ตามหมอหลวง
ตำหนักใหญ่ฮ่องเต้
"แล้วเสี่ยวเฟยต้องทำอย่างไร"
"มู่เฉวียนเป็นคนรักง่ายเกลียดง่ายต่อไป แค่ปฏิเสธนางเสีย นางก็จะรู้เองว่าเจ้าไม่มีใจกับนาง"
เห็นในหลายครั้งที่มู่เฉวียนมักจะฟาดงวงฟาดงากับหานตงแต่กับคนอื่นนางก็น่าเอ็นดูไม่น้อย
เจียเฟยยืนนิ่งก้มหน้า ม่อเฉวียนเดินมาใกล้ๆ ก้มลงมองใบหน้างดงาม
"ได้หรือไม่ถือว่าข้าขอร้อง"น้ำเสียงอ่อนโยน
เจียเฟยเงยหน้าขึ้นช้าๆ ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ม่อเฉวียนมองริมฝีปากสีชมพูน่าจูบฝืนใจปล่อยมือเบือนหน้าหนี กลืนก้อนแข็งๆ ลงคออย่างยากเย็น
เขาเปแ้นอะไรไปใจสั่น แล้วยังัยงมองขันทีว่างดงาม ตรึงใจเขาเช่นนี้
"ตามหมอหลวง ตามหมอหลวงมาที่นี่ แล้วเจ้าไปให้พ้นหน้าข้า"
"ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะไปให้พ้นหน้าไม่ได้"
"ทำไมก็ในเมื่อข้าสั่ง"
"ก็ เสี่ยวเฟยเป็นขันทีข้างกายจะต้องอยู่ข้างกายจะไปให้พ้นหน้าแล้วเวลาฝ่าบาทต้องการสิ่งใดจะเรียกหาใครได้ หากเกิอะไรขึ้นหากมีอะไรไม่ถุกไม่ควรฝ่าบาทก็โทษเสี่ยวเฟยอีกไม่ยิ่งแย่ไปใหญ่หรือ"
อธิบายยาวเหยียด
"อย่างนั้นก็ออกไปอยู่ข้างนอก ข้าเรียกจึงมา หากไม่เรียกก็อย่าเสนอหน้า แล้วอย่าลืมตามหมอหลวงให้ข้าด้วย"
เจียเฟยงงงันกับท่าทีเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของม่อเฉวียน คนอะไรเดี๋ยวไล่เดี๋ยวเรียก
"เป็นอะไรของเขา"
ม่อเฉวียนทิ้งตัวลงบนแท่นบรรทมนอนหงายหลังยกมือกุมขมับ
"ไทเฮาเสด็จจจจจ"
ม่อเฉวียนผุดลุกขึ้นจากแท่นบรรทม
"เฉวียนเอ่อร์ถวายพระพรเสด็จแม่"รีบลุกขึ้นเดินออกจากห้องบรรทมมารอรับไทเฮา
"หืมมม ขันทีน้อยเล่า"
"เอ่อลูกให้เขาตามหมอหลวง"
"ฮ่องเต้ ป่วยหรือ แล้วทำไมไม่มีใครบอกแม่"น้ำเสียงห่วงใย
"ละละลูกไม่ได้ป่วยเพียงแค่มีบางอย่างจะขอคำปรึกษากับท่านหมอ"
"เรื่องใดกัน"
"เอ่อ เอ่อเรื่องที่ ช่างเถอะ เสด็จแม่แวะมาถึงนี่”
“แม่กำลังจะบอกฮ่องเต้ว่าแม่ สองวันมานี้ ส่งเทียบไปยังเหล่าขุนนางให้ส่งบุตรี ที่ถึงวัยคัดตัวนางในเข้ามาให้เจ้าดูตัว เลือกสรรคนที่ฮอ่งเต้รึงตาตรึงใจไว้ข้างกายสักสองสามคนให้พวกนางเดินเข้าออกหรือมาพูดคุยร่วมเดินหมากหรืออะไรก็แล้วแต่ฮ่องเต้ จะดีไหม”
น้ำเสียงออ่อนดยนเพราะเคยพูดเรื่องนี้กันหลายทีแล้วแต่เป็นม่อเฉวียนที่ออกกาการเบื่อหน่ายและปฏิเสธหลายๆครั้งเข้าก็กลายเป็นอารมณ์ขุ่นมัว ครั้งนี้จึงตั้งใจว่าม่อเฉวียนจะไม่พอใจอีก แต่ผิดคาด
“ดีเลย เสด็จแม่ลูกกำลังถึงทางตัน”
อยากจะบอกว่าหาทางออกไม่ได้ไม่รู้จะทำอย่างไรกับ ความรู้สึกที่เกินหักห้ามใจของตัวเองที่มีต่อขันทีน้อย ครั้นจะปลดออกจากตำแหน่งขันทีข้างกายเสียอีกใจกลับบอกว่า อยากจะอยู่ใกล้ขันที น้อยผู้นั้นแล้ว
“ทางตันเรื่องใดกัน”
“ก็เรื่องที่เสด็จแม่ทรงเป็นกังวลลูกเองก็กังวลไม่น้อย สองสามวันก่อนใต้เท้าเหอถวายฎีกาเรื่องที่ลูกไม่ยอมให้มีการคัดตัวนางในแล้วยังไม่ยอมแต่งตั้งฮองเฮา “ไทเฮายิ้ม
“ฮ่องเต้พูดมาแบบนี้แม่ก็วางใจ ดีเลยเช่นนั้นแม่ให้แม่สื่อพาบุตรีขุนนางเข้ามาทีละคนเพื่อให้ฮ่องเต้ได้ดูตัว และทำความคุ้นเคยใกล้ชิดจะดีไหม”
“รีบหน่อย ก็ดีเสด็จแม่ไม่อย่างนั้นลูกคง จะบ้าตายแน่ๆ ”
อยากจะบอกว่า ตอนนี้ไม่มีเวลาไหนที่ไม่มีใบหน้าของขันทีน้อยลอยมากวนใจ
"หมอหลวงมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
หมอหลวงก้าวขาเข้ามาแต่เจียเฟยหายไป แอบหลบไปไกลๆอย่างที่ม่อเฉวียนสั่ง
"อืมม ท่านหมอพอจะมีเวลาคุยกับข้าไหม รอให้ข้าคุยกับเสด็จแม่เรียบร้อยก่อนท่านค่อยเข้ามา"
"ขันทีข้างกายฝ่าบาท บอกว่าฝ่าบาทอาการค่อนข้างหนักคุ้มดีคุ้มร้าย"
ม่อเฉวียนถอนหายใจส่ายหน้าไปมา
"แล้วเขาไปไหน"
ในที่สุดก็ไม่อาจห้ามใจที่จะถามถึงเสียไม่ได้
"นั่งอยู่ที่ตำหนักด้านนู่นพ่ะย่ะค่ะบอกว่าฝ่าบาทไล่ให้ไปไกลๆ ฝ่าบาทข้าน้อยพูดตามตรงหาก แม้กระทั่งขันทีข้างกายที่รู้ใจที่สุดยังถูกไล่ออกไปเช่นนี้แสดงว่าฝ่าบาทอาการไม่เบาจริงๆ"
ไทเฮายกมือขึ้นทาบอกสีหน้าเป็นกังวล
“เช่นนั้นหมอหลวงท่านควรเร่งหาสามเหตุและรักาาอาการประชวรของฮอ่งเต้ให้หายในเร็ววัน”