บทที่ 14 รับงานใหม่ ค่าแรง 10 แต้ม
อวี้ซินเดินเข้าไปใกล้ เกวียนไม้มีทั้งม้วนผ้าฝ้ายดิบสีขาวครีม ทุกม้วนถูกปิดด้วยกระดาษเขียนระบุจำนวนที่กำหนดตายตัว แต่ละม้วนควรจะเย็บได้กี่ผืน สหายหวังยื่นสมุดบันทึกให้เธอ
“งวดแรกสหายต้องภายในเจ็ดวัน ไม่ต่ำกว่าสิบตัว ต้องเสร็จให้ทัน” อวี้ซินก้มดูมือของตนที่เขียนชื่อลงไปกำกับว่าได้รับผ้าแล้ว
“สหายอวี้ซินจะเย็บแบบไหน ระบุลงไปด้วย”
“ฉันจะตัดเย็บเป็นเสื้อคอจีนกับเสื้อผ่าหน้าอย่างละครึ่ง จะได้ดูหลากหลาย” สหายหวังพยักหน้าเล็กน้อย แต่สายตายังคงจับจ้องมองตามมือของอวี้ซินที่เขียนลงไป
“สหายเธอมั่นใจหรือว่าจะเย็บได้เองตามกำหนด อย่าทำให้ผิดพลาดนะ ความผิดพลาดมีได้ แต่ต้องไม่เกินห้าตัว”
“ทราบแล้วค่ะ”
“ช่วยยกใส่รถเข็นให้ฉันด้วยจ้ะ ฉันตั้งใจทำให้เสร็จตามกำหนด” อวี้ซินยิ้มบาง ฝืนความประหม่าในใจ
ลูกบ้านบางคนที่เหลือกแล้ว ก็เดินเข้าไปหาบเอาม้วนผ้าใหญ่วางบนบ่า น้ำหนักทำให้คนนั้นโงนเงนเล็กน้อย แต่ก็ฝืนยิ้มพลางขอบคุณ
ผู้ใหญ่บ้านประกาศเสียงดังอีก “จำไว้นะทุกคน ต้องเย็บเองจริงจัง อย่าทำผิดแบบ หรือช้ากว่ากำหนด เข้าใจไหม? อ้อ... กระดุม เข้ม ด้าย กรรไรผ้า และอุปกรณ์อื่น ๆ ให้ไปรับที่สหกรณ์ มีของเป็นชุดเตรียมเอาไว้ให้แล้ว ตามจำนวนผ้าแล้ว แต่ต้องเขียนชื่อจดบันทึกเหมือนเดิม”
อวี้ซินพยักหน้ารับ หัวใจเต้นแรง ตั้งแต่เห็นผ้าแล้ว เดินไปเขียนชื่อรับเอาอุปกรณ์อื่น ๆ
‘ครั้งแรกของฉันกับการทำงานแบบนี้ นี่มันโรงงานนรกชัดๆ เฮอะ! เกิดใหม่ทั้งที่ ดูแล้วลำบากกว่าเดิม’
[ระบบแจ้งเตือน ทำงานได้วันละ 10 แต้ม]
“หา! เท่ากับไข่ไก่ 4 ฟอง หลังขดหลังแข็งนี่นะ”
[เพราะอย่างไร ท่านก็ทำงานได้คูปองอยู่แล้ว]
“โอ้... ท้อแท้เลยนะเนี่ย นึกว่าจะได้เยอะ”
[ท่านจะให้ระบบเปิดเพลงปลอบใจหรือไม่ เพลงละ...]
“ไม่... ไม่ต้อง จะมาหักแต้มเพื่อฟังเพลงนี่นะ ฝันไปเถอะ ฉันยังต้องคำนวณอีก นี่ยังคิดว่าจะซื้ออะไรมาช่วยทำงานให้เร็วขึ้น บ้าจริง”
[การทะเลาะกับระบบ ถือเป็นการให้คะแนนไม่พึงพอใจ อาจจะมีผลต่อการทำงานของระบบกับคุณ]
“อุ้ย! เขาขอโทษ” เธอยกมือไหว้ระบบปลก ๆ
[ถ้าเธอเย็บเสื้อได้ คะแนนจะอยู่ที่ตัวละ 50 แต้ม]
“หา! อะไรกันนี่ ทำงานทั้งวันได้ 10 แต้ม แต่เย็บเสื้อได้ตัวละ 50 แต้ม”
[เพราะการทำงาน เป็นเรื่องที่คุณต้องทำอยู่แล้ว แต่การเย็บผ้า คือการแสดงความสามารถ]
“ฉันหาของทุนแรงได้หรือไม่”
[เช่นอะไร]
“จักรเย็บผ้า”
[ได้ แต่อย่าให้คนอื่นเห็น เพราะไม่เช่นนั้น หากถูกจับได้ก็เกมโอเวอร์]
“ตกลง เพราะยังไง ฉันลืมไปว่ามีห้องเก็บของ และตู้เย็นอีกด้วย”
สองเด็กน้อยที่นั่งมองแม่อยู่
“แม่เป็นอะไรไป พักนี้แม่พูดคนเดียว”
“นั่นนะสิ”
“ตั้งแต่แม่หายป่วย แม่เปลี่ยนไปเยอะเลยนะ” สองฝาแฝดดูแม่ ที่ทั้งสองเป็นเด็กดี เชื่อฟัง เพราะสงสารแม่นี่แหละ
“แต่แม่ก็ทำให้เราสองคนดีขึ้น” พร้อมกับก้มลงไปดูตัวเอง ที่ทั้งเสื้อผ้า และอื่นสะอาดสะอ้าน ตอนเย็นแม่ยังต้มน้ำให้อาบอีก ทำให้ฝาแฝดไม่เกียจคร้านการอาบน้ำแล้ว
“อื้อ... ดูดี ไม่มีขี้มูกแล้ว”
“และก็อิ่มท้อง” ตีท้องปุบ ๆ เสียงดังที่เดียว
“ใช่” อี้หลันยิ้มร่า พร้อมกับเดินเข้าไปหาแม่
“แม่คะ ให้ช่วยอะไรไหม”
“แม่จะยกของลงหรือเปล่า”
“โอ้! ลูกจ๋า แขนเล็กแค่นี้ ให้แม่ทำเถอะ แม่ทำเองได้ อ้อนี่ ซาลาเปา แม่ซื้อมาฝาก แต่ต่อไปแม่อาจจะทำเอง”
“แม่ทำเป็นหรือ”
“ไม่เคยทำเลย แต่กินเป็น เอ้า! กิน”
เด็ก ๆ หยิบไปคนละลูก เธอก็กินพร้อมกับฝาแฝดด้วย
“มะ! ชนกัน จั้ง!” เธอทำเสียงออกมา และเอาซาลาเปาของตัวเองไปชนกับเด็ก ๆ
“จั้ง!” เจี้ยนหมิงและอี้หลันทำเสียงเลียนแบบแม่ ทั้งสามแม่ลูกกินซาลาเปาอย่างเอร็ดอร่อย คนเราจะมีความสุข ท้องต้องเต็มก่อน
เช้าวันต่อมา หมอกจาง ๆ ปกคลุมไปทั่วหมู่บ้าน ดวงอาทิตย์ยังไม่พ้นขอบฟ้า อวี้ซินก็ได้ยินเสียงฆ้องดังขึ้น เหมือนจะเป็นการส่งสัญญาณ ให้ลูกบ้านรับรู้ข่าวสารที่กำลังมาถึง ทุกคนจึงต้องไปชุมนุมที่ลานกลางหมู่บ้าน อวี้ซินเดินไปปลุกลูกน้อยทั้งสองคน เพราะตกใจที่ได้ยินเสียงฆ้อง ซึ่งถ้ามาแบบยังไม่เห็นแสงตะวันแบบนี้ น่าจะเป็นเรื่องเร่งด่วน
“ล้างหน้า แปรงฟันก่อนนะคะลูก แม่จะพาไปด้วย” เธอไม่อยากทิ้งลูกเอาไว้เพียงลำพัง หลังจากที่จัดการธุระของตัวเองเสร็จแล้ว อวี้ซินจูงมือเจี้ยนหมิงกับอี้หลันเดินตามคนอื่น ๆ ไป ทุกคนมุ่งหน้าไปที่ลานของหมู่บ้าน หน้าสหกรณ์ และหน้าบ้านของผู้ใหญ่ฉิงฟูกู้ บรรยากาศค่อนข้างตึงเครียดผิดปกติ ทุกคนต่างเอ่ยปากถามและถกกันว่า เรื่องอะไรกันแน่
ต่อมา... ผู้ใหญ่บ้านฉิงฟูกู้ยืนกลางลาน มือถือกระบองไม้เคาะพื้นดัง ตึก... ตึก... ตึก... “ทุกคนเงียบ แล้วฟัง!” เขาส่งเสียงเข้มดังก้องไปทั่ว
กลุ่มลูกบ้านหยุดพูดคุยกันฉับพลัน สหายหวังกับสหายฮุ้ยยืนประกบสองข้าง แววตาของสองคนก็เคร่งเครียดเช่นเดียวกัน
“เมื่อคืนมีคนมาบอกว่า แปลงมันเทศกับสวนผักของหมู่บ้านเรา โดนสัตว์ป่าขุดทำลาย เราสำรวจแล้ว ไม่ใช่สุนัข ไม่ใช่หมาใน รอยเท้านี่มันคือหมูป่าชัด ๆ และตัวมันก็ใหญ่เสียด้วย” ฉิงฟูกู้ประกาศออกมา เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที
“หมูป่า! ตั้งแต่ข้ามาครบสิบปี ยังไม่เคยเห็นมันลงมาถึงใกล้บ้านเลยนะ”
“นั่นนะสิ ปีนี้อดยากจนมันลงมาหากินแถวนี้แล้วหรือ”
“ใช่ มันค่อนข้างจะแห้งแล้ง เอ... ในป่าไม่มีของกินหรือไง”
“จริงสิ ป่าด้านทิศเหนือมีผลไม้ป่าเยอะ ทำไมมันถึงมายุ่งแถวนี้?”
“สงสัยมันอยากให้พวกเราได้กินเนื้อหมูป่าหรือเปล่า จึงลามา ให้พวกเราจับเป็นอาหาร”
“นี่ทุกคน... เงียบ! จากรอยเท้าของมัน ไอ้หมูป่าตัวนี้ มันน่าจะหนักสัก 300 กิโลกรัม”
“หา!” ผู้คนส่งเสียงเซ็งแซ่ เพราะมันตัวใหญ่มาก ๆ
“ถ้ามันเจอเด็ก ๆ มันอาจจะทำร้ายได้”
“ผู้ใหญ่ อย่าว่าแต่เด็กเลย ผู้ใหญ่ก็น่าจะเอาชีวิตไม่รอด”
“จริง เพราะร่างกายมันใหญ่โตจริง ๆ ฉะนั้นทุกคนต้องระมัดระวังตัวกันด้วย ลูกเด็กเล็กแดงเป็นอาหารของมันได้นะ”