บท
ตั้งค่า

บทที่ 6 หลินชินอ๋อง

หลินชินอ๋องเป็นพระโอรสคนที่เก้าของอดีตฮ่องเต้พระองค์ก่อนที่ถือกำเนิดมาจากพระสนมหลินผู้มาจากแคว้นซี เนื่องจากมีพระมารดาเป็นคนต่างแคว้นดังนั้นหลินชินอ๋องจึงไม่สามารถสืบทอดบัลลังก์ทองได้

แต่ในเมื่อพระมารดาเป็นพระสนมคนโปรดของอดีตฮ่องเต้ดังนั้น หลินชินอ๋องจึงได้รับความรักที่ลำเอียงจากผู้เป็นพระบิดาอย่างมาก หลินชินอ๋องแม้จะไม่ได้ขึ้นครองบัลลังก์ทองสืบต่อพระบิดา แต่ทว่าเขาได้รับทั้งเกียรติยศและทรัพย์สินเงินทองเป็นจำนวนมาก แม้แต่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันที่เป็นพี่ชายคนโตยังยำเกรงน้องชายต่างมารดาผู้นี้ของพระองค์

หลินชินอ๋อง ผู้คนในจวนเหวินหยวนมักจะเรียกเขาว่าหลินหวางเตี้ยนเซี่ย เขามีพระนามว่าเซวียนจ้งเหยียน เป็นบุรุษหนุ่มวัยฉกรรจ์ที่ผู้คนต่างให้ความนับถือและยำเกรง เพราะหลินหวางเตี้ยนเซี่ยผู้นี้ขึ้นชื่อในเรื่องความเหี้ยมโหดเขามีวิธีการลงโทษคนแบบอยู่ไม่สู้ตาย

ทั้งการโยนคนลงในกระทะน้ำร้อนที่เดือดจัด ทั้งการสั่งฆ่าคนโดยใช้วิธีให้ม้าแยกร่างในใจกลางเมืองหลวง และประหารคนในดาบเดียวเพียงเพราะคนผู้นั้นจ้องมองตาสีน้ำเงินเข้มของหลินชินอ๋องนานเกินไปเท่านั้น

นอกจากเรื่องความโหดร้ายในการลงโทษคนแล้ว หลินชินอ๋องผู้นี้ยังรูปงามจนผู้คนแอบพูดนินทาลับหลังว่านี่คือความงามของปีศาจ หลินชินอ๋องมีเส้นผมดกดำสนิทยิ่งกว่าขนสีดำของอีกา นัยน์ตาคมดวงตามีสีน้ำเงินเข้ม ผิวขาวจัดริมฝีปากแดงสด จมูกโด่งเป็นสันเนื่องจากมีเชื้อสายของคนแคว้นซีแฝงอยู่

ในยามนี้หลินชิงอ๋องมีอายุ 25 ปีแล้ว แต่เนื่องจากหลินชินอ๋องมีคู่หมั้นที่ยังเยาว์วัยอย่างคุณหนูใหญ่เฉินเป่าหนิง หลินชินอ๋องจึงยังไม่มีบุตรชายหรือบุตรสาวแม้แต่คนเดียว

“นางมีอาการเป็นอย่างไรบ้าง” เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาเอ่ยถามสวีหยุนหลังจากที่ยกถ้วยชาขึ้นจิบเพื่อคลายความหนาวเย็น

“เรียนเตี้ยนเซี่ย คุณหนูใหญ่เฉินฟื้นตื่นขึ้นมาได้สามสี่วันแล้วขอรับ สายของพวกเรารายงานมาว่า ในยามนี้คุณหนูใหญ่เฉินสามารถออกมาเดินเล่นนอกเรือนฮุ่ยหนิงได้แล้วขอรับ”

“หึ… ช่างตายยากดีเสียจริง” เสียงทุ้มต่ำของหลินชิงอ๋องเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“นั่นสิขอรับ พวกเราอุตส่าห์วางแผนทำให้คุณหนูใหญ่เฉินมาเห็นภาพการสังหารหมู่ที่น่าหวาดกลัวโดยบังเอิญ คุณหนูใหญ่เฉินผู้นี้ขวัญอ่อนถึงกลับวิ่งหนีลนลานจนตกเขา สลบไปนานหลายวันไม่นึกเลยว่าจะฟื้นตื่นขึ้นมาได้อีก แต่ที่แย่กว่านั้นก็คือคุณหนูใหญ่เฉินผู้นี้เมื่อฟื้นขึ้นมา กลับจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นไม่ได้เสียอย่างนั้น”

สวีหยุนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเสียดายปนคับแค้นใจ เป็นเพราะเขาไม่ชอบคุณหนูใหญ่เฉินเป่าหนิง ถึงแม้นางจะมีชาติกำเนิดสูงส่งแต่ทว่าไร้ความสามารถมิหนำซ้ำยังมีร่างกายอ่อนแอ แล้วจะเหมาะสมกับหลินหวางเตี้ยนเซี่ยของเขาได้อย่างไร

“สูญเสียความทรงจำอย่างนั้นหรือ”

“ใช่แล้วขอรับ”

“ถ้าเช่นนั้นคุณหนูรองตระกูลเฉินผู้นั้น พวกเราก็ยังคงใช้งานนางได้อยู่สินะ”

“ใช้งานได้ เพราะไม่มีผู้ใดรู้เลยขอรับว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลเฉินรีบขึ้นเขาไปเพราะถูกคุณหนูรองตระกูลเฉินเป็นผู้ชักชวนพี่สาวขึ้นเขาขอรับ”

“หึ… ความอิจฉาของสตรี ช่างเลวร้ายเสียจริง แม้แต่พี่น้องกันก็ยังคิดจะกำจัดกันเพราะความอิจฉาได้ ช่วงนี้เจ้าอย่าเพิ่งติดต่อเฉินฟู่ฟาง รอดูท่าทางและอาการของเฉินเป่าหนิงอีกที ถ้าหากนางดวงแข็งเช่นนี้เราก็คงจะหลบเลี่ยงเรื่องสมรสพระราชทานไม่ได้อีกต่อไปแล้ว แต่ข้าคิดว่าแต่งนางเข้ามาก็ไม่ได้เสียหายอะไร ขอเพียงนางอยู่ในตำแหน่งที่นางสมควรจะอยู่ ข้าจะไว้ชีวิตของนางก็ได้ เพราะข้าคิดคำนวณดูแล้วการแต่งงานกับนางก็ไม่ได้แย่จนเกินไปนัก อีกทั้งข้าจะได้ตัดปัญหาเรื่องความหวาดระแวงจากเสด็จพี่ใหญ่ของข้าได้อีกด้วย”

“แต่คุณหนูใหญ่ไม่มีสิ่งใดที่คู่ควรกับหลินหวางเตี้ยนเซี่ยเลยแม้แต่น้อย” สวีหยุนบ่นพึมพำ

ดวงตาคมเข้มนัยน์ตาเหยี่ยวของเซวียนจ้งเหยียนสว่างวาบ เมื่อคิดถึงใบหน้างดงามแววตาไร้เดียงสาที่แสนจะบริสุทธิ์คู่นั้นของคู่หมั้นของตน สตรีที่ไม่เคยพบเจอเรื่องโหดร้ายในชีวิตจึงมักจะมีแววตาบริสุทธิ์เช่นนั้นสินะ แต่เขารู้สึกรังเกียจแววตาไร้เดียงสาแบบนั้นเป็นที่สุด เพราะรู้สึกว่าความบริสุทธ์ไร้เดียงสาเช่นนั้นไม่เหมาะสมกับเขา …

“หึ…อย่างน้อย เฉินเป่าหนิงก็มีใบหน้าที่งดงามมาก เจ้าเองยังเคยเอ่ยชมนางมิใช่หรือว่าอย่างน้อยนางก็ไม่ได้โดนใบหน้าของข้ากดข่มจนจืดชืด”

“สตรีงดงามมีมากมาย บุคคลยิ่งใหญ่อย่างหลินหวางเตี้ยนเซี่ยจะหาสตรีที่มีรูปโฉมงดงามมากกว่านี้อีกสักหลายคนก็ยังได้ นี่ถ้าหากคุณหนูใหญ่เฉินหายป่วยรอบนี้ ทางวังหลวงคงจะรีบกำหนดพิธีมงคลให้ท่านอ๋องอย่างแน่นอน”

“อืม… เจ้าจะกังวลล่วงหน้าไปเพื่ออะไร ก็แค่ในจวนเหวินหยวนจะมีสตรีบอบบางร่างกายอ่อนแอเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน จะก่อคลื่นลมอะไรให้พวกเราได้”

เซวียนจ้งเหยียนเอ่ยด้วยสีหน้าเยาะเย้ยคนสนิทของตนเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นเดินย้ายไปยังห้องหนังสือ จวนเหวินหยวนแห่งนี้ก่อสร้างด้วยดินอัดเป็นก้อนขนาดใหญ่ก่อสร้างเป็นผนังแล้วฉาบทาด้วยดินสีดำอีกรอบ ภายในและภายนอกจวนจึงเป็นสีดำดูเข้ากับสภาพรอบกายของหลินชิงอ๋องที่ชอบสวมอาภรณ์สีดำตลอดทั้งตัวยิ่งนัก ทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่มีสตรีนางใดทนอยู่อาศัยที่นี่ได้นาน มีนางกำนัลในวังหลวงถูกส่งมาแล้วก็ถูกส่งกลับไปแทบจะทุกวัน

ดังนั้นในจวนเหวินหยวนแห่งนี้บ่าวไพล่จึงเป็นบุรุษแทบทั้งสิ้น ซึ่งเรื่องนี้ก็ตรงกับความต้องการของหลินชิงอ๋องพอดี เพราะเขาไม่ชอบให้มีสตรีมาป้วนเปี้ยนอยู่รอบกายของเขา ดังนั้นเขาจึงเก็บชีวิตไร้ค่าคู่หมั้นวัยเยาว์ผู้นั้นเอาไว้เพื่อเป็นข้ออ้างในการปฏิเสธรับสตรีอื่นเข้ามาในจวนตลอดเวลา แต่ในเวลานี้เฉินเป่าหนิงถึงวัยออกเรือนแล้วในเมื่อลงมือกำจัดนางไม่สำเร็จ เซวียนจ้งเหยียนจึงคิดว่าแต่งนางเข้ามาในจวนก่อนก็ไม่เสียหายอะไร ถ้าหากนางน่ารำคาญมากเกินไปเขาก็แค่ลงมือกำจัดนางทิ้งไปให้พ้นทางเขาก็เท่านั้น…

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel