บท
ตั้งค่า

บทที่ 7 เฉินฟู่ฟาง

จวนตระกูลเฉิน ณ. เรือนฮุ่ยฟาง เฉินฟู่ฟางเป็นบุตรสาวคนเล็กของเฉินเอินปั๋วกำลังนั่งอยู่ในห้องอุ่นอย่างกระวนกระวายใจ คนภายนอกรู้เพียงว่าคุณหนูใหญ่เฉินประสบอุบัติเหตุทำให้ได้รับบาดเจ็บจนหมดสติไปนานหลายวัน คุณหนูเล็กเฉินฟู่ฟางจึงเก็บตัวอยู่ในเรือนส่วนตัวเพื่อสวดภาวนาขอพรให้พี่สาวคนโตของตนหายป่วย

แต่ความจริงแล้วเฉินฟู่ฟางรู้สึกกลัวว่าคนอื่นจะสืบรู้แผนการทำร้ายพี่สาวของตนเอง ขนาดวางแผนมาอย่างดียังไม่ประสบผลสำเร็จตามที่ใจคิด จึงไม่กล้าออกไปเผชิญหน้ากับคนภายนอก ก่อนหน้านี้เฉินฟู่ฟางรู้ว่าเฉินเป่าหนิงนั้นชื่นชอบดอกไม้หายากเป็นที่สุด จึงแสร้งพูดเปรยในการกินอาหารเช้าร่วมกันในวันเกิดอุบัติเหตุว่าบนเขาเทียนซานมีทุ่งดอกเหมยสีขาวสวยงามกำลังออกดอกบานทั่วเนินเขา เมื่อเห็นว่าพี่สาวเดินทางขึ้นเขาไปกับสาวใช้ เฉินฟู่ฟางจึงส่งคนไปบอกจวนเหวินหยวน แต่ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใดสุดท้ายแล้วหลินชินอ๋องกลับช่วยเหลือเฉินเป่าหนิงที่นอนหมดสติกลับมาที่จวนตระกูลเฉิน

เฉินฟู่ฟางรังเกียจพี่สาวคนนี้มาก ภายนอกนางยอมทำตามใจพี่สาวทุกอย่าง แต่ภายในใจของนางรู้สึกอิจฉาและรังเกียจพี่สาวผู้นี้เป็นอย่างมาก แม้เฉินเอินปั๋วจะดูแลนางดีมากเพียงใดแต่เฉินฟู่ฟางรู้ตัวเองดีว่าภายในใจของท่านพ่อ เฉินเป่าหนิงจึงจะเป็นบุตรสาวคนสำคัญที่สุดในใจของเขา

ถ้าหากไม่มีเฉินเป่าหนิง ในตระกูลเฉินแห่งนี้ย่อมจะมีคุณหนูเพียงคนเดียวคือนาง อีกอย่างเฉินฟู่ฟางมั่นใจว่าตนเองดีกว่าผู้เป็นพี่สาวแทบจะทุกด้าน ถ้าหากไม่มีเฉินเป่าหนิง นางย่อมเป็นสตรีที่ดูโดดเด่นที่สุดในเมืองหลวง

คนทั้งจวนตระกูลเฉินมักจะมองเห็นเฉินฟู่ฟางเป็นเพียงดอกไม้ประดับที่คอยเดินตามหลังเฉินเป่าหนิงอยู่เสมอ ทั้งๆ ที่นางก็เป็นบุตรสาวคนหนึ่งของเฉินเอินปั๋วเหมือนกัน แต่คนทั่วไปมักจะลืมเลือนนางไม่มีผู้ใดส่งเทียบเชิญมาให้นาง ภายในจวนไม่เคยมีใครคิดจะจัดงานวันเกิดให้นาง ไม่เคยมีใครคิดจะพานางเข้าวังหลวง แม้แต่พี่ชายทั้งสองคนก็ไม่มีใครที่มอบความสนิทสนมให้กับนาง พี่ชายทั้งสองคนนั้นเห็นเพียงเฉินเป่าหนิงคนไร้ค่าผู้นั้นเป็นน้องสาวของพวกเขาเพียงคนเดียว

“คุณหนูเจ้าคะ แย่แล้วเจ้าค่ะ” ปิงซวี่เดินเข้ามาในเรือนฮุ่ยฟางก่อนจะออกปากไล่สาวใช้คนอื่นออกจากห้องไปให้หมด แล้วกระซิบบอกนายสาวด้วยความตกใจ

“เกิดอะไรขึ้น! ปิงซวี่มีคนรู้แล้วหรือว่าเป็นข้าที่ล่อลวงให้พี่สาวเดินทางขึ้นเขาเทียนซาน”

“มิใช่เจ้าค่ะ เรื่องนี้ยังไม่มีคนรู้ แต่ทว่าคุณหนูใหญ่นะสิเจ้าคะ”

“พี่หญิงเป็นอะไร หรือว่านางอาการทรุดลงอีกแล้ว” เฉินฟู่ฟางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงมีความหวัง

“มิใช่เจ้าค่ะ ในยามนี้คนจากเรือนฮุ่ยหนิงต่างพูดกันว่าคุณหนูใหญ่มีเส้นลมปราณแล้วเจ้าค่ะ เห็นว่ามีพลังลมปราณที่แข็งแกร่งมากด้วยเจ้าค่ะ”

“อะไรกัน… พี่หญิงเป็นเพียงสตรีที่ไร้ค่าไม่มีเส้นพลังลมปราณ ตัวข้าจึงยังพอได้รับความรักและความชื่นชมจากท่านพ่อบ้าง เพราะท่านพ่อคิดว่าตัวข้ายังจะพอเป็นบุตรสาวที่ช่วยกอบกู้หน้าตาของเขาได้ แต่นี่พี่หญิงใหญ่มีพลังลมปราณแล้ว ท่านพ่อคงจะไม่พาข้าไปออกงานแข่งขันล่าสัตว์ขึ้นเขาอีกแล้วสินะ”

เฉินฟู่ฟางพูดเสียงดังด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ปิงซวี้จึงรีบเอ่ยห้ามปรามว่า

“คุณหนู ท่านช่วยพูดเสียงเบาๆ หน่อยเจ้าค่ะ อย่าลืมว่าภายนอกเรือนมีคนของนายท่านและฮูหยินอยู่นะเจ้าคะ อีกอย่างเรื่องงานเลี้ยงของบุรุษเช่นนั้นคุณหนูเติบโตจนจะเข้าพิธีปักปิ่นอยู่แล้วยังจะไปร่วมงานแบบนั้นเพื่ออะไร นายท่านย่อมจะไม่พาคุณหนูไปร่วมงานแบบนี้ด้วยอีกต่อไปแล้วเจ้าค่ะ แต่สิ่งที่คุณหนูควรจะกังวลใจก็คือเรื่องการแต่งงานของคุณหนูต่างหากล่ะเจ้าคะ”

“พี่หญิงมีพลังเส้นลมปราณแล้วจะมาเกี่ยวข้องกับการแต่งงานของข้าได้อย่างไร เพราะถึงอย่างไรพี่หญิงก็ต้องแต่งกับหลินชินอ๋อง คนโหดร้ายเช่นปีศาจผู้นั้นเมื่อพี่หญิงแต่งเข้าไปแล้ว ย่อมจะมีชีวิตแต่งงานที่ย่ำแย่ คนอ่อนแออย่างพี่หญิงใหญ่จะมีชีวิตรอดในจวนเหวินหยวนได้สักกี่วัน ตัวข้านี่ล่ะที่จะคอยเฝ้านับวันดู”

เฉินฟู่ฟางพูดด้วยแววตาสะใจ ใบหน้างดงามบิดเบี้ยวเพราะความริษยาจนดูอัปลักษณ์ ปิงซวี้อดทนมองดูไม่ได้แล้วรีบเอ่ยปรามคุณหนูของตนอย่างหวังดี

“คุณหนูเจ้าคะ บ่าวเคยบอกคุณหนูหลายรอบแล้วว่าอย่าได้แสดงสีหน้าแบบนี้ออกมา แม้ตอนนี้จะไม่มีคนอื่น แต่ถ้าหากทำสีหน้าแบบนี้บ่อยครั้งย่อมจะเกิดความเคยชินแล้วเผลอทำต่อหน้าผู้อื่นได้นะเจ้าคะ”

เฉินฟู่ฟางจึงรีบปรับเปลี่ยนอารมณ์บนใบหน้าทันที พลางมองปิงซวี่ด้วยสายตาขอบคุณ ปิงซวี่คือสาวใช้ที่ 'ลี่จี' มารดาผู้ให้กำเนิดนางมอบให้ติดตามนางมาดังนั้นปิงซวี่จึงเป็นสาวใช้ที่เฉินฟู่ฟางเชื่อใจมากที่สุด

