บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 เฉินเซียหนิง

หลังจากท่านหมอเสิ่นเป็นหมอเทวดาผู้มีฝีมือในการรักษาสูงส่งในดินแดนเสวียนคงแห่งนี้ เขาได้เดินทางมาตรวจอาการของคุณหนูใหญ่ของจวนเฉินเอินปั๋วที่แสร้งนอนหลับตาอยู่ตลอดเวลา แล้วจึงสรุปว่าเป็นเพราะศีรษะได้รับความกระทบกระเทือน ช่วงนี้คุณหนูใหญ่จึงมีความทรงจำบางอย่างที่สับสน ต้องใช้เวลาอีกหลายวันกว่าที่อาการจะดีขึ้น นับจากนี้ให้คุณหนูใหญ่เฉินเป่าหนิงจะต้องกินอาหารรสอ่อน ดื่มยาที่ท่านหมอเสิ่นจัดให้และอย่าเพิ่งลุกขึ้นเดินไปไหนมาไหนให้มากนัก

เฉินเซียหนิงฟังที่ท่านหมอเสิ่นพูดกับบุคคลที่เป็นท่านพ่อท่านแม่ของนาง ก่อนจะมาสะดุดกับคำพูดที่ว่าความทรงจำสับสน… นางย่อมแน่ใจดีว่าความทรงจำของตนเองดียิ่ง แต่กลับมีความทรงจำของใครอีกคนแทรกเข้ามาเท่านั้น

เฉินเซียหนิงเป็นเด็กกำพร้าที่อาศัยอยู่ในสถานสงเคราะห์เด็กแห่งหนึ่ง ต่อมาโชคดีที่ได้คุณปู่เฉินเดินทางมารับหลานสาวที่ใช้แซ่เดียวกันแต่สายเลือดห่างไกลกลับมาเลี้ยงดูจนเติบโต แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่ให้นางว่าเซียหนิง

คุณปู่เฉินอาศัยอยู่ในเมือง H ของแผ่นดินใหญ่ ท่านเชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนจีนและการต่อสู้ร่ายรำมวยจีน เฉินเซียหนิงจึงได้เรียนเรื่องเหล่านี้มาตั้งแต่เด็ก รวมถึงพิน หมากและการเขียนอักษรพู่กัน ดังนั้นเฉินเซียหนิงจึงมีความสามารถติดตัวมาหลายอย่าง เนื่องจากเป็นเด็กกำพร้าที่ไร้บิดามารดา จึงต้องอดทนและขยันเรียนทุกอย่างให้ได้ดี เพื่อตอบแทนความีเมตตาที่คุณปูเฉินมอบให้แก่เด็กสาวกำพร้าอย่างนาง

เมื่อเฉินเซียหนิงสอบเข้ามหาลัยศิลปะแห่งหนึ่งได้ หลานชายคนโตของคุณปูที่มีอาชีพเป็นผู้ช่วยผู้กำกับได้หานักแสดงที่มีความสามารถมาแสดงแทนบทต่อสู้ เฉินเซียหนิงจึงขออาสาไปลองรับบทนักแสดงแทนดู เพื่ออาศัยเงินพิเศษตรงนี้มาซื้อของขวัญมอบให้คุณปู่ รายได้นักแสดงแทนบทบู๊ดีมาก แม้จะต้องเจ็บตัวเล็กน้อยอยู่บ้างแต่ค่าตอบแทนคุ้มค่ามากกว่า เฉินเซียหนิงจึงรับทำงานนี้มายาวนานถึงสี่ปี จนนางเรียนจบมหาลัย

มีผู้กำกับคนหนึ่งเห็นใบหน้าสวยงามน่ามองของเฉินเซียหนิงแล้วรู้สึกชอบ จึงพยายามผลักดันให้เฉินเซียหนิงได้แสดงบทตัวประกอบของละครย้อนยุคเรื่องหนึ่ง เฉินเซียหนิงเห็นค่าตอบแทนสูงมากจึงรีบรับเล่นทันที ละครเรื่องนี้มีชื่อว่าเล่ห์รักเล่ห์ร้ายวังมังกร ตัวละครในเรื่องบังเอิญมีแซ่เฉินเช่นเดียวกับนางเพียงแต่มีชื่อว่าเป่าหนิง เป็นคุณหนูใหญ่ผู้ล้ำค่าของเฉินเอินปั๋วและเป็นคู่หมั้นของหลินชิงอ๋อง ตัวร้ายของละครเรื่องนี้อีกด้วย

“เจ้าว่าข้าเป็นใครนะ” เฉินเซียหนิงมองภาพสะท้อนของตนเองในคันฉ่องแผ่นทองเหลืองที่สาวใช้ตงฮัวนำมาให้นาง เมื่อนั่งมองเงาภาพของตนเองอยู่บนเตียง นางเอ่ยถามเสียงแหบกับสาวใช้ผู้นี้อีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

“คุณหนูมีนามว่าเฉินเป่าหนิงเจ้าค่ะ เป็นบุตรสาวคนโตของท่านเฉินเอินปั๋วและท่านหญิงหย่งอันเจ้าค่ะ” ตงฮัวเอ่ยตอบคุณหนูใหญ่ของนางอย่างใจเย็น

“แล้วข้ามีคู่หมั้นหรือไม่” เฉินเซียหนิงปรับเปลี่ยนคำพูดให้เป็นแบบคนที่นี่เพื่อไม่ให้เป็นการผิดสังเกตมากจนเกินไป เพราะนางไม่อยากโดนจับเผา หรือถูกกล่าวหาว่าเป็นปีศาจร้ายมาเข้าสิงร่างของผู้อื่น

“มีเจ้าค่ะ คู่หมั้นของคุณหนูเป็นอดีตฮ่องเต้พระองค์ก่อนทรงประทานงานหมั้นให้” ตงฮัวเอ่ยเสียเบาและมีสีหน้าไม่สบายใจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบเสียงเบาว่า “คู่หมั้นของคุณหนูคือหลินชินอ๋องเจ้าค่ะ”

เฉินเซียหนิงตัวสั่นเล็กน้อยเพราะคุ้นเคยกับชื่อของหลินชิน อ๋องเป็นอย่างดี แต่ยังคงเอ่ยถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ “หลินชินอ๋อง! เขามีนามว่าอะไรรึ?”

สาวใช้ทั้งสี่หันมามองสบตากัน ก่อนที่ตงฮัวจะเป็นคนตอบคำถามเช่นเดิม “หลินชินอ๋องมีนามว่าเซวียนจ้งเหยียนเจ้าค่ะ คุณหนูท่านลืมทุกอย่างหมดแล้วจริงๆ หรือเจ้าคะ”

เมื่อได้คำตอบฟังเฉินเซียหนิงรู้สึกว่าร่างกายของตนเองอ่อนแรงไปทั่วทั้งร่าง เพราะชื่อเฉินเป่าหนิงนี้คือชื่อตัวละครที่นางร่วมแสดงเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะประสบอุบัติเหตุ

เฉินเซียหนิงส่ายหน้าปฏิเสธอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น และครุ่นคิดถึงบทละคนที่ตนเองเคยอ่านแล้วถามสาวใช้เพิ่มเติมด้วยความรู้สึกหวั่นใจว่า

“พวกเจ้าช่วยตอบทีว่าข้าคงจะมิได้มีพี่ชายสองคนและน้องสาวต่างมารดาอยู่อีกหนึ่งคนใช่หรือไม่”

“ใช่แล้วเจ้าค่ะ ที่แท้คุณหนูก็ยังมิได้ลืมเลือนหมดทุกอย่าง พวกข้าค่อยรู้สึกโล่งใจขึ้นมาหน่อยเจ้าค่ะ” ชุนฮัวพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงยินดี

ส่วนเฉินเซียหนิงรู้สึกขมไปทั้งปากไม่ได้รู้สึกยินดีแบบที่สาวใช้พูดแม้แต่น้อย เพราะนอกจากนางที่ฟื้นตื่นขึ้นมาแล้วกลายเป็นตัวประกอบของละครเรื่องเล่ห์รักเล่ห์ร้ายวังมังกรแล้ว นางยังจะพบอีกว่าตนเองคือเฉินเป่าหนิงเป็นว่าที่พระชายาของตัวร้ายและยังเป็นพี่สาวของนางร้ายอันดับหนึ่งที่ทำให้คนทั้งครอบครัวย่ำแย่ในตอนจบ มิหนำซ้ำเฉินเป่าหนิงยังเป็นน้องสาวของพระรองอีกสองคนที่มีจุดจบที่น่าสงสารอีกด้วย

“คุณหนู ท่านจะนอนอีกแล้วหรือเจ้าคะ” หน่วนฮัวเอ่ยถามเมื่อเห็นคุณหนูใหญ่ของตนทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง

“ใช่แล้ว ย่อมต้องนอนเพื่อจะได้ตื่นจากความฝันบ้าๆ แบบนี้สักที” เฉินเซียหนิงตัดสินใจล้มตัวนอนหลับตาอีกครั้งเพื่อหวังว่าตนเองจะตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตนเองอยู่ในโรงพยาบาลอย่างที่ควรจะเป็น…

ก่อนหน้านี้เฉินเซียหนิงอยู่ที่โรงถ่ายละครย้อนยุคแห่งหนึ่ง ที่นั่นก่อสร้างเป็นพระราชวังโบราณเลียนแบบพระราชวังชื่อดังของราชวงศ์หมิง นางแสดงเป็นเจิ้งลิ่วซีนางเอกของละครเรื่องนี้แทนนักแสดงดาวรุ่งชื่อดังที่ไม่อาจจะห้อยตัวบนสลิงทำท่าทางถลาตัวปีนขึ้นข้ามกำแพงเมืองได้อย่างสวยงาม เมื่อแสดงเสร็จจึงเปลี่ยนชุดมาแสดงเป็นเฉินเป่าหนิงผู้โชคร้ายที่กำลังเสียใจและช้ำใจหลายเรื่องจึงตัดสินใจจะกระโดดกำแพงฆ่าตัวตาย แต่อุปกรณ์เกิดขัดข้องทำให้เข็มขัดที่เกาะอยู่บริเวณเอวของเฉินเซียหนิงต้องรับน้ำหนักตัวของนางเพียงอย่างเดียว เสียงขาดของสลิงดังกึกก้องอยู่ในหัว ก่อนที่เฉินเซียหนิงจะรู้สึกว่าร่างของตัวเองร่วงหล่นลงมาจากที่สูงแบบไม่มีที่สิ้นสุด

เมื่อรู้ตัวตื่นอีกทีนางก็รู้สึกเจ็บปวดไปทั้งร่าง คราวแรกนึกว่าตนเองจะต้องอยู่ในโรงพยาบาล แต่ไม่นึกเลยว่าตนเองจะตื่นขึ้นมาในจวนของเฉินเอินปั๋วแล้วกลายเป็นเฉินเป่าหนิงเช่นนี้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel