พลิกชะตาพระชายาตัวร้าย

17.0K · อัพเดทล่าสุด
JustMoonLight
10
บท
19
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ตัวแสดงแทนบทบู๊อย่างเฉินเซียหนิงประสบอุบัติเหตุขณะถ่ายทำละครย้อนยุคจีนโบราณเรื่องหนึ่ง เมื่อฟื้นตื่นขึ้นมาอีกทีกลับพบว่าตนเองกลายเป็นว่าที่พระชายาของหลินชินอ๋อง ตัวร้ายที่เหี้ยมโหดในบทละครที่นางได้ร่วมแสดงเป็นตัวประกอบ ทำการแสดงแทนนางเอกในบทต้อสู้และเสี่ยงอันตราย เฉินเซียหนิงเคยได้อ่านบทละครเรื่องนั้นในบทของพระชายาเอกของหลินชินอ๋องที่ตนเองได้ร่วมแสดงเป็นตัวละคนผู้นี้ แต่ได้ทำการแสดงเพียงไม่กี่ฉากเพราะตัวประกอบผู้นี้ไม่มีบทบาทในละครมากนัก บทสุดท้ายของตัวละครผู้นี้ต้องถูกสามีของตนเองฆ่า ดังนั้นเฉินเซียหนิงจึงอยากพลิกชะตาของพระชายาผู้นี้ เพราะตนไม่อยากจะตายไวเหมือนกับบทตัวประกอบในละครเรื่องนั้น ในโลกที่เรียกว่าดินแดนเสวียนคง ยึดถือผู้มีพลังลมปราณเป็นใหญ่ เฉินเป่าหนิงผู้มีชาติกำเนิดสูงส่งแห่งแคว้นเฉียนแต่กลับไร้เส้นพลังลมปราณกลายเป็นคุณหนูผู้ไร้ค่าในสายตาของคนทั่วไปในดินแดนเสวียนคง เรื่องทุกอย่างเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก นับตั้งแต่เฉินเซียหนิงทะลุมิติย้ายเข้ามาในร่างของเฉินเป่าหนิง จากสตรีที่ไร้ค่ากลับมีพลังลมปราณที่แข็งแกร่ง จากสตรีที่ถูกคู่หมั้นรังเกียจกลับกลายเป็นคู่หมั้นตัวร้ายรีบร้อนและบังคับนางให้ต้องแต่งมาเป็นพระชายาของเขาเท่านั้น แต่ทว่าเฉินเซียหนิงไม่อยากเป็นพระชายาของท่านอ๋องตัวร้ายผู้นี้ เรื่องราวอลวลจึงเริ่มเกิดขึ้น…

นิยายรักโรแมนติกเกิดใหม่ในนิยายนิยายจีนโบราณข้ามมิตินางเอกเก่งพระชายาพลิกชีวิตราชวงศ์/ชนชั้นเจ้าแม่ทัพท่านอ๋อง

บทที่ 1 ฟื้นตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

ภายในห้องนอนที่ตกแต่งอย่างงดงามแต่แฝงความเรียบง่ายไม่หวือหวา บนเตียงนอนขนาดใหญ่มีเรือนร่างบอบบางของสตรีผู้หนึ่งนอนหลับตาด้วยใบหน้าซีดเซียวอยู่บนเตียง ด้านข้างมีสาวใช้ทั้งสี่นั่งเฝ้าอย่างเป็นห่วงด้วยความกระวนกระวายใจอยู่ไม่ห่าง

เฉินเซียหนิง ตื่นลืมตาขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความดีใจของสาวใช้ภายในห้อง นางกะพริบตามมองรอบห้องด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ นางเคยรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้แล้ว ในยามนั้นคิดว่าตนเองกำลังหลับฝันอยู่จึงหลับตานอนต่อเพราะรู้สึกปวดศีรษะมาก แต่เฉินเซี่ยหนิงไม่คิดเลยว่าเมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้งตนเองยังคงอยู่ในห้องเดิมและเจอคนแต่งกายด้วยชุดที่งดงามดูแปลกตาเหมือนกันเช่นเดิม

“คุณหนูใหญ่ฟื้นแล้ว เร็วเข้า! ชุนฮัวเจ้ารีบไปบอกนายท่านและฮูหยินโดยเร็วว่าคุณหนูตื่นลืมตาขึ้นมาแล้ว”

ตงฮัวเอ่ยสั่งสาวใช้ข้างกายนางให้รีบออกไปส่งข่าว ส่วนนางและชิวฮัวช่วยกันบีบนวดแขนและขาสองข้างให้แก่ผู้นอนป่วยอยู่บนเตียงด้วยความตื่นเต้นดีใจที่คุณหนูใหญ่ของพวกนางฟื้นตื่นขึ้นมาได้เสียทีหลังจากที่นอนหมดสติไปนาน

