บทที่ 7 ต้องได้รับการแก้ไข
อวี้ซินรีบกินข้าวต้มของตัวเอง ไปทำงานก็ต้องมีแรง เธอยังเอาอาหารเสริมที่สั่งมาป้อนเด็ก ๆ จากการตรวจอาการ เด็กสองคนพอได้อาบน้ำ และรักษาความสะอาด ก็ดูดีขึ้นเยอะ หญิงสาวคิดว่า... ทั้งสองคนขาดสารอาหารมากกว่า หญิงสาวสวมเสื้อผ้าสะอาดที่เพิ่งซักเมื่อคืน แล้วก็เดินออกไปจากบ้าน มีเจี้ยนหมิงตามมาปิดและคล้องประตูรั้วตามที่แม่สอน
อวี้ซินเดินผ่านถนนที่เป็นดินตรงไปยังหมู่บ้าน เพื่อไปรับงานที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน
แสงแดดเช้าส่องให้เห็นฝุ่นละอองลอยระยิบระยับ เธอหิ้วตะกร้าใบเล็กติดมือไปด้วย เผื่อระหว่างทางจะได้ผักหรือผลไม้ติดมือมาบ้าง ไปบ้านของผู้ใหญ่ก็ดี อวี้ซินตั้งใจว่า จะถามเรื่องเงินเดือนของสามีให้ชัดเจนเสียที หลังจากที่ผ่านมาสองปีที่ไม่มีสักหยวนเดียวถึงมือของตัวเอง นึกไปก็สงสารสามีที่ไปรับใช้ชาติ แล้วสงสารอวี้ซินคนเดิมที่ต้องตายไปเพราะถูกคนพวกนี้เอาเปรียบ
ณ บ้านผู้ใหญ่บ้าน เธอมองดู บ้านหลังนี้น่าจะเป็นบ้านที่ดูดีที่สุดในหมู่บ้านแห่งนี้แล้ว สร้างด้วยอิฐดินโคลน หลังคามุงฟางอย่างหนา ข้างหน้าเริ่มมีชาวบ้านยืนพูดคุยกันประปราย ประมาณสักสิบคน น่าจะมารายงานตัวเหมือนเธอ เพราะหากใครทำภารกิจสำเร็จ ก็ต้องมารับงานใหม่ เมื่ออวี้ซินเดินเข้าไปหากลุ่มคนเหล่านั้น เสียงกระดิ่งจากจักรยาน และเสียงตะโกนเรียก
“จดหมายจ้ะ จดหมาย” บุรุษไปรษณีย์นั่นเอง อวี้ซินถึงกับทำตาโต รู้สึกดีใจที่เธอมาถูกจังหวะ หัวใจของเธอเต้นแรงจนเหมือนจะทะลุออกมานอกอก ชายหนุ่มที้เป็นบุรุษไปรษณีย์ สะพายกระเป๋าผ้าใบไว้ด้านข้างใหญ่ ด้านหลังบนตะแกรงหลัง ยังมีกระเป๋าคล้ายกระเป๋ากระสอบ ข้างในคงจะมีของชิ้นใหญ่ ท่าทางที่คล่องแคล่วกับการปั่นจักรยานทางไกล
ทันทีที่มาถึงเขาก็จอด ยังไม่ทันลง ผู้ใหญ่ก็วิ่งออกมาจากข้างในบ้าน
“มีของใครบ้าง”
“หลายคน”
“มีของอวี้ซินไหม” เธอโพล่งปากถามออกไปในทันที
“มี” เขาจำได้ขึ้นใจ เพราะทุก ๆ ต้นเดือน จะมีจดหมายมาถึงอวี้ซิน
“ดูเหมือนจะมาจากนายทหารอวี้เหวินเจ๋อนะ” อวี้ซินจึงได้เดินทะลุแถวของทุกคนออกมายืนข้าง ๆ ผู้ใหญ่บ้าน
ผู้ใหญ่บ้าน ฉิงฟูกู้ถึงกับทำหน้าไม่ถูก หันมามองใบหน้าของอวี้ซิน แววตาขุ่นนิด ๆ แต่ข้างในใจนั้นขุ่นเคืองมาก ๆ บุรุษไปรษณีย์รีบยื่นจดหมายให้กับเธอ อวี้ซินยิ้มเริงร่า เธอจับซองยาวที่รับมาเอาไว้แน่น หญิงสาวแทบกลั้นลมหายใจ เธอรับซองจดหมายอย่างมือสั่น ๆ บนซองมีตราประทับว่าถูกส่งมาจากค่ายทหารที่ชายแดนยูนนาน
“เปิดดูสิว่าสามีของสหายส่งอะไรมา เขียนอะไรบ้าง” เสียงใครคนหนึ่งตะโกนดัง คงอยากจะรู้อยากจะเห็น อวี้ซินฉีกซองจดหมาย แล้วดึงกระดาษข้างในออกมาในทันที
เมื่อคลี่ออก ก็เห็นลายมือคุ้นตาของสามี... อวี้เหวินเจ๋อ และทุกคนก็ได้เห็นว่ามีเงินอยู่ในกระดาษแผ่นนั้น 12 หยวน
“โอ้! สามีของสหายน่ารักเสียจริง เขาส่งกลับบ้านทุกเดือนเลยหรือ เธอกับลูกใยไม่อยู่แบบสบาย ๆ” อวี้ซินถือโอกาสนี้หันไปมองหน้าของผู้ใหญ่บ้าน เขาทำท่าเหมือนกับโดนจับได้
“ใช่! สามีของเธอส่งจดหมายมาทุกเดือน” บุรุษไปรษณีย์เป็นคนเอ่ย ชาวบ้านรอบๆ มองด้วยสายตาอิจฉา และส่งเสียฮือฮา มีเพียงอวี้ซินที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร
“สหายอวี้ซิน ถ้าเธอได้เงินจากสามีเยอะแบบนี้ ทำไมเธอถึงยังคง...”
“ใช่ ๆ เธออยู่ลำบากนัก”
“อ๊า! ฉันไม่เคยได้...”
“สหายอวี้ซิน...” เสียงของผู้ใหญ่ เธอเห็นสายตาแบบนั้นแล้ว ก็เงียบไป แต่หันไปคุยกับบุรุษไปรษณีย์แทน
“ทุกเดือนจะมาวันที่เท่าไรหรือจ๊ะ”
“ต้นเดือนเลย ประมาณวันที่ 5 นะ สหายมารอรับได้”
เขาหันไปทางผู้ใหญ่บ้าน ราวกับอ่านใจของผู้ใหญ่บ้านออก
“ผมจะได้ไม่ต้องฝากผู้ใหญ่ให้” อวี้ซินได้ยินแบบนั้นก็หันไปมองสบตากับผู้ใหญ่บ้าน เขาดูอึกอัก และคงจะกลัวว่าอวี้ซินจะเปิดโปง อวี้ซินหันไปหาผู้ใหญ่บ้าน และยิ้มให้กับผู้ใหญ่ด้วยสีหน้าแปลก ๆ ที่ดูจะรู้กันอยู่สองคน ผู้ใหญ่บ้านฝืนยิ้ม
“ดูสิ… สหายอวี้เหวินเจ๋อเขียนอะไรถึงเธออีก” ผู้ใหญ่บ้านเฉไปทางอื่น แต่ดวงตาคมของเขาหลบสายตาชาวบ้านรอบข้าง อวี้ซินค้อมศีรษะอย่างสุภาพ ก่อนหยิบธนบัตรออกมานับต่อหน้าทุกคน
“12 หยวน” เธอพูดดัง
“ผู้ใหญ่จ๊ะ นี่จ้ะ ฉันจะแบ่งให้ท่าน 4 หยวน ถือเป็นไมตรี เผื่อคราวหน้าเอกสารจะไม่ตกหล่นอีก” เสียงเธอนุ่มนวล แต่ทุกคำเหมือนกรีดลึก ชาวบ้านที่มุงอยู่เงียบกริบ ทุกคนหันไปมองผู้ใหญ่บ้านอย่างอยากรู้คำตอบว่าผู้ใหญ่บ้านจะตอบเช่นไร พากันเพ่งมองอยู่
อวี้ซินใช้จังหวะคนเยอะ ๆ นี่แหละจะกระชากหน้ากากของผู้ใหญ่บ้านอย่างนิ่ม ๆ เธอพูดเสียงดังให้ได้ยินทั่วกัน ผู้ใหญ่บ้านชักสีหน้าทันที ยิ้มแหย ๆ แล้วโบกมือปฏิเสธ
“โอ๊ย ไม่ได้ ๆ คนในหมู่บ้านเดียวกัน จะมาเอาเงินกันได้อย่างไร เก็บไว้เลี้ยงลูกเถอะ อีกอย่างเป็นน้ำพักน้ำแรง และการเสียสละของนายทหารอวี้เหวินเจ๋อ”
“แต่ฉันตั้งใจแบ่งค่ะ สี่หยวนนี้ก็เหมือนแบ่งตามส่วน ของฉันหนึ่งส่วน ของลูกสองคน คนละหนึ่งส่วน แล้วที่เหลือเป็นน้ำใจให้ท่าน” ผู้ใหญ่บ้านเขาถอยหลังไปก้าวหนึ่ง พลางหันไปมองชาวบ้านที่จ้องอยู่ทุกทิศ
“เก็บไปเถอะสหายอวี้ซิน เก็บไปทั้งหมดนี่แหละ ฉันไม่รับ ไม่งั้นเดี๋ยวใครจะครหาว่า ฉันกินเงินของแม่ลูกอ่อน” เสียงฮือฮาของชาวบ้านดังขึ้นรอบลานบ้าน อวี้ซินยิ้มมุมปาก เก็บเงินคืนใส่ซองโดยไม่เซ้าซี้ต่อ แต่ในใจจดจำเหตุการณ์นี้ไว้แม่น จดหมายและเงินเดือนสามีมาถึงในวันและเวลานี้ทุกเดือน ต่อไปเธอจะเฝ้ารอไม่ให้ใครสวมรอยอีก
บุรุษไปรษณีย์ที่ยังไม่ไป เขาหันมาถามอวี้ซิน “บ้านสหายอยู่ที่ไหน”
อวี้ซินเสนอหน้าทันที เดินเข้ามาใกล้ แล้วชี้พิกัด
“อ้อ... เดือนหน้าจะเอาไปส่งให้ถึงที่หน้าบ้านเลย เฉพาะของสหาย” เขายังหันไปมองหน้าผู้ใหญ่บ้านอีกด้วย เหมือนจะคะเนอะไรบางอย่างได้
“ขอบคุณมากสหาย ขอบคุณ” อวี้ซินโค้งหัวคำนับเขาจากใจจริง ๆ เดือนต่อ ๆ ไป คงจะไม่มีเงินได้หลุดรอดไปถึงมือคนชั่ว
“อ้าว! เข้าแถว ๆ สิ จะได้รับงานใหม่” ผู้ใหญ่บ้านคงไม่สบอารมณ์เต็มที เงินที่เคยได้ทุกเดือน 12 หยวน ตอนนี้หายวับไปกับตา อวี้ซินจงใจเข้าแถวรั้งท้ายทุกคน เพื่อที่จะอยู่รอคุยกับผู้ใหญ่บ้าน