บท
ตั้งค่า

บทที่ 2

หลายวันผ่านไป...

ณ ส่วนรับรองแขกของตำหนักหลินฮวา บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัด จ้าวซื่อผู้เป็นมารดาเลี้ยงของเจ้าของตำหนักและฉู่ชิงเยียนน้องสาวต่างมารดา มาขอเข้าเฝ้าฉู่เฟยอวี้ในรอบหกเดือน

สตรีสองนางนั่งนิ่งกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ด้วยสีหน้าดูแคลน ตำหนักแห่งนี้ทั้งเล็กและไร้เครื่องเรือนหรูหราด้อยกว่าจวนขุนนางของพวกนางมากนัก ไหนจะคนรับใช้ที่มีเพียงหยิบมืออีก แต่อย่างไรเมื่อมาคราแรกก็ต้องทำตัวสงบเสงี่ยมไปก่อนทว่าความอดทนของทั้งสองก็มีจำกัด พวกนางนั่งรออยู่นานจนเริ่มหมดความอดทนเสียแล้ว

“เมื่อไหร่พระสนมจะเสด็จมาเสียที ข้านั่งจนปวดหลังไปหมดแล้ว”

จ้าวซื่อเอ่ยถามเสี่ยวเฉิน ขันทีหนุ่มที่มีท่าทางคล่องแคล่วซึ่งยืนเฝ้าประตูอยู่

“ข้าน้อยมิอาจทราบได้ หากพวกท่านรีบมิกลับไปก่อนแล้วค่อยมาเข้าเฝ้าคราหน้าดีหรือไม่ขอรับ?”

เสี่ยวเฉินตอบไปก็ทำเอาสองแม่ลูกหน้าตึงพูดยังไม่ออก การมาขอเข้าเฝ้าแต่ละทีง่ายเสียที่ไหนกันเล่า เมื่อทำอันใดไม่ได้ก็ได้แต่นั่งสงบเสงี่ยมรอต่อไป

ในที่สุด ฉู่เฟยอวี้ก็เดินออกมา สตรีหน้าซีดก่อนหน้าบัดนี้ไม่เหลือเคล้าเดิมอีกต่อไปแล้ว ภาพที่เห็นกลับทำให้ทั้งสองคนเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง เฟยอวี้อยู่ในชุดผ้าไหมสีแดงเพลิงฉูดฉาด ขับเน้นรูปร่างที่สมบูรณ์แบบและผิวพรรณที่ผุดผ่องจนดูเปล่งประกายผิดหูผิดตา เฟยอวี้เดินไปนั่งลงบนตั่งตำแหน่งประธานอย่างเชื่องช้า ชุ่ยจูรีบรินชาร้อนถวายทันที นางยกชาขึ้นจิบอย่างรื่นรมย์โดยไม่คิดจะทักทายผู้มาเยือนแม้แต่น้อย

“สบายดีหรือไม่พี่รอง ขะ...”

“เข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม...” เฟยอวี้ขัดขึ้นเสียงเรียบพลางปรายตามองอย่างเย็นชา “หากใครมาได้ยินเข้า จะหาว่าสกุลฉู่ไร้มารยาท ไม่รู้จักลำดับสูงต่ำในวังหลวง”

สองแม่ลูกอึ้งกิมกี่ ท่าทางมั่นใจและวาจาเชือดเฉือนนี้ไม่ใช่เฟยอวี้ที่พวกนางเคยข่มเหงได้ตามใจชอบ ชิงเยียนจำต้องกัดฟันเปลี่ยนสรรพนามใหม่ “พระสนมสบายดีหรือไม่เพคะ?”

เฟยอวี้เอนกายลงพักพิงหมอนอย่างเกียจคร้าน “ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่หรอก ก็อย่างที่พวกเจ้าเห็น ข้าอยู่ตำหนักรูหนูนี่ไปวัน ๆ ฝ่าบาทก็ไม่เคยเรียกหาปรนนิบัติสักครั้งเดียว”

คำตอบที่ดูเหมือนยอมรับความตกต่ำของตนเองทำให้จ้าวซื่อไปไม่เป็น เพราะแผนที่เตรียมมาคือการขอให้เฟยอวี้ใช้ความโปรดปรานช่วยเหลือตระกูล แต่นางกลับบอกว่าตนเองไร้ค่าเสียอย่างนั้น ทว่าจะรอช้าไปไม่ได้เพราะเฟยอวี้ที่เพิ่งมานั้นดันเริ่มหาวราวกับง่วงนอนเสียแล้ว จ้าวซื่อจึงรีบเข้าเรื่องทันที

“บิดาของพระสนมมอบหมายให้หม่อมฉันมาบอกพระองค์ให้ทรงช่วยแนะนำ ไห่ถังน้องสี่ของพระสนมเข้าทำงานสักตำแหน่งเพคะ”

เฟยอวี้ฟังแล้วก็ได้แต่สมเพชในใจ ชาติก่อนนางก็ถูกขอเช่นนี้ เหตุผลจริง ๆ คือฉู่ไห่ถังน้องชายต่างมารดาเป็นเด็กไม่เอาไหน สำมะเลเทเมาจนบิดาไม่กล้าฝากฝังเองเพราะกลัวเสียชื่อเสียง ชาติที่แล้วนางอ้อนวอนฝ่าบาทแทบตายจนเขาได้ตำแหน่ง แต่สุดท้ายเขาก็ทำเรื่องงามหน้าจนนางต้องรับผิดแทนในฐานะคนค้ำประกัน มาชาตินี้ไม่ต่างกันเลย

“หืม ไยท่านพ่อไม่แนะนำเองเล่า ท่านเป็นถึงรองเจ้ากรมพิธีการ ข้าเป็นเพียงสนมฝ่ายในจะไปก้าวก่ายงานนอกได้อย่างไร?” เฟยอวี้แสร้งถามทั้งที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว

“อ้อ เรื่องนั้นบิดาของพระองค์เองก็อยากทำเพคะ เพียงแต่จะให้คนตระกูลเราทำงานที่กรมพิธีการทั้งหมดมันก็ไม่เหมาะนัก” จ้าวซื่ออ้างสีข้างถลอกหมดแล้ว

“ท่านพ่อก็มีสหายขุนนางกรมอื่นมิใช่หรือ?”

จ้าวซื่อเริ่มมองตาขวางด้วยความรำคาญที่เฟยอวี้ซักไซ้ไม่หยุด สุดท้ายก็ตะคอกออกมาอย่างลืมตัว

“บิดาสั่งก็ทำไปเถอะ! อย่าลืมสิว่าพระองค์ได้มาเป็นสนมสุขสบายเช่นนี้ ก็เพราะบิดาและชิงเยียนเสียสละให้พระองค์มาแทนนะ!”

เฟยอวี้หัวเราะออกมาทันที เป็นเสียงหัวเราะที่บาดลึกและเปี่ยมไปด้วยความเยาะหยัน

“จ้าวซื่อเอ๋ย เจ้าพูดอย่างกับว่าข้าอ้อนวอนขอแต่งเข้ามาอย่างนั้นแหละ ข้าขอพวกเจ้าหรือไร? แต่เป็นเพราะชิงเยียนไม่อยากแต่งเข้ามาอยู่ในกรงขังแห่งนี้ต่างหาก พวกเจ้าถึงได้ไสหัวข้ามาแทน!”

สองแม่ลูกหน้าเหวอค้าง ไม่คิดว่าเฟยอวี้จะตอกกลับด้วยความจริงที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรม แววตาที่เคยมองนางอย่างเหนือกว่าเริ่มสั่นคลอนด้วยความหวั่นเกรง เป็นชิงเยียนที่รีบปรับสีหน้า พยายามบีบน้ำตาแสร้งทำทีอ่อนแอใสซื่อ

“พระสนมโปรดอย่าเข้าใจผิดเช่นนั้นสิเพคะ ท่านพ่อและท่านแม่หวังดีต่อท่านจริง ๆ ท่านแม่เลี้ยงดูท่านมาอย่างดีนับตั้งแต่อุ้มชูท่านขึ้นมาจากอ้อมอกของอนุเถา... ท่านแม่เลี้ยงท่านมาไม่เคยขาดตกบกพร่องนะเพคะ”

คำพูดของชิงเยียนแฝงไปด้วยเข็มพิษที่ย้ำเตือนว่าหากไม่มีมารดาของตน เฟยอวี้ก็คงตายไปนานแล้ว ทั้งยังจงใจดึงเรื่องมารดาที่เป็นเพียงอนุชั้นต่ำขึ้นมาข่มเพื่อให้เฟยอวี้สำนึกในกำพืดตนเอง

เฟยอวี้มองน้องสาวคนงามดูใสซื่อด้วยความรู้สึกสมเพชตนเอง นางนึกย้อนถึงชาติก่อนที่เคยมองมารยาเหล่านี้ไม่ออกได้ นางเคยหลงเชื่อว่าชิงเยียนรักและหวังดีกับนางจากใจจริง แต่ทั้งหมดมันก็แค่ภาพลวงตาที่ฉาบหน้าไว้เท่านั้น

ริมฝีปากอิ่มหยักยิ้มเย็นก่อนเอ่ยถาม “เจ้าจะบอกว่าเจ้าและมารดาหวังดีกับข้าถึงที่สุดงั้นหรือ?”

เมื่อชิงเยียนรีบพยักหน้ายืนยัน เฟยอวี้ก็รุกต่อทันที “เช่นนั้นเหตุใดเจ้าไม่แต่งเข้ามาเป็นสนมเอง แล้วให้ข้าได้แต่งงานกับคู่หมั้นของข้าตามเดิมเล่า?”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel