บทที่ 13 เริ่มจริงจังกับงาน
“น้ำนี้ต้องดื่มได้ด้วยนะ”
[ยังไง คุณก็ต้องต้ม เพื่อสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง]
[แต้มเหลือปัจจุบัน 11610 แต้ม]
เจี้ยนหมิงและอี้หลันเดินเข้ามาดู
“แม่จ๋า เรามีน้ำกินแล้วหรือ” อี้หลันยิ้มตาแป๋ว
“ใช่จ้ะลูก แต่ต้องต้มก่อนทุกครั้งนะ” อวี้ซินย่อตัวลูบศีรษะเด็กทั้งสอง
“การต้มจะช่วยฆ่าเชื้อโรคได้”
“ค่ะแม่ หนูจะจำเอาไว้”
“หนูด้วย”
“น่ารักจริง ๆ ลูกแม่”
“แต่สำคัญอีกเรื่อง ห้ามใครมาเปิดฝาบ่อน้ำนี่ แล้วมาเล่นอะไรแผลง ๆ ตรงนี้ ไม่อย่างนั้น หนูสองคนอาจจะตกลงไปได้ ตกลงไป แล้วจะเป็นอย่างไรคะ”
“ซี้”
“ไม่หายใจ”
“แต่ก่อนจะซี้และไม่หายใจล่ะ”
“เจ็บ”
“ใช่ เจ็บ เข้าใจแล้วนะ”
“อื้อ” ทั้งอี้หลันและเจี้ยนหมิงพยักหน้า
“แม่ครับ ทำไมเราต้องกลัวเชื้อโรค” เด็กสองคนทำหน้าสงสัย
“ที่เราไม่สบาย มาจากเชื้อโรคทั้งนั้น”
“แม่ หน้าตาของเชื้อโรคเป็นยังไง”
“อืม... แบบนี้มั้ง” เธอนั่งลงแล้วหยิบเอาเศษไม้ที่อยู่ใกล้มือ มาขีด ๆ เขียน ๆ วาดลงไปบนดิน รูปร่างเป็นวงกลม มีตา จมูก ปก และตัวมีขน ๆ และมีปุ่มตามขนด้วย
“โอ้ว... มันน่ารักนะคะแม่”
“น่ารักเหรอ”
“ใช่”
“แม่ครับ หนูจะเขียน”
“เอาสิ แม่ว่า โน่น! ไปเล่นกันตรงโน่น และก็หาไม้มาวาดได้เลย”
“วาดอะไรก็ได้ ไม่ต้องเป็นเชื้อโรค”
“งั้นไปกันเถอะ”
“ค่ะ” เจี้ยนหมิงจับมือน้องสาว และพยักหน้าหงึก ๆ
“ไปเล่นกันก่อน แม่จะตักน้ำใส่ถังเอาไว้ให้ใช้”
“ค่ะ” “ครับ”
อวี้ซินมองเด็ก ๆ ที่วิ่งหายไป เธอเริ่มกระบวนคิดต่อ จะทำที่ซักล้างยังไง จะให้น้ำลงไปตรงไหน ห้องน้ำที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้นอีก จะได้ถูกสุขอนามัย ‘แค่มีรอกชักแบบนี้ มีน้ำสะอาดใช้ ก็ไม่เหนื่อยอีกต่อไป ยอดเยี่ยมมาก’
เช้าวันต่อมา เสียงเคาะประตูหน้าบ้านดังปัง ๆ เธอเดินไปเปิดประตู
“สหายหวัง”
“สหายอวี้ซิน! ผู้ใหญ่บ้านให้มาตาม เจ้าไปที่ลานกลางหมู่บ้านเดี๋ยวนี้ ผ้าที่จากเมือง มาถึงแล้ว!”
เจี้ยนหมิงและอี้หลันวิ่งมากอดขาแม่ ทำหน้าละห้อยอยากตามไปด้วย
“แม่ไปไหนเหรอ”
“แม่ต้องไปเอาผ้ามาเย็บเสื้อจ้ะ งานใหม่ของพวกเราไง” เธอย่อตัวลงลูบหัวลูก ๆ
“ลูกอยู่บ้านรอแม่ ห้ามเปิดประตูให้ใครนะ แม่จะรีบกลับมา คนอาจจะเยอะ และแม่ต้องยกของหนัก แม่ไม่มีเวลาดูหนูสองคน เข้าใจหรือยัง”
“อื้อ ๆ” ทำหน้าแบบผิดหวัง
“ไม่เอาสิ ไว้แม่จะทำขนมให้กิน”
“แม่คะ อยากกินซาลาเปา”
“ได้ ถ้ายังมีขายที่สหกรณ์ แม่จะซื้อมาให้นะคะ”
“คะ” “ครับ” เธอรีบตั้งข้าว กับข้าวเอาไว้ให้ลูกสองคน แล้วออกเดินไปยังลานหมู่บ้าน
“เดี๋ยวครับแม่” เสียงเจี้ยนหมิง
“อะไรครับเจี้ยนหมิง”
“แม่ลืมรถเข็นครับ” นิ้วป้อม ๆ ชี้ไปที่มุมรั้ว
“อ้อ... จริงสินะ ไม่งั้นจะเอาผ้าม้วนใหญ่ ๆ กลับมาบ้านได้ไง” อวี้ซินยิ้ม หันไปมองรถเข็นที่เธอให้ระบบทำให้ เพราะเธอคิดแล้วว่าม้วนผ้าขนาดใหญ่ที่ต้องไปเอาที่ลานหมู่บ้าน คงจะหนักแน่ ๆ จะไหว้วานใคร ให้ช่วยหอบผ้ากลับบ้านได้
เมื่อวานตอนค่ำ
“ระบบ ฉันขอรถเข็นของ”
ระบบแจ้งเตือน กะพริบและปรากฏขึ้น
[ปัญหาเรื่องการขนของหนัก ขอเสนอ รถเข็นไม้แบบพื้นบ้าน 600 แต้ม จะดูเหมือนเก่าธรรมดา ไม่ผิดสังเกต]
“โอ้โห! แพงเกินไปนะเนี่ย 600 แต้ม เอ่อ จะรีดไถหรือไง”
[ไม่รับ ก็ไม่ใช่ปัญหา]
“เอาสิ เอาเลย ๆ ไม่งั้นฉันหลังหักแน่” อวี้ซินกดยืนยัน ในใจก็คิด แต้มหร่อยหลอลงทุกที
แสงสีฟ้าแวบขึ้นที่มุมบ้าน ก่อนจะปรากฏรถเข็นไม้เก่าขนาดพอเหมาะ ล้อเหล็กขึ้นสนิมเล็กน้อยเหมือนใช้มาหลายปี
‘ดีมาก ดูสมจริงสุด ๆ’ เธอยิ้มพอใจ
ระบบแจ้งเตือน
[แต้มเหลือปัจจุบัน 11010 แต้ม]
“แม่ไปไม่นานจ้ะ อยู่ในบ้าน ห้ามเปิดประตูให้ใครนะ” เจี้ยนหมิงพยักหน้าหงึก ๆ อี้หลันตาแป๋วจับชายเสื้อแม่แน่นก่อนยอมปล่อยมือ แต่สุดท้ายก็ปล่อยจนได้ สองคนเดินมาส่งแม่ ก่อนจะปิดประตูรั้วตามคำสั่ง แล้วนั่งเล่นด้วยกัน ตอนนี้เห่อวาดรูปที่ลานดินของบ้าน
เมื่ออวี้ซินมาถึงลานหมู่บ้าน มีผ้าม้วนใหญ่กองสูงอยู่บนเกวียนไม้ กลิ่นฝุ่นผสมผ้าดิบลอยคลุ้ง ผู้ใหญ่บ้านฉิงฟูกู้ยืนกอดอกกับสหายหวังและสหายฮุ้ย
