

บทที่ 1 บุตรสาวแสนชัง
บทที่ 1
บุตรสาวแสนชัง
ผลักไส
เมื่อทราบข่าวตระกูลขุนนางทั้งเจ็ดผู้ทรงอิทธิพลจึงเร่งรีบเตรียมบุตรสาวเดินทางเข้าวังหลวงเพื่อไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ และเพื่อให้หยางโหวเลือกเป็นภรรยาอย่างเร่งด่วนที่สุด
ทว่าม่านถิงถิงบุตรสาวผู้เป็นดั่งดวงแก้วของเสนาบดีกรมโยธาม่านจางหมิ่นกลับกรีดร้องฟูมฟายไม่ยอม ด้วยมีใจชอบพออยู่กับคุณชายตระกูลหนึ่ง อีกทั้งนางยังหวาดกลัวหยางโหวผู้โหดเหี้ยมอำมหิต เมื่อถูกบิดาบังคับนางจึงขู่จะผูกคอตาย
ประมุขม่านทั้งรักทั้งหลงบุตรสาวเมื่อได้ยินคำขู่เช่นนั้นก็ยอมศิโรราบแต่โดยดี แล้วหันไปบังคับม่านลี่เซียนให้เข้าร่วมการคัดเลือกในครั้งนี้แทน
แน่นอนว่า...หากม่านลี่เซียนบอกว่าจะผูกคอตาย บิดาคงโยนเชือกมาให้แทนการห้ามปราม
ชาติก่อนนางไม่ได้รับเลือกให้เป็นภรรยาของหยางโหว ครานั้นนางดีใจจนปล่อยโฮออกมา เพราะโหวหยางหย่งเหวินนั้นเป็นบุรุษน่ากลัว แววตาของเขาคมกร้าวอำมหิต ริมฝีปากของเขามักยกขึ้นน้อยๆ ราวกับจะเย้ยหยันคนทั้งโลก อีกทั้งรอบกายของเขายังอวลไปด้วยปราณสังหารและกลิ่นคาวเลือด
ทว่านางไม่รู้เลยว่าการไม่ได้รับเลือกให้เป็นภรรยาของหยางโหวในครั้งนั้นจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของนางไปตลอดกาล
บิดาโกรธมากเพราะตระกูลที่ได้รับเลือกเป็นตระกูลของอดีตภรรยาที่เขาแสนเกลียดชัง ซึ่งก็คือตระกูล ‘ไท่’ ของมารดาม่านลี่เซียนนั่นเอง
เสนาบดีม่านจึงส่งบุตรสาวแสนชังให้ไปเป็น ‘อนุภรรยา’ ของเสนาบดีเฒ่าที่มีอายุกว่าหกสิบปี ม่านลี่เซียนกลายเป็นของเล่นบำเรอกาม ถูกเหล่าภรรยาที่มีอยู่นับสิบทำร้าย อีกทั้งยังถูกคุณหนูหลี่ไฉ่หงบุตรสาวคนเล็กของตระกูลหลี่กลั่นแกล้งรังแกต่างๆ นานา
นางมีชีวิตด้วยความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส
ม่านลี่เซียนไม่คิดจะจมปลักอยู่กับความสิ้นหวัง นางเขียนจดหมายไปร้องขอความช่วยเหลือจากมารดา บอกเล่าถึงความทุกข์ทรมานที่นางได้รับอย่างละเอียด ว่านางมีชีวิตอยู่ดั่งตกนรกทั้งเป็นอย่างไรบ้าง เสนาบดีหลี่ทารุณกรรมทางร่างกายนางอย่างไรบ้าง ทว่ามารดากลับตอบจดหมายมาเพียงว่า
‘อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่หน่อยเลย เจ้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็หัดอดทนอดกลั้นเสียบ้าง หัดอ่อนน้อมถ่อมตนให้ตระกูลหลี่เมตตาไม่ใช่ทำตัวเกียจคร้าน
เวลานี้ข้ากำลังวุ่นวายกับการดูแลน้องฝาแฝดของเจ้า ดังนั้นอย่าได้เขียนจดหมายไร้สาระเช่นนี้มารบกวนข้าอีกเป็นอันขาด!’
ราวกับหัวใจแหลกสลาย..
‘เรื่องเล็ก’ ‘ไร้สาระ’ ดังก้องอยู่ในหัวสมองซ้ำๆ ผลักเอาหยาดน้ำใสที่เอ่อคลออยู่ในกระบอกตาให้ไหลทะลักออกมาราวกับไม่อาจควบคุม
กระนั้นม่านลี่เซียนกลับไม่ย่อท้อ นางส่งจดหมายไปขอความช่วยเหลือจากบิดา แม้บิดาจะผลักไสนางให้กลายเป็นอนุภรรยาของเสนาเฒ่าตัณหากลับ แต่นางก็ยังมีความหวังอยู่ลึกๆ ว่าแท้จริงแล้วบิดาอาจไม่รู้ว่าได้ส่งนางมาลงนรกทั้งที่ยังหายใจก็เป็นได้
เงียบหาย...
ไม่มีแม้จดหมายสักฉบับตอบกลับมา ม่านลี่เซียนต้องช่วยตัวเอง นางแอบหนีออกจากจวนสกุลหลี่เดินทางไปร้องขอความเป็นธรรมต่อนายอำเภอ ทว่านายอำเภอกลับมองเหยียดนางตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า อีกทั้งยังส่งตัวนางให้เสนาบดีกรมธรรมการผู้เป็นสามีอีกด้วย
วันนั้นนางถูกสามีตบตีจนช้ำในกระอักออกมาเป็นเลือด ทั้งๆ ที่นางตั้งครรภ์อยู่ แต่มันก็ใช้เท้ากระทืบลงมาบนลำตัวของนางอย่างไม่ปรานีด้วยความโกรธที่นางนำเรื่องคาวคลุ้งในจวนสกุลหลี่ไปโพนทะนาถึงจวนนายอำเภอ
นางแท้ง...
เจ็บปวดไปทั้งกายใจอย่างแสนสาหัส
ทว่านาทีที่นางหายใจรวยรินนั่นเอง นางก็ได้รับจดหมายจากบิดา ดวงตาที่กำลังจะปิดลงเบิกขึ้นด้วยความหวัง หวังว่าบิดาจะช่วยนางออกไปจากขุมนรกที่แสนดำมืดนี่เสียที
ทว่าสิ่งที่นางได้รับกลับเป็นจดหมายก่นด่าว่านางอกตัญญู เป็นบุตรสาวสารเลวที่ทำให้ตระกูลต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง...
ม่านลี่เซียนปล่อยกายไปกับพื้นห้อง สิ้นหวังจนหัวใจแทบแตกสลาย ก่อนที่นางจะสิ้นใจลงนางเฝ้าถามต่อสวรรค์ ว่าเหตุใดกัน...
เหตุใดนางจึงต้องทุกข์ตรมอย่างแสนสาหัสเช่นนี้ เหตุใดนางจึงประสบแต่ความทุกข์ไม่เคยพานพบความสุขเลยแม้แต่ครั้งเดียว
เหตุใดกัน...
คำถามของนางราวกับส่งไปถึงสวรรค์ นางหวนกลับมายังจวนสกุลม่านอีกครั้ง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่สาวใช้มาตามให้นางไปพบบิดาที่โถงประชุมพอดี
ครานี้นางจะไม่ผิดพลาด นางจะต้องได้เป็นภรรยาของหยางโหว ต่อให้นางจะต้องเป็นภรรยาแสนชังของเขาก็ตาม
