ผู้เสียสละ
สัปดาห์ต่อมา
น้องรักษ์อาการดีขึ้นตามลำดับ คุณหมอจึงอนุญาตให้กลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้ เมื่อรับยาเสร็จลลิตาก็ให้เพื่อนขับรถใารับกลับบ้านไป ค่าใช้จ่ายทั้งหมดปาไปเกือบสามแสนบาท เพราะเป็นโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง แต่ทั้งหมดนั้นเธอไม่ได้ควักเงินในกระเป๋าออกมาจ่ายเลยสักบาท เพราะคุณหญิงชไมพรออกทุกอย่างให้แล้ว
อานนท์ต้องไปทานข้าวกับทางบ้านแฟนสาวมาส่งแล้วจึงรีบขับรถไปต่อที่อื่น ส่วนเรืองรองรายนั้นขายังไม่หายดีนัก ลลิตาจึงบอกให้กลับไปพักฟื้นไว้หายดีค่อยมาก็ได้
หญิงสาวอยู่บ้านกับลูกชายเพียงสองคน วางคนตัวเล็กไว้บนที่นอน ก่อนจะเดินไปหยิบนมในตู้มาให้ ในระหว่างนั้นนั่นเองใครบางคนก็ถือวิสาสะเข้ามาปะหน้า
“นัน”
“สบายดีนะคะพี่ตา”
“อืม” ลลิตามองอีกฝ่ายซึ่งสภาพร่างกายดูซูบผอมลง อีกทั้งสีหน้าดูไม่ค่อยสู้ดีนัก ดวงตาคู่นั้นบวมแดงราวกับผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก การมาเยือนของอนันญาในครั้งนี้คงไม่ใช่เรื่องที่ดี ลลิตาสังหรณ์ใจ
“นะ นี่ใช่ไหมคะลูกของพี่กับพี่เทพ”
อนันญามองเด็กชายวัยสองขวบตาแป๋วซึ่งจับจ้องนั้นทำให้หล่อนเจ็บปวดใจ
“ใช่ นันมาที่นี่…”
“นันแค่อยากมาดูหลานน่ะค่ะ” ยิ้มน้อย ๆ ตอบกลับเพื่อคลายฉงน
“…”
อนันญาว่าต่อ “น่าอิจฉาจังเลยนะคะ ในที่สุดพี่ตาก็ได้ครอบครองพี่เทพ”
อนันญาทราบเรื่องทั้งหมดแล้ว แน่นอนว่าหล่อนยังรับไม่ได้กับความจริงข้อนี้
“พี่ไม่ได้คิดอย่างนั้นเลยนะ”
“เรื่ิองทุกอย่างก็ดันมาเกิดในวันแต่งงานของนันกับพี่เทพ อะไรจะบังเอิญเหมาะเจาะขนาดนั้น”
เรื่องนี้ลลิตาก็ไม่อาจเรียบเรียงคำพูดออกมาอธิบายได้
“…”
“ในวันที่พี่ตารู้ว่าตัวเองท้อง ทำไมพี่ถึงเลือกเอาเด็กคนนี้ไว้ละคะ ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่าพี่เทพเกลียดพี่ตามสดขนาดไหน ทำไมถึงเห็นแก่ตัวพรากความสุขของนันไป อึก!”
หล่อนปาดเช็ดน้ำตาบนแก้มทิ้ง มองลลิตาด้วยความขุ่นเคืองปนชิงชัง หากสองแม่ลูกนี้ก้าวออกไปให้พ้นจากชีวิตธราเทพตลอดชีวิตมันคงดี
“พะ พี่ก็ไม่คิดว่าทุกอย่างจะเป็นแบบนี้” ลลิตานั้นสละออกจากตรงนั้นมา เพื่อหลีกทางให้ทั้งสอง ไฉนกลับเป็นตรงข้ามกับความต้องการ
“แล้วพี่ตาจะเอายังไงต่อคะ” หล่อนรวบรวมสติที่เหลือน้อย
“พี่ก็จะอยู่ของพี่อย่างนี้กับลูก ไม่ข้องแวะกับพี่เทพอีกหรอก”
“พี่ตาคิดว่ามันง่ายเหรอคะ เด็กคนนี้เป็นลูกของพี่เทพทั้งคน คุณลุงธรรมนพ คุณย่าชไมพรคงไม่ยอมให้เลือดเนื้อเชื่อไขของตนเองต้องลำบากลำบนหรอกนะคะ”
นั่นแหละสิ่งที่อนันญาหวั่นใจกลัว หากสองแม่ลูกถูกสั่งให้ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านของคุณลุงธรรมนพ เท่ากับว่าหล่อน และธราเทพต้องจบความสัมพันธ์ที่กำลังไปต่อไว้เพียงเท่านี้
ยังไงเขาจะต้องรับผิดชอบต่อลูก และลลิตา
“พี่กำลังหาทางออก”
“พี่ตาเสียสละอีกสักครั้งจะได้ไหมคะ”
เสียงนั้นทำให้ลลิตาโคลงหัวมึนงง ก่อนความฉงนใจจะถูกคลี่คลายจากริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีชมพูหวาน
“ไม่ว่ายังไงก็ตาม พี่ตาอย่ายอมย้ายเข้าไปอยู่บ้านหลังนั้นเด็ดขาด เสียสละอีกสักครั้งเถอะค่ะ พี่ตาเคยทำไม่ดีต่อนันยังไงไว้บ้าง พี่ตาคงทราบ ถือว่าทำเพื่อไถ่โทษนันก็ได้ค่ะ”
“ถึงพี่จะไม่เข้าไปอยู่ในบ้านหลังนั้น ก็ไม่ได้การันตีว่าพี่เทพจะไม่มาข้องแวะลูกกับพี่นะนัน”
“พี่เทพจะสามารถมาดูลูกได้ตามที่เขาต้องการค่ะ แต่ตัวเขา หัวใจของเขา นันจะเป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์”
“นันสบายใจเถอะ ยังไงพี่เทพก็ไม่เคยชายตามองพี่อยู่แล้ว”
“นันไว้ใจพี่เทพค่ะ แต่นันไม่ไว้ใจพี่ตาต่างหาก อย่ากลับคำแล้วกันล่ะ…” อนันญาทิ้งท้ายคำพูดไว้เพียงเท่านั้น จึงเดินจากออกมา หล่อนคับแค้นใจไม่น้อยเลยทีเดียว ไม่คาดฝันว่าเหตุการณ์ที่พลาดพลั้งในคืนงานเลี้ยงวันนั้นจะนำพาความหายนะ และความปวดร้าวมาสู่หล่อน
“พี่ไม่ใช่ลลิตาในเมื่อก่อนที่จะวิ่งไล่ตามใคร อย่าอคติกับพี่นัก”
“นันจะไม่อคติเลยค่ะ หากพี่ตาทำให้เห็นดั่งปากว่า”
“คอยดูเอาเถอะ”
ลลิตาบอกทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น ก่อนอุ้มลูกชายที่นอนบนเตียงเด็กขนาดเล็กขึ้นแนบอก แล้วเดินขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน
ชีวิตที่เคยต้องการใช้อย่างสงบสุขกับลูกแค่สองคนดูเหมือนจะไปได้ไม่ดีนัก
“น้องรักษ์ละคะพี่เทพ”
“ก็เล่นอยู่แถว ๆ นี้แหละ” เขาตอบทั้งที่เอาแต่สนใจงานตรงหน้า
ลลิตาเดินหาลูกจนทั่วบ้านกลับไม่พบ
“แต่ตาหาไม่เจอเลยค่ะ ลูกไปไหนคะ!”