“ดีนะที่เจ้ามาเร็ว พวกเรายังไม่ได้ยกลง ว่าแต่เจ้ามาดูนี่ก่อน” ผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้ม พร้อมกับกวักมือให้อวี้ซินไปดูผ้า และแบบผ้า
“มีหลายคนเลยหรือจ๊ะ”
“ใช่ เธออยากจะทำอะไรเล่า ก็เลือกได้ มาก่อน เลือกก่อน”
บนใบหน้าของอวี้ซินยังคงรอยยิ้มบางสงบเสงี่ยม เธอหยิบขึ้นมาดู มีทั้งตัวอย่างผ้า และแบบที่วาดแบบง่าย บนกระดาษ
‘น่าสนใจมาก เพราะยุคชนบทช่วงทศวรรษเจ็ดศูนย์ เสื้อผ้าที่เย็บใช้กันส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้าโหลแบบมาตรฐาน ไม่เน้นแฟชั่น’
‘แบบเสื้อโหลที่นิยมในยุคนี้ เสื้อคอจีนจงซานจวง แขนยาว มีกระดุมผ้า 4–5 เม็ด ทรงตรง เรียบ ไม่มีเอว เป็นแบบมาตรฐาน ชายหญิงใช้ได้ เสื้อแขนยาวคอกลมผ่าหน้า ติดกระดุมแถวเดียว ใช้ทำเป็นเสื้อทำงานในไร่นาหรือโรงงาน เสื้อกั๊กใส่ทับ ใช้เศษผ้าบุนวมกันลม ตัดเย็บง่าย ใช้ผ้าไม่มาก เสื้อแขนสามส่วนสำหรับหน้าร้อน เน้นผ้าฝ้ายบาง ระบายอากาศดี ตัดเย็บอะไรดีนะ’
“เลือกได้หรือยัง” เสียงสหายคนหนึ่งที่ต่อคิวดังมาจากข้างหลัง อวี้ซินยังดูชนิดผ้าอยู่เลย
“เดี๋ยวสิสหายเจิน”
“คนไม่มีประสบการณ์ก็แบบนี้แหละ” อวี้ซินถูกค่อนแขวะเข้าไปแบบนั้น ก็ต้องรีบ
‘ผ้าฝ้ายดิบหรือผ้าฝ้าย ราคาถูก เย็บง่าย ทนซัก ผ้าโทเร หรือผ้าโพลีเอสเตอร์หยาบ สีทน แต่ร้อน เหมาะทำเสื้อกั๊ก ผ้าฝ้ายป่านผสมระบายอากาศดี เหมาะทำเสื้อฤดูร้อน ผ้าแพรบ้างเล็กน้อย สำหรับคนมีฐานะหรือสั่งพิเศษ ใช้ทำเสื้อคอจีนแบบเรียบหรู’
‘แต่อะไรเย็บง่ายที่สุด ระบบ’
[คำแนะนำระบบ ผ้าฝ้ายดิบ เย็บง่ายที่สุดใช้ด้ายเบอร์กลาง เข็มธรรมดา เย็บด้วยมือหรือจักรได้โดยไม่ลื่น หากใช้เครื่องมือจากระบบ จะประหยัดเวลาได้ถึง 40%] อวี้ซินเม้มริมฝีปาก พลางแอบยิ้มจาง ๆ
‘ดีล่ะ งั้นฉันเลือกผ้าฝ้ายดิบสีขาวครีม จะเย็บเป็นเสื้อคอจีนกับเสื้อผ่าหน้าอย่างละครึ่งง่าย เร็ว และปลอดภัย’
“ผู้ใหญ่บ้านจ๊ะ ฉันเลือกผ้าฝ้ายดิบสีขาวครีมจ้ะ”
“ตกลง ดีนะที่เธอมาเร็ว มาก่อนคนอื่น พวกเรายกของตามที่อวี้ซินแจ้งลงมา เธอเอารถเข็นของเธอไปชิดกับเกวียนเลย” ฉิงฟูกู้เอ่ยเสียงเข้ม พลางกวักมือเรียกสหายที่อยู่แถวนั้น ช่วยกันยกผ้าที่ม้วนใหญ่ ๆ ลงมา