บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 เฉินเป่าหนิง

เฉินเซียหนิงใช้เวลานอนพักรักษาตัวอยู่ในห้องนอนของเฉินเป่าหนิงอยู่สองสามวัน โดยปฏิเสธไม่ให้ผู้ใดเข้ามาเยี่ยมนาง นางใช้ชีวิตอยู่ในห้องนอนที่มีสองชั้นนี้เพื่อปรับตัวให้เข้ากับชีวิตใหม่โดยมีสาวใช้คนสนิททั้งสี่นางคอยช่วยอธิบายเรื่องราวในชีวิตของเฉินเป่าหนิงอย่างใจเย็น

ทุกเช้าที่ตื่นชืมตาขึ้นมาอันดับแรกเฉินเซียหนิงจะเอ่ยขอเรียกคันฉ่องจากสาวใช้มาส่องดูหน้าของตนเองก่อน แต่แอบขัดใจที่คันฉ่องไม่ใช่กระจกเงาแต่เป็นแผ่นทองเหลืองที่ตีให้เรียบ ภาพที่สะท้อนมาจากคันฉ่องนั้นดูคุ้นเคยแต่ก็ดูแปลกหน้าในสายตาของเฉินเซียหนิง

คิ้วเรียวงาม ดวงตากลมโต จมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากที่อวบอิ่มอยู่บนใบหน้าได้รูปที่ผอมซูบตอบ ต่างจากใบหน้าของตนเองที่อวบอิ่มมีแก้ม และคางของนางไม่ได้เรียวงามได้รูปเหมือนบุคคลที่ปรากฏในคันฉ่องนี้ ใบหน้าที่จ้องมองตอบมาจากคันฉ่องเหมือนเฉินเซียหนิงถึงเจ็ดส่วน แต่ก็ดูงดงามแปลกตามากกว่า

“คุณหนูเจ้าค่ะ ฮูหยินกำลังเดินทางมาเยี่ยมคุณหนูเจ้าค่ะ” ตงฮัวเอ่ยบอกคุณหนูใหญ่ของนาง เป็นเชิงเตือนสติเล็กน้อยเมื่อเห็นเฉินเป่าหนิงจ้องมองกระจกอย่างเหม่อลอยอีกแล้ว

เฉินเซียหนิงถอนหายใจก่อนจะเอ่ยบอกสาวใช้ให้ช่วยกันปรนนิบัตินางล้างหน้าและเปลี่ยนชุดใหม่ ฮูหยินของท่านเฉินเอินปั๋วเป็นถึงท่านหญิงที่เอาแต่ใจตนเองจนเคยชิน ดังนั้นนางจึงไม่เคยสนใจคำห้ามเยี่ยมของเฉินเป่าหนิงผู้เป็นบุตรสาวของตนเองเลยแม้แต่น้อย ซึ่งเฉินเซียหนิงก็เริ่มเคยชินกับมารดาผู้นี้ของเฉินเป่าหนิงบ้างแล้ว

การทำกิจธุระส่วนตัวในชีวิตประจำวัน เฉินเซียหนิงยังคงทำด้วยตนเองและต้องการความเป็นส่วนตัว แต่เมื่อต้องเปลี่ยนชุดและทำผมนางจำเป็นต้องอนุญาตให้สาวใช้ช่วยนางแต่งตัวเพราะขั้นตอนการสวมใส่และการทำทรงผมนั้นยุ่งยากจนเฉินเซียหนิงไม่สามารถทำด้วยตนเองได้ และสิ่งที่เฉินเซียหนิงต้องพยายามปรับตัวให้ได้มากที่สุดเป็นเพราะการได้รับการดูแลที่แสนจะอบอุ่นจากมารดาของเฉินเป่าหนิงในทุกเช้า

“หนิงเอ๋อร์ เร็วเข้าวันนี้แม่สั่งคนต้มน้ำแกงไก่ใส่โสมบำรุงร่างกายมาให้เจ้า ยังมีรังนกตุ๋นแบบเข้มข้นนำมาให้เจ้าอีกด้วยนะ”

ท่านหญิงหย่งอันหันมาพูดกับบุตรสาวด้วยน้ำเสียงเอาใจเมื่อเห็นบุตรสาวเดินออกมาจากห้องนอนชั้นในด้วยท่าทางแปลกประหลาดเหมือนดังเช่นสองสามวันมานี้

“ท่านแม่เจ้าค่ะ รังนกตุ๋นแบบนี้ พรุ่งนี้ไม่ต้องนำมาแล้วได้หรือไม่ ลูกไม่ชอบรสชาติของรังนกตุ๋นเลยเจ้าคะ” เฉินเซียหนิงพูดด้วยน้ำเสียงเกรงใจเล็กน้อย แม้ปากจะบอกว่าไม่ชอบแต่นางยังคงฝืนใจกินอาหารที่ท่านหญิงหย่องอันนำมาให้จนครบทุกอย่าง

ท่านหญิงหย่องอันมองบุตรสาวด้วยแววตาอบอุ่น ส่วนสาวใช้ทั้งหลายภายในห้องห้องต่างมองสบตากัน ทุกคนต่างมีความคิดเหมือนกันว่าหลังจากคุณหนูใหญ่ฟื้นตื่นขึ้นมาจากการสลบไม่ได้สติ คุณหนูใหญ่มีนิสัยเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากคุณหนูใหญ่ที่เอาแต่ใจไม่เคยเห็นใจผู้อื่นและไม่ชอบฝืนใจตนเองทำในสิ่งที่ตนเองไม่ชอบ ในยามนี้กลับรู้จักเกรงใจผู้เป็นมารดาและสาวใช้ ยิ่งกว่านั้นยังฝืนใจกินอาหารที่ตนเองบอกไม่ชอบจนหมด เรื่องนี้ทำให้สาวใช้ทุกคนต่างแปลกใจแต่ก็ชื่นชอบมิใช่น้อย

“หากเจ้าไม่ชอบพรุ่งนี้แม่จะสั่งคนไปสอบถามท่านหมอว่าเจ้าควรดื่มอะไรบำรุงเลือดดี”

“ไม่ต้องไปถามแล้วเจ้าค่ะ ช่วงนี้ท่านแม่สั่งคนต้มน้ำพุทราใส่น้ำตาลทรายแดงให้ลูกดื่มก็พอแล้ว”

“จะทำอะไรง่ายดายอย่างนั้นได้อย่างไร” ท่านหญิงหย่งอันเอ่ยขึ้นก่อนจะรับรู้ว่าบุตรสาวของตนผิดปกติจากเดิมไปมาก ใบหน้างดงามสวยสมวัยจึงบิดเบ้เล็กน้อยแล้วหันไปทางทิศตะวันออกก่อนจะยกมือขึ้นประนมมือไหว้ ก่อนจะพูดพึมพำกับตนเองเกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธ์

“ท่านแม่! ท่านกำลังทำอะไรอยู่หรือเจ้าคะ”

“แม่สวดอ้อนวอนขอพรจากพระประจำวัดฝูกั๋วเพื่อขอให้ลูกฟื้นตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ว่าในสภาพไหนก็ตามแต่ไม่นึกเลยว่าสิ่งศักดิ์สิทธในวัดฝู๋กั๋วจะศักดิ์สิทธเช่นนี้ นอกจากจะให้เจ้าฟื้นตื่นขึ้นมาอีกครั้งแล้วยังจะเปลี่ยนนิสัยของเจ้าให้เป็นคนใหม่ที่ดีมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย แต่แม่อยากจะขอแค่ให้เจ้ามีสุขภาพแข็งแรงอายุยืนก็พอไม่ต้องมีนิสัยดีมากขึ้นก็ได้”

“…เหตุใด จึงคิดว่าข้าเปลี่ยนไปดีกว่าเดิมเจ้าคะ” เฉินเซียหนิงกะพริบตาปริบๆ ก่อนเอ่ยถามท่านหญิงหย่งอันด้วยความสงสัย

“ก็นี่ไง อาหารเช้าบนโต๊ะอาหารปกติเจ้าจะไม่แตะต้อง ปกติเจ้ากินอาหารได้ไม่เกินสามคำก็สั่งคนให้ยกอาหารจานอื่นเข้ามาเปลี่ยนแล้ว อาหารในเช้านี้มีเพียงสามอย่างแต่เจ้าก็ไม่ตำหนิจนเขวี้ยงข้าวทำลายของแม้แต่น้อย” ท่านหญิงหย่งอันพูดเอ่ยชื่นชมบุตรสาวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ ส่วนเฉินเซียหนิงทำได้เพียงกะพริบตาปริบๆ ที่แท้เฉินเป่าหนิงคนเดิมก็มีนิสัยเลวร้ายมากนี่เอง

ในนิยายบทละครพูดถึงเฉินเป่าหนิงน้อยมาก แต่ในบทละครเขียนถึงความร้ายกาจของเฉินฟู่ฟางมากกว่า ส่วนคุณหนูใหญ่เฉินเป่าหนิงนั้นในบทละครเขียนว่าเป็นนางสตรีที่สูงส่งมีนิสัยเย่อหยิ่งแต่ไม่เคยทำร้ายผู้ใด มิหนำซ้ายังมีบทบางตอนที่นางเอ่ยห้ามปรามสามีและน้องสาวต่างมารดาของตนไม่ให้ร่วมมือกันทำร้ายพระเอกอย่างเซวียนเทียนหรงและนางเอกเจิ้งลิ่วซีอีกด้วย…

ที่นี่คือดินแดนแห่งโลกเสวียนคงมีแคว้นขนาดใหญ่อยู่สามแคว้นคือแคว้นซี แคว้นหนานและแคว้นเฉียน ผู้คนที่นี่ล้วนมีวรยุทธ์และพลังลมปราณ และใช้พลังลมปราณเป็นสิ่งบ่งบอกสถานะทางสังคม

ในสังคมชั้นสูงของแคว้นเฉียนหรือบุคคลในตระกูลขุนนางส่วนใหญ่จะมีพลังปราณขั้นห้าขึ้นไป แต่คุณหนูใหญ่เฉินเป่าหนิงกลับไร้พลังลมปราณ ทั้งๆ ที่บิดามารดา พี่ชายทั้งสองรวมถึงน้องสาวต่างมารดามีพลังลมปราณสูงถึงขั้นหกและขั้นเจ็ด

แต่คุณหนูใหญ่เฉินเป่าหนิงกลับไร้พลังลมปราณจึงไม่เป็นที่โปรดปราณของคู่หมั้นที่ชื่นชอบคนเก่งมากความสามารถอย่างหลินชินอ๋องสักเท่าไหร่ แต่ติดที่การหมั้นหมายนี้คือการหมั้นหมายพระราชทานจากฮ่องเต้พระองค์ก่อนจึงไม่มีผู้ใดกล้าจัดการเรื่องการถอนหมั้นของคนทั้งคู่นี้…

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel