บทที่ 5
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ รู้แค่ว่าร้องไห้จนหลับ หลับตื่นขึ้นมาแล้วก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร ในห้องที่มีเพียงแสงไฟสลัวๆ กับแขนขาที่ถูกมัดเอาไว้ตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้ ทั้งร่างกายแทบจะไม่มีความรู้สึกอะไรหลงเหลืออยู่แล้ว เจ็บจนชาไปหมด แต่ก็ยังพอจะมีความรู้สึกแสบตรงข้อมืออยู่บ้างเพราะการที่พยายามจะเอามือออกจากเชือกยิ่งทำให้เกิดการเสียดสีจนผิวหนังเป็นแผลถลอก
คิดในแง่ดีไว้ว่าอย่างน้อยที่ยังรู้สึกเจ็บแปลว่าเรายังมีชีวิตอยู่นะ
แกร๊ก!
แอ๊ดดดด~~
เสียงเปิดประตูเบาๆ แต่กลับทำเอาหัวใจกระตุกร่วงไปอยู่ตาตุ่ม เหมือนต้องกลับเข้าไปอยู่ในห้องเชือดอีกครั้ง ยิ่งกว่าการมีมีดมาจ่อคอหอยซะอีก
“กินข้าว!”
พี่หน้าโหดเบอร์สามยกจานข้าวมาให้พร้อมกับน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว ข้าวถูกวางไว้บนโต๊ะ ส่วนพี่โหดช่วยแก้เชือกที่มัดมือมัดปากไว้
แต่จู่ๆ ก็ควักปืนออกมา!
ควักออกทำไม!
“!!!” ไหนว่าจะให้กินข้าวไง ควักปืนออกมาทำไมก่อน
“กินข้าวไปดีๆ อย่าคิดจะหนีล่ะ ไม่งั้นไส้แตก!”
“อือ”
อาจจะเป็นเพราะว่าสภาพร่างกายและจิตใจตกอยู่ในห้วงความตึงเครียดตลอดทั้งวันถึงทำให้ไม่ค่อยอยากอาหารแต่ท้องก็ดันประท้วงเพราะไม่ได้กินอะไรเลยทั้งวัน ขนมปังที่ตั้งใจจะกินตั้งแต่แรกก็ไม่ได้กิน ในข้าวในน้ำที่อยู่ตรงหน้านี้ไม่รู้ว่าจะมียาพิษรึเปล่า แต่ถ้ามีก็คงไม่ต้องมายืนถือปืนอย่างนี้มั้ง
“-_-”
“ขอไปเข้าห้องน้ำหน่อยได้ไหมครับ”
ถูกจับมัดทั้งวันอย่างนี้ ไม่ได้ขยับตัวไปไหนเลยมันก็เมื่อยนะ แล้วก็ไม่รู้ว่าจะถูกจับมัดไว้อย่างนี้ไปอีกนานเท่าไหร่ มีโอกาสได้ขยับตัวก็รีบไปทำธุระนู่นนี่ให้เรียบร้อยดีกว่า ขืนปล่อยให้ฉี่ราดคงน่าอายน่าดู ไม่อยากตายพร้อมกับเรื่องน่าอับอายหรอกนะ
“-_-”
“เราไม่ได้จะหนีหรอก เราอยากเข้าห้องน้ำ จะไปเฝ้าหน้าห้องก็ได้”
“เดินไปดีๆ อย่าตุกติก ไม่งั้นไส้แตก”
“ครับ”
พอได้แก้เชือกที่ขาแล้วลุกขึ้นยืนนี่มันรู้สึกโล่งจริงๆ เลย คำว่าตายแล้วเกิดใหม่มันเป็นอย่างนี้เองซินะ แต่เป็นไปได้ก็ไม่ได้อยากตายนะ ยังอยากมีชีวิตอยู่ เรายังอยากกลับไปหาแม่ครูกลับไปบ้านครูสายสวรรค์
“เดินไป ห้องน้ำอยู่ซ้ายมือ”
“ครับ”
ตอนแรกไฟในห้องมันสลัวๆ แต่ตอนนี้สว่างขึ้นแล้วถึงได้เห็นว่ามันมีประตูอยู่ตรงนี้ด้วย
หลังจากเข้ามาในห้องน้ำสิ่งแรกที่เจอคือกระจกบานใหญ่ตรงหน้ากับสภาพแก้มบวมตุ่ยที่เป็นรอยช้ำเขียวๆ ม่วงๆ ชัดเจน ถึงจะไม่เจ็บมากแล้วแต่ตอนที่ขยับปากก็ยังเจ็บมากอยู่ดี
“เห้อออ~ พระจันทร์คิดถึงแม่ครูนะครับ พระจันทร์จะต้องมีชีวิตรอดกลับไปหาแม่ครูให้ได้ พระจันทร์สัญญา”
เอาวะ! มาลองสู้อีกสักตั้ง! แม่ครูรออยู่ท่องไว้พระจันทร์! จะมายอมตายง่ายๆ อย่างนี้ไม่ได้ เจอเรื่องราวเลวร้ายมาทั้งชีวิตแล้ว อีกแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวจะเป็นไรไป ยังไงก็ต้องผ่านไปได้เหมือนทุกครั้งนั่นแหละ
ปังๆๆ!
“เสร็จรึยัง!”
“ยังครับ”
“เร็วๆ อย่ามัวแต่คิดหาทางหนีเลย”
“ครับๆๆ เสร็จแล้วครับ”
“ไปกินข้าว เดี๋ยวนายท่านจะมาแล้ว”
“นายท่านๆๆๆ”
“พูดอะไร”
“ไม่ได้พูดอะไรเลย”
“รีบกิน”
ข้าวกับเนื้อผัดเครื่องเทศอะไรสักอย่างมีกลิ่นหอมแล้วก็อร่อยดี ถึงจะรู้สึกว่าไม่ค่อยอยากอาหารแต่ก็กินจนหมดจานเลย เราถือคติกินข้าวต้องหมดจานไม่กินทิ้งขว้าง
“เราขอน้ำเปล่าอีกแก้วได้ไหม”
“-_-”
“วันนี้ทั้งวันเราแทบจะไม่ได้กินน้ำเลยนะ เราขอน้ำเปล่าแค่อีกแก้วเดียวนะ”
“อยู่เฉยๆ ล่ะ ถ้าขยับตัวไปไหน ยิงไส้แตก”
“ครับๆ ”
“เอ้า! น้ำ” ถึงหน้าจะโหดแต่ก็อยู่โหมดใจดีนิดหน่อยนะเนี่ย
ยังไม่ทันจะได้กินน้ำแก้วที่สองเลย จู่ๆ นายท่านคนนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว รู้สึกว่าอายุขัยตัวเองหดสั้นลงอีกแล้วแหะ T^T
“กินข้าวอิ่มแล้วใช่ไหม”
“ครับนายท่าน”
“...” ขอกินน้ำอีกแก้วก่อนไม่ได้เหรอ พี่โหดเอาน้ำมาก่อนซิ จะเอามันไปไหนล่ะ เรายังไม่ทันได้กินเลย พี่เอาน้ำมาก่อนนนน~
“ข้าวก็กินแล้ว จะยอมสารภาพรึยัง”
“เราไม่มีอะไรจะสารภาพทั้งนั้นแหละ เราเป็นแค่นักศึกษาที่ได้รับทุนมาเรียนต่อที่นี่ คุณให้คนไปหาประวัติเราไม่ใช่เหรอ คุณก็น่าจะรู้แล้วนี่นาว่าเราไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขโมยเอกสารอะไรนั่นเลย” นี่มันรีดเลือดกับปูชัดๆ
“หึ!”
“คุณติดต่อสถานทูตเลยจะได้รู้เรื่องราว ไม่ใช่มาใช้กำลังข่มขู่กันอย่างนี้ ถ้าเราผิดจริงก็ให้กฎหมายลงโทษ”
“ปากดีนักนะ”
“เราแค่อธิบายในสิ่งที่เราไม่ได้ทำ”
“เมื่อตอนกลางวันยังร้องห่มร้องไห้ มาตอนนี้เถียงคำไม่ตกฟาก ถือว่าใจกล้าดี”
“T^T”
ใจกล้าอะไรล่ะ กลัวจะตายอยู่แล้ว