“หิวน้ำ” น้ำเสียงแผ่วเบาของสตรีที่นอนอยู่บนเตียงทำให้สาวใช้คนที่มีสามนามว่าหน่วนฮัวขยับตัวรินน้ำใส่แก้วดินเผาเคลือบก่อนถือมายังเตียง ส่วนตงฮัวและชิวฮัวช่วยกันประคองคุณหนูใหญ่ของพวกนางลุกขึ้นนั่งเอนหลังพิงหัวเตียงเพื่อให้หน่วนฮัวช่วยป้อนนำให้คุณหนูใหญ่ของพวกนางดื่ม

“คุณหนูใหญ่ดื่มน้ำเพียงเล็กน้อยก่อนเจ้าค่ะ ต้องรอให้ท่านหมอเสิ่นมาตรวจอาการของคุณหนูเสียก่อนเจ้าค่ะ พวกเราจะได้รู้ว่าคุณหนูดื่มน้ำได้มากน้อยเพียงใด”

ตงฮัวเอ่ยบอกคุณหนูใหญ่ของนางเสียงเบาเมื่อเห็นท่าทางการดื่มน้ำอย่างหิวกระหายของท่านหญิง ทำให้หญิงสาวหยุดดื่มน้ำสาวใช้ทั้งสามจึงต่างถอนหายใจอย่างโล่งอก

“พวกคุณเป็นใคร ที่นี่คือที่ไหนคะ”

เฉินเซียหนิงเอ่ยถามทุกคนด้วยน้ำเสียงแหบพร่า นางกวาดสายตามองรอบห้องอีกครั้ง ก่อนหน้านี้นางรู้ตัวตื่นมาหนหนึ่งแต่เพราะมีความทรงจำมากมายวนเวียนอยู่ในหัวจนทำให้รู้สึกปวดศีรษะเป็นอย่างมาก ภาพสุดท้ายที่นางจำได้ติดตาคือสีแดงของเลือดสาดกระจายทั่วไปทั้งใบหน้าและลำตัวของนางจนเต็มไปหมดเท่านั้น

สาวใช้ทั้งสามต่างมองหน้ากัน ก่อนที่ตงฮัวที่อยู่ใกล้ชิดคุณหนูใหญ่ของพวกนางที่สุดจะเป็นผู้ตอบ

“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ ท่านหมอเสิ่นบอกว่าศีรษะของคุณหนูได้รับความกระทบกระเทือนอย่างแรง อีกทั้งก่อนหน้านี้คุณหนูยังได้เกิดอาการหวาดกลัวจนกระทบกระเทือนจิตใจอย่างหนัก หากตื่นมาแล้วอาจจะทำให้คุณหนูเกิดสภาวะลืมเลือนบางอย่างไปชั่วคราวได้เจ้าค่ะ แต่ไม่ต้องกังวลใจอีกไม่นานคุณหนูก็จะค่อยๆ จดจำทุกอย่างได้เจ้าค่ะ”

ชิวฮัวหันมากระซิบเสียงเบากับหน่วนฮัวว่า “แต่คุณหนูใหญ่จดจำทุกอย่างไม่ได้อาจจะเป็นเรื่องที่ดีเสียกว่า ยิ่งความทรงจำก่อนหน้าที่จะกลิ้งตกภูเขาลงมาลืมไปได้ยิ่งดี”

“เจ้าอย่าได้ปากมาก!” หน่วนฮัวเอ่ยดุชิวฮัว เมื่อเห็นว่าคุณหนูใหญ่หันมาฟังที่ชิวฮัวกระซิบพูดกับนางด้วยความสนใจ

เฉินเซียหนิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะมีความทรงจำบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวของตน สตรีทั้งสามนี้แม้จะเป็นคนแปลกหน้าแต่ตนเองกลับสามารถรู้ชื่อสาวใช้ทั้งสามคนในห้องนี้ได้ทั้งหมดอย่างน่าประหลาดใจ เฉินเซียหนิงยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากเพื่อถามเรื่องราวอะไรต่อ ก็ได้ยินเสียงเปิดประตู แล้วมีคนวิ่งผ่านผ้าม่านกั้นห้องเข้ามาภายในอย่างรีบร้อนหลายๆ คน

“ลูกแม่! ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นแล้ว เจ้าทนอีกหน่อย ท่านพ่อของเจ้ารีบสั่งให้คนไปตามท่านหมอเสิ่นมาตรวจอาการของเจ้าอย่างเร่งด่วนแล้ว”

สตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งแต่งตัวงดงามหรูหรา เครื่องประดับบนศีรษะของสตรีผู้นี้ดูอลังการเป็นอย่างมาก เฉินเซียหนิงมองดูด้วยความแปลกตาและประหลาดใจที่สตรีผู้นี้ยังเคลื่อนไหวคล่องแคล่วได้อย่างไร ทั้งที่ชุดดูกรุยกรายรุ่มร่าม ทรงผมก็แปลกประหลาดแล้วยังสวมเครื่องหัวที่ดูหนักอึ้งเช่นนั้น

แต่แล้วเฉินเซียหนิงก็ต้องนั่งทำตัวแข็งทื่อ เมื่อสตรีคนนี้ทรุดนั่งลงบนเตียงแล้วสวมกอดร่างของนางแน่นอยู่นานครูใหญ่ ต่อจากนั้นสตรีวัยกลางคนผู้นี้ยังลูบไล้สัมผัสบนตัวนาง ปากก็เอ่ยถามว่า “เจ้าบอกแม่มาว่ายังเจ็บตรงไหน ไม่สบายที่ใดบ้าง”

“ฮูหยิน… เจ้ากอดบุตรสาวเช่นนั้นอาจจะทำให้หนิงเอ๋อร์เจ็บปวดศีรษะขึ้นมาอีกก็ได้ มิหนำซ้ำเจ้าอาจจะไปจับถูกบริเวณที่ฟกช้ำตามเนื้อตามตัวของหนิงเอ๋อร์ก็ได้ เจ้ารีบถอยออกมาก่อนเถิด”

เสียงพูดนี้เป็นของบุรุษรูปร่างอ้วนท้วมเล็กน้อย ผิวของบุรุษผู้นี้ขาวมาก คิ้วเข้มตาคมแต่เพราะความสมบูรณ์มากเกินไปของร่างกายจึงทำให้บุรุษผู้นี้ดูแก่และมีอายุ เฉินเซียหนิงหันมามองสำรวจคนผู้นี้อย่างพิจารณา ก่อนจะหันมองรอบห้องเพื่อหากล้องที่ซ่อนอยู่ นางไม่กล้าพูดหรือทำอะไร เพราะไม่แน่ใจว่าในยามนี้ตนเองกำลังอยู่ในการถ่ายทำรายการกลั่นแกล้งคนอยู่หรือเปล่า

แต่เมื่อมองสำรวจห้องจนทั่วแล้ว เฉินเซียหนิงก็ไม่พบความผิดปกติแม้แต่น้อย แต่ท่าทางหันซ้ายหันขวาและมองทุกคนเหมือนคนแปลกหน้าทำให้ฮูหยินของเฉินเอินปั๋วถึงกลับร้องไห้คร่ำครวญขึ้นมาทันที

“ท่านพี่… แย่แล้วลูกสาวคนดีของเราไม่ใช่ว่าสมองและจิตใจถูกกระทบกระเทือนจนเลอะเลือนไปแล้วหรอกนะเจ้าคะ ฮือๆ ข้าจะทำอย่างไรดี ท่านพี่ท่านต้องช่วยหนิงเอ๋อร์นะเจ้าคะ”

“เจ้าช่วยอยู่แบบสงบๆ สักหน่อยเถิด เจ้าดูสิ…หนิงเอ๋อร์ตกใจหมดแล้ว รอให้ท่านหมอเสิ่นมาตรวจอาการของลูกก่อนเถิด แล้วค่อยมาคิดกันว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรดี”

เฉินเซียหนิงขมวดคิ้วก่อนจะยกมือขึ้นมาคลึงขมับของตนเองแล้วใช้ปลายนิ้วกดจุดไท่หยางของตนเอง เพื่อบรรเทาอาการปวดหัวเวียนศีรษะ ก่อนจะคิดในใจ ‘นี่คือท่านพ่อ …ท่านแม่… ทำไมฉันถึงมีพ่อและแม่ได้ แล้วทำไมฉันถึงมีความทรงจำเกี่ยวกับคนเหล่านี้ผุดขึ้นมาแบบไม่ยอมหยุด’

เฉินเซียหนิงรับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในหัวไม่ได้จึงทิ้งตัวลงนอนแล้วพลิกตัวเพื่อหนีคนเหล่านี้ แล้วตัดสินใจหลับตาทำสมาธิเพื่อไม่ให้เสียงภายนอกมาทำให้ตนเองสุ่นวายสับสนและคิดจะใช้ความสงบนิ่งเพื่อแก้ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นกับตนเองในขณะนี้…