บทที่ 8 ได้แต้มเพิ่ม
ระบบส่งเสียงดัง
[ตรวจสอบแล้ว คุณยืนยันหลักฐานการไม่ได้รับเงินเดือนย้อนหลังครบ 2 ปี]
‘สองปี’ ในหัวของอวี้ซินคำนวณยกใหญ่
[เธอได้แต้มอีก 16780 แต้มที่หายไป ระบบหักคือค่าธรรมเนียม]
‘ระบบ… จะจ่ายแต้มย้อนหลังให้ฉันทั้งหมดไหม?’ เธอถามในใจขณะก้าวเท้า
[ใช่ จ่ายย้อนหลังให้เธอทั้งหมดแล้ว แต่ผู้ใช้ต้องแสดงบทบาทช่วยเหลือชุมชนอย่างต่อเนื่อง ไม่เช่นนั้น ระบบอาจจะยึดคืน หากมีการรายงานความบกพร่องของผู้ใช้]
‘แน่นอน ฉันจะตั้งใจจริง’
[งานที่ผู้ใช้ทำ จะได้แต้มเพิ่มตามผลงาน งานเก็บผลผลิต ส่งสหกรณ์ หรืองานที่เหมาะกับแรงงานหญิง จะถูกนับเป็นเงื่อนไข] อวี้ซินยิ้มสดใสกว่าเดิมอีก
‘ฉันก็กลายเป็นเศรษฐินีแล้วสิ’ เธอเงยหน้ามองท้องฟ้า วันนี้ท้องฟ้าสดใสมาก ๆ สงสัยสวรรค์จะเปิดทางให้อวี้ซินแล้ว วันนี้ได้ทั้งจดหมายของสามี แล้วยังได้เงิน 12 หยวนอีก แถมได้แต้มเพิ่ม
‘สุดยอด’ เธอเหมือนอยากจะชูกำมือแล้วชูขึ้นฟ้า แล้วตะโกนว่า... เยส ดีใจที่วันนี้ฟ้าเปิดให้กับตัวเอง วันนี้เธอไม่ยอมให้สิทธิ์ของลูก ๆ และสิทธิ์ของเธอ ถูกใครพรากไปอีก
“สหายอวี้ซิน” เสียงของผู้ใหญ่บ้านฉิงฟูกู้เรียกเธอเอาไว้ อวี้ซินจึงเดินเข้าไปหา ผู้ใหญ่บ้านเหมือนจะให้ทุกคนกลับไปแล้ว จะได้คุยกับเธอตามลำพัง
“สหายอวี้ซิน... เธอคงรู้แล้วสิ ว่าเงินเดือนของสามีเธอ… ที่ผ่านมาไม่เห็นมีเอกสารถึงที่นี่เลย”
น้ำเสียงนั้นเจือแววตำหนิ แต่สายตากลักลอบประเมินจำนวนเงินที่เขาได้โกงเอาไปจากเธอตลอดที่ผ่านมา เป็นเงินถึง 276 หยวน อวี้ซินยิ้มบาง ๆ ก้มศีรษะเล็กน้อย
“เรื่องนั้น ฉันจะให้สามีของฉัน อวี้เหวินเจ๋อมาจัดการเองค่ะ ขอเพียงตั้งแต่เดือนนี้ไป ฉันจะรับเงินโดยตรง จะได้ไม่ลำบากใคร”
ผู้ใหญ่บ้านชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าที่เคยกดดันแปรเปลี่ยนเป็นขุ่น ๆ
“เธอแน่ใจหรือ จะทำทุกอย่างคนเดียว เกรงว่า...”
“อะไรเป็นอะไร มันก็อยู่ที่ปากของฉันแล้วล่ะผู้ใหญ่บ้าน” เขากลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก ก็โดนจับได้เสียแล้ว
“ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ” อวี้ซินตอบเสียงนิ่ม แต่แฝงความเด็ดเดี่ยว
“ส่วนงานที่จะให้ฉันทำ… ฉันเย็บผ้าเป็น หากมีงานซ่อมหรือเย็บตามรอย ฉันทำได้ที่บ้าน จะได้ดูแลลูก ๆ ไปด้วย แล้วฉันจะสงบปากไม่บอกเรื่องสองปีที่ผ่านมากับสามี”
สายตาของอวี้ซินแน่วแน่มาก ๆ หากจะมีเรื่องกับผู้ใหญ่บ้านในตอนนี้ ไม่เป็นผลดีกับเธอเป็นแน่ เพราะไม่มีสามีอยู่คุ้มกะลาหัว ผู้ใหญ่บ้านหรี่ตามอง คราวนี้สายตาที่เคยเหมือนจะขู่กลาย ๆ กลับถอนหายใจ ทำทีเหมือนยอมให้อวี้ซินแต่โดยดี
“เย็บผ้า… ดี ๆ เธอเอาโควตาเย็บผ้าโหลไปทำก็แล้วกัน แน่ใจนะว่าเธอนะพอมีฝีมืออยู่น่ะ”
“แน่นอนค่ะผู้ใหญ่บ้าน”
“ได้ แต่เธอต้องจำเอาไว้ ต้องส่งงานตรงเวลา”
“ฉันรับปาก ฉันทำได้จริง ๆ แล้วจะทำให้ดีที่สุด เอ่อ... แล้วเริ่มงานได้วันไหนคะ”
“อีกเจ็ดวัน ผ้าจะมาถึง ถ้าผ้ามาถึงแล้ว จะให้คนไปตาม เธอค่อยมาเอา ดีเหมือนกันกำลังหาคน แต่ไม่มีใครทำได้ดีสักคน จนที่หมู่บ้านเราโดนเพ่งเล็งแล้ว”
“ขอบคุณค่ะ ฉันจะทำให้เต็มที่” อวี้ซินยังคงยิ้มเรียบ เธอยังไม่ลืมสายตาแรกที่เขามองมา สายตาที่บอกว่าถ้าไม่ระวังอาจถูกกดขี่ได้ทุกเมื่อ
เมื่อเธอกลับออกมา ชาวบ้านบางคนที่เดินผ่านกัน ก็มองตามอย่างสนใจ ต่างเห็นในความไม่ชอบมาพากล จนเดินเข้ามาถามอวี้ซิน
“สหายอวี้ซิน ถามหน่อยสิ เรื่องเงินเดือนของสามีสหายที่ไปเป็นทหาร”
“ไม่มีอะไรแล้วค่ะ”
“แน่ใจหรือ” ทุกคนดูเป็นห่วง อีกอย่างถ้าหากผู้ใหญ่บ้านเอาเงินของอวี้ซินไปจริง ๆ ก็เท่ากับไม่น่าเคารพและนับถือศรัทธาอีกต่อไป
“ค่ะ” อวี้ซินจะไม่ให้เรื่องนี้แพร่งพราย เพราะไม่เป็นผลดีกับตัวเธอ เธอยังอยู่กับลูกตัวเล็ก ๆ สองคนเท่านั้น
อวี้ซินรีบเดินจากไปอย่างเงียบ ๆ ตอนนี้ดีใจอย่างที่สุด เพราะนอกจากได้เงินมาใช้ 12 หยวน ต่อไปก็จะได้ทุกเดือน แล้วยังได้งานเป็นการเย็บผ้า จะได้อยู่บ้านกับลูก ทั้งยังว่างงานไปอีกเจ็ดวัน กว่าผ้าจะเดินทางมาถึงที่นี่
อวี้ซินรีบเดินกลับบ้าน เพราะเป็นห่วงลูก อาจจะเป็นเพราะอวี้ซินร่างเดิมยังคงพันผูกกับลูกน้อย ทำให้เธอพลอยใจคอไม่ดี เวลาที่ห่างจากเด็ก ๆ ใบหน้าที่ดีใจ มีแต่ความยินดี จนแทบเก็บไม่อยู่ เงินสิบสองหยวนในมือเหมือนลมเย็นชโลมใจ ต่อไปทุกเดือนเธอก็จะได้รับมันตรง ๆ แล้ว ไม่ต้องพึ่งพาใคร เด็ก ๆ ไม่ลำบาก และไม่ต้องคอยก้มหน้าขอร้องใคร ๆ อีก
ยิ่งกว่านั้น เธอยังได้รับงานเย็บผ้าทำที่บ้าน อยู่กับลูกฝาแฝด ไม่ต้องวิ่งวุ่นกลางแดดกลางฝนเหมือนทำงานรับจ้างอื่น ๆ กว่าผ้าของสหกรณ์จะเดินทางมาถึง ต้องใช้เวลาราวเจ็ดวันเต็ม ซึ่งหมายความว่าช่วงนี้เธอมีเวลาว่างทั้งดูแลลูก ทั้งจัดการบ้านให้ดีขึ้น อวี้ซินเปิดระบบ แต้มในบัญชีตอนนี้รวมทั้งหมด 24,310 แต้มแล้ว ตัวเลขที่สูงพอให้เธอเริ่มคิดได้ว่า อาจถึงเวลาต้องลงทุนกับบ้านที่ทรุดโทรมหลังนี้เสียที
“เจี้ยนหมิงกับอี้หลันแม่กลับมาแล้วจ้ะ” เด็กสองคนที่นั่งเล่นอยู่บนเสื่อเก่า ๆ รีบวิ่งมาเปิดประตูให้กับอวี้ซิน เธอนั่งลงกอดเด็ก ๆ แล้วหอมแก้ม
“มีใครซนบ้าง”
“ไม่มีครับ”
“หนูเป็นเด็กดีค่ะ”
“ยอดเยี่ยม เวรี่กู๊ด”
“อะไรหรือครับเวรี่กู๊ด”
“เวรี่กู๊ดหมายความว่าดีมาก”
“ดีมาก เวรี่กู๊ด” เด็กฝาแฝดพูดตามแม่ อวี้ซินมองไปรอบบ้าน และเริ่มสำรวจ
‘ฝาไม้แผ่นบางมีรอยรั่วจนลมลอดเข้ามาได้ง่าย พื้นดินเปียกชื้นเวลาฝนตก ได้เวลาปรับปรุงสักหน่อยแล้ว’ เธอพึมพำกับตัวเอง กดเรียกระบบขึ้นมา
[ซ่อมหลังคาไม่ให้รั่ว 2,000 แต้ม]
[ปูพื้นดินด้วยไม้เรียบง่าย 3,500 แต้ม]
[เสริมฝาไม้และขัดเงา 1,800 แต้ม]
[เพิ่มเตียงไม้เล็กสำหรับเด็กสองคน 2,200 แต้ม]
[ครัวเล็กพร้อมเตาใหม่ 1,500 แต้ม]
“อู้...” เป่าลมออกมาจากปากพู่ ๆ ทุกอย่างต้องใช้เงินทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นสมัยไหน แต่เธอมีแต้ม อวี้ซินยิ้มให้กับระบบ
[รวมทั้งหมดเพียง 11,000 แต้ม]
‘ยังเหลืออีกครึ่งให้เก็บสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉิน’
[เดี๋ยวก่อน ระบบจะทำให้เลยไหม]
[แน่นอน เธอจะได้ไปทำอย่างอื่น นี่คือปัจจัยพื้นฐาน]
[ขอบคุณมาก]
เธอกดยืนยันการแลกเปลี่ยน เงาสีฟ้าเรื่อ ๆ จากระบบแวบผ่านตามผนังบ้านและหายไปในพริบตา ไม่กี่อึดใจบ้านไม้ที่ทรุดโทรมก็เปลี่ยนเป็นอบอุ่นมั่นคงขึ้นโดยแทบไม่มีใครสังเกตว่าใช้ของใหม่ทั้งหมด คือสภาพเหมือนเดิม ดูเป็นของเก่าที่ดูแลอย่างดี ไม่ฉูดฉาดจนผิดสังเกต นี่คือสิ่งที่เธอชอบที่สุด
‘ระบบสุดยอด ทำได้ไง’
[แต้มเหลือปัจจุบัน 13310 แต้ม]
เจี้ยนหมิงกับอี้หลันวิ่งมาหาแม่
“ลูกจ๊ะ ต่อไปบ้านเราไม่รั่วแล้วนะ” อวี้ซินยิ้มกว้าง และพาอี้หลันกับเจี้ยนหมิงเข้าไปในบ้าน
“โอ้โห! แม่คะ หนูได้นอนเตียงใหม่! แม่เก่งที่สุดเลย!”
“สวยมาก และดูแข็งแรง แม่ครับ เราจะนอนกันแบบอุ่น”
“ใช่ จะได้ไม่เป็นไข้ไง” อวี้ซินหัวเราะ เธอลูบศีรษะทั้งสอง
“จุ๊ ๆ อย่าบอกใครนะลูก ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงในบ้านเรา… แค่บอกว่าพ่อซ่อมบ้านให้ก่อนไปรบก็พอ” เด็กแฝดยิ้มตาหยี รับปากพร้อมกันราวกับเป็นรหัสลับของครอบครัวเล็ก ๆ นี้