"รักของพวกเขา" 5
บางครั้งสุจีก็หวาดกลัว ไม่อยากให้ลูกสาวต้องผิดหวังเสียใจเหมือนชีวิตของตัวเองที่ต้องหอบลูกหนีความอดสูเรื่องชีวิตครอบครัว...นึกย้อนถึงอดีตอันขมขื่น ยี่สิบปีที่แล้ว นางท้องเปาวลีได้เพียงสองเดือน สามีของนางนอกใจไปมีผู้หญิงคนใหม่ สามีของนางยอมทิ้งนางและลูกไปหาผู้หญิงคนนั้นเพราะมีเงินทอง หน้าที่การงานและเกียรติยศเป็นที่เชิดหน้าชูตาทางสังคมชั้นสูง ผิดกับนางที่ไม่มีแม้แต่ความรู้พอให้หางานสบายๆ ทำ
“ผมคงต้องงัดประตูเข้าบ้านแล้วละครับ”
“คงไม่ดีมั้งพ่อ” นางบอกกิตติ
“ทำไงได้ครับ ถ้าไม่งัด...ผมก็คงไปนอนโรงแรมในตัวเมืองแน่ครับ”
“จะไปสิ้นเปลืองเงินทองเช่าโรงแรมนอนทำไม ช่วงเวลาที่คุณบุษไม่อยู่ พ่อเกี๊ยก็มาพักที่นี่ก็แล้วกัน”
สุจีถอนหายใจแผ่วเบา จะไปแคร์ทำไมขี้ปากของชาวบ้าน ยังไงอีกไม่กี่เดือนเปาวลีกับกิตติก็จะแต่งงานกันอยู่แล้ว และอีกอย่างชายหนุ่มก็ไม่เคยทำให้ลูกสาวของนางต้องเสียหายก่อนแต่ง แค่ให้กิตตินอนที่นี่คงไม่มีอะไรแน่
“ผมนอนนี่ได้จริงเหรอครับ” กิตติยิ้มจนแก้มแทบแตก เขาอยากได้ยินคำเชื้อเชิญจากสุจีมานานแล้ว
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ว่าแต่พ่อเกี๊ยอยู่ได้นะ บ้านอาจจะคับแคบไปบ้าง” สุจีมองบ้านเช่าชั้นเดียวที่มีสองห้องนอนและห้องรับแขกไม่ใหญ่ ถัดออกไปตรงหลังบ้านเป็นห้องครัวเล็กๆ ที่นางจ้างช่างมามุงหลังคาทำเป็นห้องครัว
“ผมอยู่ได้ครับ จะให้ผมนอนตรงไหน ผมก็นอนได้ครับ” กิตติพูดไปยิ้มไป ดีใจจนออกนอกหน้า
“ยัยหนู คืนนี้ก็ไปนอนกับแม่ที่ห้องก็แล้วกัน เสียสละห้องให้พี่เขาสักสามสี่วันคงไม่เป็นไรนะ” สุจีหันไปบอกลูกสาว
“ค่ะ” เปาวลีที่นั่งก้มหน้าคอยหลบสายตาของพญาสิงโตที่เอาแต่จ้องมองนั้น เงยขึ้นมองหน้าแม่แล้วพยักหน้ารับรู้
“ให้ผมนอนที่ห้องรับแขกก็ได้ครับ” กิตติยกมือภาวนาอยู่ในใจ ขออย่าให้น้าสุบอกให้ตัวเองนอนห้องรับแขกเลย ‘สาธุ’
“พาพี่เขาเอาของไปเก็บไว้ที่ห้องก่อนไป เดี๋ยวแม่จะเข้าครัวทำกับข้าว” สุจีบอกลูกสาวสุดดวงใจ
“ค่ะแม่” เปาวลีรับคำมารดา
“เข้าไปอาบน้ำอาบท่าให้สบายเนื้อสบายตัวเถอะพ่อเกี๊ย” ก่อนที่นางจะลุกเข้าไปทำอาหารเย็น สุจีได้หันมาบอกกิตติ
“ขอบคุณน้าสุมากครับ” กิตติลุกขึ้นยืนตามสุจีแล้วยกมือไหว้ขอบคุณ
“เดี๋ยวเจียวมาช่วยแม่ทำกับข้าวนะคะ”
เปาวลีช่วยแม่ขนของที่กิตติซื้อมาฝากเอาไปเก็บไว้ในห้องครัว ช่วยแม่ทำนั่นทำนี่ จนสุจีต้องบอกลูกสาวด้วยสายตาดุๆ ให้ออกไปดูคู่หมั้น เธอจึงเดินหน้ามุ่ยออกมาจากห้องครัวแล้วพาชายหนุ่มขนของที่อยู่ท้ายรถ พาเดินไปยังห้องนอนของตัวเอง
เปาวลียืนเอียงอยู่ข้างประตูห้อง มือเรียวงามสั่นระริกจับลูกบิด เธอดันประตูให้กว้างแล้วขยับตัวหลีกทางให้ชายหนุ่มที่ยืนประกบอยู่ด้านหลังให้เขาเดินเข้าไปในห้อง ซึ่งเมื่อกิตติได้เข้ามาอยู่กลางห้องของสาวน้อย เขาอมยิ้มแววตาสุกประกายดังเพลิงร้อนแต่แฝงไปด้วยเปลวไฟแห่งรัก มองสำรวจดูห้องนอนน่าอยู่