“มีเพียงปิงซวี่เท่านั้นที่เป็นห่วงข้าทุกอย่างจากใจจริง คนในจวนนี้ไม่มีผู้ใดเป็นห่วงข้าเลย อีกไม่กี่วันจะถึงพิธีปักปิ่นของข้าแล้ว ในจวนแห่งนี้ยังไม่มีใครพูดถึงเรื่องจัดงานให้ข้าแม้แต่คนเดียว มัวแต่เป็นห่วงอาการป่วยของพี่หญิง นี่ถ้าหากว่าในจวนต้องจัดงานศพของพี่หญิงแล้วไม่ได้จัดพิธีปักปิ่นของข้ายังจะดีเสียกว่า”

“คุณหนูตอนนี้ไม่ใช่เวลามาห่วงเรื่องพิธีปักปิ่นของคุณหนูนะเจ้าคะ แต่ควรจะห่วงว่าในเมื่อคุณหนูใหญ่มีเส้นพลังลมปราณแล้ว ทางวังหลวงอาจจะไม่ยอมให้คุณหนูใหญ่แต่งกับหลินชินอ๋องก็ได้นะเจ้าคะ ใครๆ ก็รู้ว่าฮ่องเต้ทรงหวาดระแวงอำนาจของหลินชินอ๋อง จึงมอบสตรีไร้ค่าไร้พลังให้แต่งงานเข้าจวนเหวินหยวน แต่ถ้าหากคุณหนูใหญ่ไม่ใช่คนไร้ค่าและมีพลังลมปราณที่แข็งแกร่ง เจ้าสาวของหลินชินอ๋องอาจจะถูกเปลี่ยนคนก็ได้นะเจ้าคะ”

“……”

เฉินฟู่ฟางคิดตามคำพูดของปิงซวี่ แล้วจึงเข้าใจความหมายที่ปิงซวี่กำลังพูดเมื่อครู่ ในยามนี้ถ้าพูดถึงคนไร้ค่าของจวนตระกูลเฉินถ้าหากไม่ใช่เฉินเป่าหนิง ก็ย่อมจะกลายเป็นตน เพราะมารดาของนางเป็นเพียงหญิงงามที่เคยอยู่ในหอนางโลมมาก่อน ถึงแม้ว่าในตอนนี้จะถูกเฉินเอินปั๋วส่งตัวไปอยู่ที่หมู่บ้านในชนบท แต่เรื่องที่มารดาของนางเป็นสตรีในหอนางโลมผู้คนก็รับรู้กันไปจนทั่ว

“ไม่…ข้าจะไม่ยอมแต่งงานกับปีศาจผู้นั้นเป็นอันขาด”

เฉินฟู่ฟางส่ายหน้าแบบไม่ยินยอม เพราะนางมีคนที่ชอบอยู่ในใจแล้ว คนผู้นั้นมีชาติกำเนิดสูงศักดิ์แม้ในยามนี้เขาจะมีชีวิตที่ตกต่ำ แต่เฉินฟู่ฟางเชื่อมั่นในตัวเขาว่าในวันหน้าคนผู้นั้นสามารถผลักดันตนเองขึ้นที่สูงเหนือคนทั่วไปได้อย่างแน่นอน

ในขณะที่หลินชินอ๋องถึงแม้จะสูงศักดิ์มีอำนาจมากมายก็ตาม แต่คนโหดร้ายทำตัวสูงส่งอย่างหลินชินอ๋องไม่มีเรื่องรักใคร่ในตัวสตรีอยู่ในหัวใจ คนแบบนี้ใครได้แต่งงานด้วยคงจะเหมือนได้ใช้ชีวิตอยู่ในขุมนรกที่ลึกและเหน็บหนาวจากไฟเย็นอย่างแน่นอน

“พี่หญิงจะต้องแต่งงานกับหลินชินอ๋องตามความต้องการเดิมของอดีตฮ่องเต้สิ และข้าจะต้องทำให้เรื่องทุกอย่างเป็นไปตามนั้นด้วย”

เฉินฟู่ฟางพูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นในใจ ถึงแม้ว่าเฉินเป่าหนิงจะเย่อหยิ่งมากแต่นางมีจุดอ่อนเหมือนกับท่านหญิงหย่งอันผู้เป็นมารดา เพราะถ้านางเป็นท่านหญิงหย่งอันคงจะลงมือกำจัดท่านแม่และตัวนางไปนานแล้วย่อมจะไม่ปล่อยให้พวกนางสองแม่ลูกอยู่เป็นเสี้ยนหนามทิ่มตำใจของตนเองอยู่เช่นนี้

เฉินฟู่ฟางคิดอย่างเหี้ยมโหด นางและปิงซวี่จึงรวมหัวกันคิดเพื่อวางแผนให้เรื่องการแต่งงานของเฉินเป่าหนิงและหลินชินอ๋องไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปหลังจากนี้…

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel