บทที่ 6 จดหมายคือหลักฐาน
วันนี้เธอเห็นข้อความในจดหมาย เป็นหลักฐานชั้นดี เขาแอบซุกมาใต้หีบเสื้อผ้าเก่า หรือว่า... ที่จริงแล้ว อวี้ซินก็ได้เห็นจดหมายฉบับนี้แล้ว แต่เกิดความกลัว จึงไม่กล้าที่จะเรียกร้องอะไร เนื่องจากคนอีกฝ่ายเป็นคนมีบารมีและอำนาจ ถ้าไปผิดใจกับพวกเขา หญิงสาวกับลูก ๆ ก็คงจะอยู่ลำบาก
รายละเอียดเงินเดือน และข้อความแนบว่า…
(ฉันจะส่งผ่านมาให้ผู้ใหญ่บ้านทุกเดือน บอกเขาว่าฝากส่งให้ถึงเธอ อวี้ซิน เธอกับลูก... อย่าลำบากนะ)
น้ำตาของเธอถึงกับซึมเอ่อออกมา เลือดในกายอวี้ซินพลุ่งพล่าน ความโกรธผสมความอัดอั้นเกินบรรยาย
ลูกฝาแฝดวิ่งมาหา “แม่ ๆ หนูหิว... หนูหิวอีกแล้ว”
“อยากกินข้าวอีก”
“ได้สิลูก นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หนูสองคนจะไม่อด” เสียงที่เอ่ยสั่นเครือ มองดวงหน้าน้อย ๆ ของฝาแฝด ที่ยิ้มหวาน ๆ พร้อมกับส่งเสียงใส ๆ เจื้อยแจ้ว แม่จ๊ะ แม่จ๋า ทำให้หัวใจของเธอบีบแน่น อวี้ซินย่อตัวลง เธอกอดเด็ก ๆ ไว้แน่น
พลางคิดในใจ... ‘แม่จะต่อสู้ และจะไม่ยอมแพ้อีกแล้ว... เพื่อหนูสองคน แล้วนั่น... เงินพวกนั้นคือน้ำพักน้ำแรง ที่พ่อของหนูไปทำงาน เป็นแนวหน้า ทำเพื่อบ้านเมือง คนพวกนี้จะเอาเปลี่ยนกันเกินไปแล้ว’
“แม่จะทำอะไรอร่อย ๆ ให้กิน” แต่ก่อนจะทำ วันนี้เธอไปปิดประตูรั้ว ยังดีบ้านมีรั้วรอบขอบชิด เธอจะทำกลอนประตูใหม่ จะให้แข็งแรงกว่าเดิม
คืนนั้น เมื่อเด็ก ๆ หลับสนิท อวี้ซินเปิดระบบที่ติดตัวมา เธอพิมพ์ข้อความลงไปในช่องบันทึก
(“ฉันไม่ได้รับเงินเดือนจากสามีเลย ทั้งที่เขาส่งกลับมาให้ฉันกับลูก 12 หยวนทุกเดือน นี่คือหลักฐานจดหมาย”)
ภาพจดหมายปรากฏในหน้าต่างระบบ ราวกับมีใครสักคนในอีกโลกกำลังตรวจสอบอยู่
ไม่นาน... เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น
[ตรวจสอบข้อมูลแล้ว ยืนยันว่าเจ้าของบัญชีถูกกีดกันสิทธิ์เบี้ยยังชีพ]
[โครงการช่วยเหลือครอบครัวทหาร เริ่มต้น 1000 แต้มต่อเดือน]
ได้ยินข้อความนั้น เธอถึงกับยิ้ม แสงสว่างเล็ก ๆ ส่องผ่านในความมืดของชีวิตในเวลาที่ตกอับที่สุด ตอนนี้ระบบกำลังคำนวณแต้มให้กับเธอ อวี้ซินแทบเธอกระโดดขึ้นทันที กำมือแน่น น้ำตารื้นขึ้นที่ขอบตา ในที่สุดก็มีทางรอด...
[เพิ่ม 1000 แต้ม]
“วันนี้ฉันใช้แต้มไป จากที่มีอยู่เหลือเท่าไร” แล้วหันไปมองหน้าจอระบบที่ปรากฏตัวเลขใหม่
[แต้มปัจจุบัน 1830]
[เบี้ยยังชีพครอบครัวทหาร เพิ่ม 1000 แต้มต่อเดือน]
เสียงแจ้งเตือนสุดท้ายดังขึ้น
[โปรดใช้แต้มอย่างชาญฉลาด เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคง]
“อ๊า! ทำไมได้แค่ 1000 แต้มละ ก็สามีฉันไปเป็นทหารตั้งสองปีแล้ว ก็ต้องได้ 24 เดือนไหมคะ ค่าชดเชย” หัวสมองของนักบัญชีทำงานแล้ว อวี้ซิสูดลมหายใจลึก ๆ
“แบบนี้มันก็ไม่แฟร์นี่น่า”
[เราขอแจ้งให้ทราบ นี่เป็นมาตรการพิเศษเท่านั้น คือมาตรฐานสงเคราะห์ด้วยความสงสาร]
“แต่ว่ามันน้อยเกิดไป ไม่พอยาไส้ เด็กสองคนกำลังกินนอน และแม่ที่ผอมแห้งแรงน้อย ตรากตรำเพราะทำงานหนัก”
อวี้ซินเสียงสั่น บางครั้งก็ต้องแสดงละครดูบ้าง เผื่อจะได้เงินเพิ่ม
“ส่งฉันมา ต้องรับผิดชอบฉันด้วยสิ ที่นี่คือโลกที่โหดร้ายนะ... ฉันต้องต่อสู้อย่างลำพัง เพื่อสามปากท้อง” บางบีบน้ำตา อวี้ซินก้มหน้า ไหล่บางไหวโกย ตัวสั่นสะท้าน
“ระบบ… ควรจะมีการพิจารณาใหม่นะ แต้มเบี้ยยังชีพย้อนหลังสองปี จะจ่ายให้ฉันทั้งหมดไหม?”
หน้าจอสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง เสียงแจ้งเตือนเบา ๆ ดังในหัว
[ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง…]
เหมือนระบบจะคำนวณใหม่
[พบข้อมูลไม่ครบถ้วน การโอนเงินบางเดือนไม่สามารถยืนยันได้]
“ทำไมซวยจัง” ยกหน้าขึ้น แล้วเช็ดน้ำตา ทำท่าทางอ่อนล้า อย่างกับเหนื่อยเหลือเกิน
[จ่ายย้อนหลังเฉพาะเดือนที่ยืนยันได้เท่านั้น ทั้งหมดเจ็ดเดือน 6700 แต้ม]
“เอ๊ะ! ทำไมได้ไม่เต็ม อะ! หายไป 300”
[ค่าธรรมเนียม]
“โอ้! โหด หักตั้ง 300”
[เป็นไปตามเงื่อนไข ส่วนเดือนที่เหลือจะสามารถสะสมได้ในอนาคตตามผลงาน และการแลกทรัพยากร]
อวี้ซินกลืนน้ำลายดังเอื้อก เห็นระบบใส่แต้มใหม่ให้เธอแล้ว จากเดิม 1830 ตอนนี้เพิ่มอีก 5700 เป็น 7530 แต้ม
เธอเพ่งมองแล้วเพ่งมองอีก รอยยิ้มเปิดเผยขึ้น หัวใจเต้นแรงด้วยความโล่งอก อย่างน้อยตอนนี้ได้เพิ่มมา 6700 แต้ม ก็เพียงพอสำหรับซัพพลายพื้นฐาน และอุปกรณ์ทำมาหากินหลายเดือน
‘ถ้าฉันขยันทำงาน แต้มจะเพิ่มขึ้น’ เธอพึมพำในใจ อวี้ซินเดินกลับเข้าห้องนอน เห็นลูก ๆ ที่หลับสนิทอยู่
‘เพื่อสุขภาพพลานามัยที่ดี แม่ต้องทำห้องนอนที่สะอาดให้กับเด็ก ๆ’ เธอต้องวางแผนทันที การแลกแต้มต้องใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด และการทำมาหากินต้องเริ่มให้เร็ววัน
ทันใดนั้น หน้าจอระบบกะพริบอีกครั้ง
[คำเตือน หากพบว่า คุณแลกแต้มเกินกว่าความจำเป็น จะถูกควบคุม เนื่องจากว่า การมีอะไรที่เกิดพอดี อาจจะทำให้ความลับของระบบถูกเปิดเผย เท่ากับเกมโอเวอร์]
อวี้ซินนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะทำหน้าเด็ดเดี่ยว
“ได้… แม่อย่างฉันที่ฉลาดกว่าใคร ๆ และเก่งที่สุด ก็จะทำให้ดีที่สุด เพื่ออนาคต” อวี้ซินนั่งลง ใช้มือลูบหัวลูก ๆ ที่หลับปุ๋ยบนฟูกที่มีกลิ่นเก่า ‘ความสะอาดต้องมาแล้ว พรุ่งนี้นะ’
ระบบเตือนอีกครั้ง พร้อมกับข้อความใหม่
[อย่าลืมเจ้าต้องระบบประชาคม การผลิตรวมกลุ่ม ยังเข้มงวดอยู่ ประชาชนทุกคนต้องทำงานร่วมกัน เพื่อให้ได้แต้มแรงงาน แลกเป็นอาหาร หรือของใช้ประจำวัน]
“อ้อ... ฉันป่วย เพิ่งหาย เขาจึงให้ฉันหยุดงาน”
“ดีเหมือนกัน ฉันต้องเข้าสังคม และทำงานร่วมกับชาวบ้าน เพื่อไม่ให้โดนเพ่งเล็ง แต่ยังใช้ระบบแต้มจากอนาคตมาช่วยเสริมส่งแผนการหาเลี้ยงลูกได้”
รุ่งเช้าวันถัดมา ฟ้าเพิ่งสาง กลิ่นข้าวสุกหอมกรุ่นลอยคลุ้งในครัว อวี้ซินตักข้าวต้มข้น ๆ ลงถ้วยเล็กให้ลูกฝาแฝดคนละถ้วย มือเล็กๆ สองคู่ยกถ้วยขึ้นซดเสียงดังซู้ดๆ
“แม่ วันนี้ไปไหนหรือ” เจี้ยนหมิงถาม ดวงตากลมใสยังปรือเพราะง่วง
“แม่ต้องไปรายงานตัวที่บ้านผู้ใหญ่บ้านจ้ะ ต้องไปทำงาน เพราะแม่หายป่วยแล้ว พวกหนูอยู่บ้านกันดี ๆ ห้ามออกไปซนนะ พอแม่ไปให้ล็อกประตูตรงรั้วด้วย” เธอชี้ให้ลูกดู อย่างน้อยตอนนี้ก็ใช้เชือกคล้องเอาไว้ และกลัดด้วยไม้อีกที เธอจะค่อย ๆ ทำให้บ้านนี้ดีขึ้น
“ครับ รู้แล้วครับ แม่สอนแล้ว” อวี้ซินใช้ช้อนเขี่ยข้าวต้มให้คลายร้อน แล้วเป่าเบา ๆ ก่อนส่งให้ลูกสาวอีกคน
“อี้หลันช่วยดูพี่ด้วยนะ ถ้าใครมาหา ก็อย่าตอบอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าใจหรือเปล่า บอกแค่ว่าให้ไปคุยกับแม่อย่างเดียว และไม่เปิดประตูให้คนแปลกหน้า”
“ครับ”
“ค่ะ” สองเสียงประสานรับพร้อมกัน