9. เคลื่อนทัพ
" ท่านแม่ทานนี้หน่อยนะค่ะ ทานมากๆ จะได้แข็งแรง ท่านแม่ทัพจะได้ไปทำศึกได้อย่างไม่ต้องกังวล ศึกครั้งนี้ข้าเชื่อว่ายังไงท่านแม่ทัพก็ชนะได้แน่ ท่านแม่อย่าได้ห่วงไปเลย"
ฮูหยินเฉียวเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็ตักอาหารทานจนคนอื่นๆ ต่างก็ยิ้มออกมา ฟานอวี้ตักอาหารให้กับฮูหยินตน ฝูหรงเองก็ยิ้มรับ
จนทานอาหารเสร็จก็ออกไปนั่งกันที่สวน แต่เพราะฝูหรงนั้นยังมีอาการจากบาดแผลอยู่จึงได้เอ่ยขอกลับไปพักเสียก่อน
" ท่านพ่อท่านแม่ ข้าคงต้องขอกลับเข้าห้องก่อนเจ้าค่ะ "
" อืมไปเถอะเจ้าเองก็พึ่งจะดีขึ้น เดียวจะไม่สบายขึ้นมาอีก รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ"
" ถ้าเช่นนั้นลูกก็จะไปพักเช่นกัน ท่านพ่อท่านแม่อย่าอยู่ดึกนักนะขอรับ "
" ไปเถอะ พรุงนี้ต้องเดินทางแต่เช้า "
แม่ทัพหยางเอ่ยบอกบุตรชาย ฟานอวี้เดินตามฮูหยินของตนเข้าห้อง ชินลี่ที่เดินตามไม่รู้จะทำเช่นไร จนหานชิงเดินเข้ามา
" เจ้าไปพักเถอะ คืนนี้ท่านแม่ทัพจะนอนที่นี่ "
" นอนที่นี่ ได้ยังไงกันเมื่อคืนก็นอนที่นี่แล้ว "
" นี่เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าท่านแม่ทัพกับฮูหยินแต่งงานกันแล้ว "
" ข้าไม่ลืมหรอก ข้าจำได้ดีว่าแม่ทัพของเจ้าเอ่ยอะไรกับฮูหยินไว้บ้าง รังเกียจนางแต่กลับจะนอนร่วมเตียง ฮึ ผู้ชาย "
ชินลี่สบัดหน้าใส่หานชิงและจางเหยา ก่อนจะเดินกลับห้องของตนไป จางเหยาและหานชิงต่างก็เอ่ยอะไรไม่ออก เพราะสิ่งที่ชินลี่เอ่ยนั้นคือเรื่องจริง
ภายในห้องฝูหรงยืนนิ่งมองคนตัวโตที่ปิดประตูลง
" ท่านแม่ทัพมีอะไรกับข้าอีกเช่นนั้นหรือ "
" ไม่มี "
" แล้วเหตุใดท่านถึงเข้ามาในห้องข้า"
"ข้าง่วงแล้วนอนเถอะ "
ฟานอวี้เดินเข้ามาหาคนตัวเล็ก พร้อมกับจูงมือเดินไปที่เตียง ก่อนจะดันให้คนตัวเล็กนอนลง อ้อมแขนแกร่งกอดรัดอีกคนไว้
" นอนเถอะพรุ่งนี้ข้าต้องเดินทางแต่เช้า ข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอก ขอแค่ให้ข้าได้กอดเจ้าในคืนนี้แค่นั้น "
ฝูหรงมองคนตัวโตที่กอดตนไว้ในอ้อมแขนแกร่ง จนผล่อยหลับไป
ก่อนฟ้าสางฟานอวี้ก็ตื่นขึ้นมา สายตาจ้องมองคนที่หลับอยู่ในอ้อมแขน ฝิมฝีปากจูบลงที่กลุ่มผม ของคนที่หลับอยู่ ก่อนที่จะลุกออกไปปล่อยให้คนที่หลับอยู่ หลับอยู่เช่นนั้นต่อไป
" ข้าหวังว่าเมื่อข้ากลับมา เจ้าจะยังคงอยู่ที่นี่ ถึงครานั้นข้าจะขอให้เจ้าให้โอกาสกับข้าสักครั้ง "
ฟานอวี้หันกลับไปเอ่ยก่อนที่จะปิดประตูลง ฝูหรงที่รู้สึกตัวตื่นตั้งแต่อีกคนจูบลงที่กลุ่มผมตนแล้ว มองตามคนที่ปิดประตู
" ข้าขอให้ท่านนำชัยชนะกลับมาเช่นทุกครั้งท่านแม่ทัพ "
กองทัพเคลื่อนกำลังออกเดินทางไปยังสนามรบที่เขตชายแดน การเดินทางเป็นไปอย่างยากลำบากเพราะฝนตกตลอด
" ตั้งค่ายที่นี่ก่อน หากเดินทางต่อตอนนี้ทหารจะล้มป่วยเอาได้ ถึงค่ายก็คงจะไม่มีแรง ฝั่งนั้นคงถือโอกาสโจมตีเราเป็นแน่ "
ฟานอวี้ออกคำสั่งกับทหาร100,000 นายที่เดินทางมาพร้อมกับตน ก่อนนี้มีทหารเดินทางมาแล้ว 50,000 นาย เพื่อสมทบกับทหารที่ประจำอยู่ชายแดน นายกองที่รับรายงานจากม้าเร็วจากชายแดน เข้ามารายงานกับแมทัพใหญ่
" ท่านแม่ทัพตอนนี้แคว้นซางไห่ ตีค่ายของเราแตกแล้วขอรับ ทหารของฝั่งนั้นมีมาก อีกทั้งอาศัยช่วงที่ฝนตกลักลอบเข้ามาขอรับ ทางค่ายไม่ทันระวังจึงถูกตีค่ายแตกแล้วขอรับ "
" อะไรนะ แล้วท่านแม่ทัพยวนล่ะ "
" แม่ทัพยวนหนีออกมาได้พร้อมทหารอีกจำนวนหนึ่งขอรับ นอกนั้นก็ถูกสังหาร ไม่ก็ถูกจับขอรับ "
" เราเดินทางมาช้าไปสินะ ถ้าเช่นนั้นพวกมันก็คงจะยึดเมืองชินซางได้แล้วละสิ "
" คงจะเป็นเช่นนั้นขอรับ "
" อืม เช่นนั้นให้ทหารพักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางแต่เช้า คงจะถึงที่ตั้งค่ายใหม่ตอนบ่าย โชคดีที่รู้ว่าแผนที่เมืองชินซางเป็นยังไง และแคว้นซางไห่เป็นเช่นไร ไม่เช่นนั้นเราคงจะชนะศึกได้ยากขึ้นไปอีก "
ฟานอวี้เอ่ยขึ้น นึกชื่นชมคนที่วาดแผนที่นี่ขึ้นมา
" นั้นสิขอรับ ไม่คิดว่าจะมีคนที่สามารถวาดแผนผังของแคว้นชินลาและแคว้นซางไห่ขึ้นมา อย่างกับจะรู้ว่าจะกิดสงครามอย่างนั้นแหละ โชคดีของเราจริงๆขอรับ ที่แผนที่นี้ไม่ได้ตกอยู่ในมือของฝั่งนั้น "
จางเหยาเอ่ยขึ้น หานชิงจึงเอ่ยขึ้นเช่นกัน
" นั้นสิ ฮ่องเต้ไปได้แผนที่นี่มาได้ยังไงกัน คนที่วาดก็ทำได้อย่างละเอียดเหลือเกิน "
แผนที่ชายแดนของแคว้นทั้งสอง บ่งบอกถึงภูมิทัศน์ที่ตั้งของจุดที่ได้เปรียบเสียเปรียบได้อย่างชัดเจน หากเกิดสงครามขึ้น อีกทั้งยังมีกลยุทธ์สงครามที่ฮ่องเต้มอบให้ฟานอวี้มาอีก ซึ่งก่อนนี้ฟานอวี้ได้อ่านและเข้าใจทั้งหมดแล้ว
ลำพังกลยุทธ์ ของฟานอวี้เองก็อาจจะนำพาชัยชนะมาได้ เพราะเป็นแม่ทัพที่เกงกาจมากอยู่แล้ว แต่เพราะครั้งนี้อาจจะเสียเปรียบไปกับการเสียกำลังทหารก่อนหน้า จึงทำให้กำลังของตนเหลือน้อยลง ต่างจากอีกฝ่ายที่มีแคว้นอื่นเข้ามาหนุนอยู่ก่อนแล้ว
ตำหนักฮ่องเต้
" ฝ่าบาทได้ยินว่าม้าเร็วถูกส่งมาจากชายแดนไปบอกว่าเมืองชินซางถูกยึดไปแล้วใช้หรือไม่พะยะค่ะ "
แม่ทัพหยางเอ่ยถามฮ่องเต้ถึงข่าวของศึกครั้งนี้
" อืม ได้ยินว่าแม่ทัพฟานตั้งค่ายไม่ไกลจากเมืองชินซางแล้วตอนนี้ เห็นทีคงต้องนำกองกำลังเสริมเข้าไปโดยเร็ว "
" หม่อมฉันจะขอนำทัพไปช่วยอีกแรงพะยะค่ะ "
องค์ชายซีกวนเอ่ยขึ้น
" ขอบใจเจ้ามากซีกวน หากเจ้าต้องการอะไรก็บอกท่านแม่ทัพหยางเอาก็แล้วกัน "
" หม่อมฉันยินดีพะยะค่ะ "
เมื่อพูดคุยกันเสร็จแล้วต่างก็แยกย้ายกัน องค์ชายซีกวนเดินตามแม่ทัพหยางออกมาด้วย
" ท่านแม่ทัพข้าขอไปเยี่ยมฮูหยินของท่านด้วยได้หรือไม่ "
" เหตุใดองค์ชายถึงอยากไปเยี่ยมสะใถ้ของหม่อมฉันพะยะค่ะ องค์ชายมีความสนิทสนมเช่นไรกับสะใภ้หม่อมฉันกัน "
ซีกวนยิ้มออกมาเมื่อเห็นท่าทีของแม่ทัพที่หวงลูกสะใภ้ ก่อนที่จะเอ่ยขึ้น
" ท่านแม่ทัพอย่าได้กังวลเลย ข้าแค่จะขอคำแนะนำบางอย่างจากฝูหรงเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรอย่างที่ท่านคิดหรอก "
" ขอคำแนะนำ เหตุใดสะใภ้หม่อมฉันจึงจะมีคำแนะนำให้กับองค์ชายได้ "
แม่ทัพหยางยังคงแปลกใจ แต่ก็ยอมให้องค์ชายซีกวนตามไปที่จวน เมื่อมาถึงจวนแม่ทัพก็ให้บ่าวรับใช้ ไปตามฝูหรงออกมาพบองค์ชายที่สวน
" องค์ชายมาได้อย่างไรกันเพค่ะ "
" ข้าจะออกเดินทางไปช่วยสามีเจ้ารบ เจ้ามีอะไรจะชี้แนะหรือไม่ "
" ใครจะกล้าทำเช่นนั้นกันเพคะ องค์ชายเก่งกาจถึงเพียงนี้"
" ถึงข้าจะเก่งกาจแต่ก็มิอาจสู้ผู้ที่อยู่เบื้องหลังกลศึกทุกครั้งได้หรอก ตกลงเจ้าไม่มีอะไรฝากถึงสามีเจ้าหรือ "
ซีกวนยิ้มให้กับคนตรงหน้าที่ยิ้มออกมาเช่นกัน
"หม่อมฉันเชื่อว่าท่านแม่ทัพคงจะเอาชนะศึกครั้งนี้ ได้โดยที่ไม่ต้องใช้คำชี้แนะจากหม่อมฉันหรอกเพคะ "
" เจ้านี่ชั่งเชื่อมั่นในตัวสามีของเจ้าเสียจริงนะ เจ้าอย่าลืมว่าตอนนี้แม้กลยุทธ์ที่ดีแค่ไหน แต่หากกำลังน้อยกว่ามากถึงเพียงนี้ ก็คงจะเป็นเรื่องยากที่จะชนะได้ "
องค์ชายเอ่ยบอกกับฝูหรง แต่คนตัวเล็กก็ยังคงเพียงแค่ส่งยิ้มออกมาเท่านั้น องค์ชายจึงไม่ถามอะไรอีก
องค์ชายซีกวนเดินทางออกจากเมืองหลวง พร้อมกับกองทัพของตนที่เดินทางตามเขตชายแดนเข้ามา เพื่อไม่ให้ชาวบ้านตกใจ
" ได้ยินว่าตอนนี้ท่านแม่ทัพสามารถยึดเมืองชินซางได้คืนแล้วนะพะยะค่ะ ทั้งที่ก่อนนี้ได้ยินว่าเสียเปรียบมากอยู่ "
หลงจิ้นองครักษ์คนสนิทขององค์ชายเอ่ยขึ้น
" นั้นสิพะยะค่ะ ไม่คิดว่าท่านแม่ทัพฟานอวี้จะเฉลียวฉลาดถึงเพียงนี้ "
แม่ทัพลู่เอ่ยออกมาเช่นกัน
" เพราะเช่นนี้สินะ เจ้าถึงเชื่อมั่นสามีเจ้าถึงเพียงนี้ "
องค์ชายซีกวนเอ่ยขึ้นมาเบาๆ จนกระทั่งกองทัพ 150,000 นายของแคว้นซางกวูเดินทางมาถึงค่ายของแม่ทัพฟานอวี้