บัดนั้นธราเทพจึงเงยหน้าขึ้น คิ้วเข้มขมวด “เมื่อกี๊ก็ยังเห็นอยู่…”
คนเป็นแม่นั้นใจเสีย รีบวิ่งไปหน้าประตูนอกบ้าน ธราเทพเดินตามหลังไปอย่างไม่ทุกข์ร้อนใจ
เป็นห่วงอะไรกันนักหนา เด็กมันแค่ออกไปเล่นเท่านั้นแหละ
หากความในใจของธราเทพก็หยุดลง ครั้นพบภาพตรงหน้า
ลลิตาโอบอุ้มร่างจ้อยด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเข้ามาหลบแดดในบ้าน หยิบยาหอมขึ้นมาให้ลูกดม
“น้องรักษ์ น้องรักษ์ได้ยินแม่ไหม”
เด็กน้อยหอบจับ หน้านั้นแดงก่ำ และชุ่มเหงื่อ เพราะวิ่งตากแดดเป็นเวลานาน
“คุมแม่ รักษ์ไม่เป็นอารายคับ”
เธอค่อยโล่งอกเมื่อลูกยังได้สติ
“คราวหลังอย่าไปวิ่งตากแดดตากลมอีกนะลูกแม่เป็นห่วง”
“คับคุมแม่”
ธราเทพเห็นถึงความเป็นแม่คนของหญิงสาว เขาเฝ้าสังเกตอยู่ห่าง ๆ กระทั่งเด็กชายถูกพาเข้าไปนอนในช่วงบ่าย
ลลิตาเดินอาด ๆ มาประชิดเขา ไม่ทันตั้งตัวฝ่ามือเรียวก็ยกขึ้นฟาดลงบนแก้มสาก จนหันไปอีกข้าง
เพี๊ยะ!
“ตาบอกให้ดูลูก แค่นี้พี่เทพก็ทำไม่ได้!”
ธราเทพเอี้ยวหน้ากลับมาทิศทางเดิม มือยกลูบข้างที่โดนตบจนรู้สึกร้อนผ่าวด้วยโทสะ
“ฉันมีงานต้องทำหนิ ใครมันจะมีเวลาเฝ้าเด็กทั้งวัน แล้วอีกอย่าง ฉันไม่ได้เจตนาจะทำให้เด็กคนนี้เกิดมาเสียหน่อย!”
ลลิตานั้นถึงกับพูดไม่ออก “ถ้าอย่างนั้นพี่เทพก็ไม่จำเป็นต้องมารับผิดชอบอะไรแล้วล่ะค่ะ กลับไปซะเถอะ”
“ฉันจะอยู่ต่อ”
ร่างสูงตอบกลับชัดถ้อยชัดคำเพียงเท่านั้นเตรียมหมุนตัวกลับขึ้นห้องไป หากลลิตาไม่ยอม ยังออกปากไล่เขาต่อ พร้อมกับดึงทีอนแขนอีกฝ่ายไว้
“หยุดเดี๋ยวนี้นะคะ ตาบอกให้พี่กลับไปไง ตาจะเก็บข้าวของของพี่เทพไปให้พ้นบ้านหลังนี้”
“ฉันบอกแล้วไง ฉันไม่ยอมไปไหนทั้งนั้น อย่ามาทำตัวไม่รู้เรื่องนะลลิตา!”
“จะอยู่ไปทำไมคะถ้าอยู่แบบไม่เต็มใจ ตาก็อึดอัดเป็น”
“นั่นมันเป็นเรื่องของเธอที่ควรจะจัดการความรู้สึกของตัวเอง”
“ไม่ ยังไงตาก็ไม่ยอมให้พี่เทพอยู่ต่อหรอก”
ลลิตายังไม่ยอมปล่อยมือจากแขนแกร่ง จับรัดไว้แน่นไม่ยอมให้เขาขยับตัวไปไหนได้ ธราเทพนั้นเป็นคนที่มีความอดทนต่ำ วุฒิทางอารมณ์นั้นเหลือน้อยลงเต็มที
นึกรำคาญหญิงสาวไม่น้อยเลยทีเดียว เขาควรจัดการตัวปัญหาแบบเด็ดขาด
“พี่เทพจะทำอะไรตา!”