี้เจ้าไม่ต้องกิน!”