ชายหนุ่มเดินไปนั่งตรงปลายเตียงหนานุ่ม แล้วล้มตัวลงนอนบนที่นอนของหญิงสาว มือหนาก็คว้าหมอนใบใหญ่ที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้องมาหนุนแทนแขนของตัวเอง
“พี่เกี๊ยจะใช้ผ้าเช็ดตัวที่อยู่ในตู้ก็ได้นะคะ”
เป็นห้องนอนของตัวเองแท้ๆ แต่เปาวลีก็ไม่กล้าที่จะเดินเข้าห้อง เธอได้แต่ยืนประหม่า หัวใจเต้นตึกตักๆ อยู่ตรงหน้าประตู มองชายหนุ่มที่เดินไปรอบห้องจับโน่นจับนี่สำรวจดูสิ่งของในห้อง ซึ่งกิตติทำเหมือนว่าห้องนอนของเธอเป็นห้องนอนของเขา
“มานี่สิ” กิตติที่นอนแผ่หลาขยับตัวลุกขึ้นนั่ง เขากวักมือเรียกน้องน้อยให้เข้ามาหานั่งบนเตียงข้างตัว
“พี่เกี๊ยมีอะไรคะ” ความไร้เดียงสาของหญิงสาวทำให้เธอเดินเข้าไปหยุดยืนอยู่ไม่ห่างจากชายหนุ่ม
“ห้องนี้ทำเป็นห้องหอ...พี่ว่าก็น่าอยู่นะ”
กิตติปากไวมือก็เร็ว เขาคว้าข้อมือน้องฉุดเบาๆ ให้ร่างแน่งน้อยเข้ามายืนกลางระหว่างขาของตัวเอง
“อุ๊ย...พี่เกี๊ยจะทำอะไรคะ” ร่างน้อยเบาเหมือนนุ่นถูกชายหนุ่มอุ้มให้นั่งบนตัก แล้วเขาก็ตวัดร่างน้องให้นอนลงบนเตียงโดยที่มีเขานอนทับครึ่งตัว
“นอนคุยกันนะครับ”
คนตัวใหญ่กว่าน้องหลายเท่าได้เปรียบทั้งร่างกายและแรงจึงนอนตะแคงข้างกอดน้องด้วยวงแขนข้างเดียว ส่วนอีกข้าง เขาใช้ค้ำศีรษะของตัวเอง...กิตติยิ้มมุมปากเมื่อเขาโน้มหน้าใช้ปลายจมูกโด่งคมสันชนพวงแก้มงาม
“ไม่เอาค่ะ เดี๋ยวแม่มาเห็น”
ใบหน้างามร้อนวูบวาบเมื่อได้สัมผัสกลิ่นลมหายใจผสมกลิ่นบุหรี่ที่เขาชอบดูดเป่ารดใบหน้าของตัวเอง
“น้าสุจะเห็นได้ไงครับ ประตูปิดมิดชิดขนาดนั้น”
เสียงแหบห้าวสั่นเทาชิดหน้าผากนุ่ม เขาไล้ริมฝีปากจูบดวงตากลมโตทั้งสองข้างที่หลับปี๋
“โอ๊ะ...คนเจ้าเล่ห์ เจียวไม่อยากคุยกับพี่แล้ว ปล่อยค่ะ เจียวจะไปช่วยแม่ทำกับข้าว”
เปาวลีเสียงสั่น หัวใจสะท้านหวิว รีบดันแขนของเขาออกจากเอวคอดกิ่ว แล้วลุกขยับตัวหนีไปนั่งสางผมเผ้ายุ่งเหยิงอยู่กลางเตียง
“พี่อยากเป็นแบบนี้ทุกวัน”
กิตติเมื่อโดนผลักให้นอนหงายใบหน้าคมสันเต็มไปด้วยความสุขดวงตาสีเข้มทอประกายแสงระยิบระยับมองเพดานด้านบน เขาเอียงหน้ามองน้องด้วยความรักมากมาย เปาวลีครอบครองหัวใจทั้งสี่ห้องของเขาเต็มๆ ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่อาจจะรักใครนอกจากหญิงสาว
“คะ?” เปาวลีถาม
“ทุกวันเวลา พี่อยากมีเจียวอยู่ข้างๆ อยากหายใจร่วมกับเจียว เข้านอนพร้อมกัน ตื่นนอนพร้อมกัน ทำทุกอย่างเหมือนกัน...ทุกวัน พี่อยากมีเจียวยืนส่งพี่ไปทำงาน พอพี่กลับมาจากทำงานก็เห็นเจียวรอพี่อยู่ที่หน้าบ้าน”
ความน่ารักสดใสเหมือนแม่แมวน้อยทำให้กิตติเอ็นดูแฟนสาว ซึ่งขณะนี้ ชายหนุ่มเหมือนเสือเฒ่าหิวโซคลานเชื่องช้าเข้าไปนั่งซ้อนอยู่ด้านหลังของน้อง เขาช่วยหญิงสาวใช้มือมือใหญ่สางผมยาวนุ่มนิ่มให้เข้าทรง แล้วมัดเป็นหางม้าให้น้อง
“พี่เกี๊ย?” สาวน้อยไร้เดียงสาเอียงหน้ามองข้างจึงทำพวงแก้มผ่องชนเข้าอย่างจังกับริมฝีปากหยัก...
เปาวลีรีบขยับตัวหนี เธอเขินอายจนดวงหน้างามแดงระเรื่อเป็นลูกตำลึงสุก เรียวมืองามสั่นระริกยกขึ้นลูบรอยจูบที่เธอมีความรู้สึกว่าเช็ดอย่างไรก็ยังตราตรึงอยู่บนผิวของเธอ
“เจียวตัวหอมจัง กลิ่นนี้พี่ชอบมากรู้ไหม”
กิตติไม่ยอมให้น้องหนี เขารีบคว้าเอวคอดกอดแน่นยิ่งขึ้นแล้วอุ้มร่างบางให้นั่งเบี่ยงทับบนหน้าตัก
“พี่เกี๊ยอย่ารังแกเจียวนะ” ได้แต่เปรยเสียงสั่นเครือห้ามปรามชายหนุ่มที่มีประสบการณ์มากล้น คอยแต่แซะแทะโลมผิวบอบบางให้สะท้านร้อนผ่าวแดงเถือกด้วยมือและเรียวปากหยัก
“เจียวจ๋า...อีกสองเดือน เจียวก็เรียนจบแล้ว เราแต่งงานกันเลยนะครับ” กิตติอ้อนเสียงสั่นเทา เขาคลายอ้อมแขนออกจากการกอดน้องน้อย มือใหญ่จับบ่ามน ดันแม่แมวน้อยให้นั่งเผชิญมองหน้ากัน
“เจียวไม่รู้ค่ะ” ดวงหน้างามแดงระเรื่อร้อนผ่าวส่ายปฏิเสธไปมา...เปาวลีเหลือบตามองเห็นเงาของตัวเองนั่งอยู่ในดวงตาสีนิลที่กำลังฉายแววเสน่หาเร่าร้อนดุจเปลวเพลิงคู่นั้น เธออายเขาจึงรีบหลบสายตาก้มหน้ามองมือของตัวเองที่ประสานกำแน่นอยู่ตรงหน้าตัก
“วันนี้พี่จะคุยกับน้าสุ ถ้าน้าสุตกลง พรุ่งนี้เลิกเรียน เราไปดูชุดแต่งงานกันนะครับ” กิตติยื่นมือเข้าไปจับปลายคางเรียวงามแล้วดันขึ้น
“เจียว...”
แรงดึงดูดจากแววตาดุจเปลวเพลิงแต่เต็มไปด้วยความรักล้นอกที่จ้องมองเธอนั้น ทำให้เปาวลีอ่อนไหวระทวยสะท้านไปทั้งตัว หญิงสาวเหมือนถูกสาปให้หัวใจของตัวเองหยุดนิ่ง จึงต้องนั่งมองหน้าชายหนุ่มตาปริบๆ
“แต่งงานกันนะครับ...ยอดรักของพี่”
กิตติโน้มหน้าเข้าหาดวงหน้างาม เรียวปากหยักประกบจูบเรียวปากบางอิ่มเอิบ เขาจูบน้องอย่างดูดดื่ม ครั้งนี้กิตติไม่สนอะไรแล้ว ความปรารถนาในเนื้อนุ่มนิ่มและต้องการน้องมันล้นอกจนระงับไม่ไหว
ปลายลิ้นหนาค่อยแซกซอนปาดเลียรอยแยกบนเรียวปากนุ่ม พยายามทำให้น้องเผยเรียวปากจูบตอบโต้กัน ซึ่งหญิงสาวที่กล้าๆ กลัวๆ จูบตอบแบบเรียนถูกเรียนผิดก็เปิดทางให้คุณครูอย่างพี่เกี๊ยได้เข้าไปชิมความหอมหวานในโพรงน้ำผึ้ง
“พิ...พี่เกี๊ยขา...พะ...พอเถอะค่ะ”
เปาวลีเสียงสั่นเครือ หายใจหอบโรยริน เธอไม่ไหวแล้ว หัวใจเต้นแรงตึกๆ แข่งกับการหายใจหอบถี่ๆ ใจสยิว ผิวเนื้อซ่านไปถึงรูขุมขนเมื่อชายหนุ่มสอนบทจูบอันอบอุ่นแต่แฝงไปด้วยความเร่าร้อน
“เจียวจ๋า”กิตติใจลุ่มหลงจูบอันบริสุทธิ์และเงอะงะของน้อง เขาคงจะขาดใจตายถ้าไม่ได้ทำในสิ่งที่ร่างกายของลูกผู้ชายทุกคนต้องการปลดปล่อย...กิตติต้องพยายามหักห้ามหัวใจของตัวเองให้หยุดทำในสิ่งที่จะเกินเลยไปมากกว่านี้ แค่ได้จูบดูดดื่มชิมน้ำทิพย์จากโพรงปากหอมกรุ่น เขาก็ทำให้น้องน้อยดูเป็นผู้หญิงไร้ราคามากพอแล้ว
“พี่เกี๊ยนิสัยไม่ดี รังแกเจียว...เจียวไม่คุยด้วยแล้ว” เปาวลีกลายเป็นแม่กวางตัวน้อยที่สั่นกลัวอยู่ในกรงเล็บของพญาสิงโตตัวใหญ่ที่คอยแต่จ้องจะเขมือบเธอทุกเวลา
“รังแกที่ไหนครับ”
กิตติดันร่างบางให้นอนลงบนที่นอนส่วนตัวเขาก็นอนตะแคงหนุนหมอนของน้อง เขาจับศีรษะของเธอให้หนุนแขนอันกำยำ
“ก็ทำให้เจียวเป็นแบบนี้ไงคะ”
เปาวลียกมือลูบรอยจูบบนเรียวปากของตัวเอง ร่างบางขยับตัวนอนตะแคงข้างหันหน้าเข้าหาคนตัวโตที่นอนกอดหล่อนอยู่ ดวงหน้างามแดงอมชมพูแหงนขึ้นมองปลายคางหนา แล้วรีบหลบเปลือกตาทันทีเมื่อได้สบสายตาของเขา
“นี่เขาไม่ใช่เรียกว่ารังแกนะครับ เขาเรียกว่าจูบแสดงความรัก รู้ไหมครับ ใจพี่จะขาดตายอยู่แล้ว...พี่อยากจะทำมากกว่านี้อีก แต่พี่ก็ไม่กล้าที่จะทำเพราะพี่รักเจียวเหลือเกิน” กิตติกระตุกยิ้มมุมปาก เมื่อเห็นรอยรักตราตรึงเห็นได้อย่างชัดเจนบนเรียวปากบางที่แดงระเรื่อบวมเจ่อ
“เจียวเจ็บไปหมดแล้วเนี่ย นี่ถ้าออกไปตอนนี้ มีหวังแม่คงต้องสงสัยแน่เลยว่าพี่เกี๊ยรังแกเจียว” เปาวลีมองมือของตัวเองที่ทาบวางอยู่ตรงกลางอกแกร่ง เธอจึงใช้มือกำเป็นกำปั้นแล้วทุบหน้าอกของคนหน้ามึนที่ทำให้ตัวเธอต้องเป็นแบบนี้
“ก็ไม่ต้องออกไปสิครับ นอนคุยกับพี่ในห้องนี่นะครับ...พี่มีเรื่องเยอะแยะที่จะคุยกับเจียว”
เสียงเข้มฟังดูอบอุ่นเชื้อเชิญแม่กระต่ายน้อยให้อยู่ในห้องนี้ด้วยกัน ริมฝีปากหยักไม่ยอมอยู่นิ่งพรมจูบลงทัณฑ์ ประทับรอยรักลงบนหน้าผากไล่ไปตามดวงหน้าและมาหยุดที่เรียวปากสีสวยนุ่มนิ่ม...
กิตติจูบน้องด้วยความรัก จูบเพื่อปลอบขวัญ จูบเพื่อให้น้องรู้ว่าในอกด้านซ้ายมีน้องเพียงคนเดียว จูบเพื่อต้องการให้น้องน้อยได้รับรู้ว่าเขารักและจะปกป้องไปจนวันที่เขาและเธอตายจากกัน...
