บทที่ 7
เมื่อพิธีการต่าง ๆ ภายในห้องโถงของเรือนหลักเสร็จสิ้นลง บ่าวสกุลเยียนก็ได้โอกาสรีบเดินเข้าไปรายงาน
เรื่องที่คุณชายใหญ่ได้ทำลงไปกับเยียนอู๋ประมุขสกุลเยียนทันที
ใต้เท้าเยียนอู๋ถึงกับตกใจเมื่อรู้ว่าหลานชายของตนทำอะไรลงไปในบ้านของผู้อื่นจึงรีบเดินไปขอโทษขอโพยฮูหยินใหญ่สือ
“ฮูหยินใหญ่สือ ข้าเสียใจด้วยนะเรื่องใต้เท้าสือแล้วข้าก็ต้องขอโทษแทนเยียนหลิวด้วยจริง ๆ เอาล่ะ ข้าคงต้องขอตัวกลับก่อนแล้ว ไปกัน”
“ขอบคุณเจ้าค่ะ ใต้เท้าสือ”
เมื่อสองแม่ลูกโค้งขอบคุณและบอกลาตนเรียบร้อยแล้ว ชายวัยกลางคนก็เดินหน้าเครียดนำบ่าวสกุลเยียนออกไปจากงานทันที โดยมีอันผิงเปาและสือหวังเยี่ยนมองตามไปด้วยความสนใจ
เยียนอู๋เดินมาตามทางเดิน ก่อนจะหยุดยืนมองอยู่ไม่ไกลในระยะที่สามารถสบตากับหลานชายของตัวเองได้ เมื่อสองน้าหลานได้สบตากันเยียนหลิวหยางก็ได้แต่ถอนหายใจเดินละจากคนร่างบางที่ตัวเปียกโชกมาด้วยความไม่เต็มใจเท่าใดนัก
“กลับบ้านก่อน มีอะไรไว้ค่อยคุยกัน”
คนเป็นน้ากระซิบบอกหลานชายให้ได้ยินกันสองคน เพราะรู้ดีว่าตอนนี้พวกเขาทั้งคู่นั้นกำลังตกเป็นเป้าสายตาของคนหมู่มาก
คุณชายใหญ่เยียนเหลือบหันมามองคนที่ยังนั่งคุกเข่ากลางสายฝนอีกครั้งก็ได้เห็นว่าสือเหิงเยว่ยังคงนั่งเม้มปากแน่นมองตรงไปทางด้านเรือนหลักอย่างไม่ละสายตาไม่เหลือบแลมองมาทางเขาแม้แต่น้อย
“นางช่างมุ่งมั่นจนเขานึกละอาย”
คล้อยหลังแขกคนสุดท้ายของจวนตระกูลสือร่างของสือเหิงเยว่ก็ล้มฟุบลงไปนอนบนพื้นที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำฝนทำให้ไม่ทันได้คารวะศพผู้เป็นบิดาอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก
“คุณหนูรอง! คุณหนูรองเจ้าคะ! รีบพาคุณหนูรองกลับเข้าเรือนเร็วเข้า”
แม่นมจูและบ่าวจำนวนหนึ่งรีบวิ่งกรูกันเข้ามาหาเด็กสาวด้วยความตกใจ เมื่อจับดูก็รู้ว่าตอนนี้ได้ไข้ขึ้นสูงจนตัวร้อนราวกับไฟ ก่อนจะรีบพากันหอบหิ้วคนป่วยเข้าไปในเรือนหลันฮวาเพื่อเปลี่ยนชุดและเช็ดตัว
“คุณหนูรองเป็นลมไปแล้วเจ้าค่ะ”
บ่าวคนหนึ่งรีบเข้ามารายงานฮูหยินใหญ่ทันที หลังจากแอบลอบสังเกตการณ์มาตั้งแต่หัวค่ำ
“หึ บอกให้คนเตรียมรถม้า ข้าจะส่งนางไปอยู่ที่บ้านสวน”
อันผิงเปายกยิ้มร้ายออกมาได้เมื่อรู้รึกได้ว่าอะไร ๆ ดูจะง่ายดายกว่าที่คิดไว้มาก ตอนแรกนางเองก็คิดว่า
การจะจัดการกับสือเหิงเยว่นั้นคงจะยุ่งยากกว่านี้ไม่น้อย แต่ในเมื่อตอนนี้นังเด็กคนนั้นดันเปิดช่องแบบนี้ นางจะไม่คว้าไว้ก็น่าเสียดายแย่
“เจ้าค่ะฮูหยินใหญ่”
หลังจากได้รับคำสั่งคนของฮูหยินใหญ่รีบเข้ามาแจ้งกับแม่นมจูทันทีว่าให้จัดเก็บข้าวของ เสื้อผ้าของคุณหนูรองให้เรียบร้อย เพราะฮูหยินใหญ่จะให้ออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืด
แม่นมจูเองก็ได้แต่รับคำเพราะรู้ดีว่ายังไงแล้วให้คุณหนูรองไปอยู่ที่บ้านสวนชนบทก็คงจะดีกว่าต้องตายอยู่ที่นี่เป็นไหน ๆ หลังจากจัดการดูแลคุณหนูรองของตัวเองเรียบร้อยแล้วนางก็รีบไปเก็บเอาของมีค่าและข้าวของที่จำเป็นทันที
“คุณชายใหญ่มีเรื่องอะไรหรือขอรับ”
หวงลู่เด็กหนุ่มซึ่งอายุอ่อนกว่าเยียนหลิวหยางถึงสองขวบปี ถามขึ้นมาอย่างเก็บความสงสัยเอาไว้ไม่อยู่เพราะตั้งแต่อีกฝ่ายกลับมาจากบ้านสกุลสือ ก็ดูท่าว่าเจ้านายของตัวเองนั้นจะมีเรื่องให้คิดไม่ตกถึงได้เดินไปเดินมาไม่หยุดอยู่เช่นนี้จนเขาที่ยืนมองมาสักพักเริ่มจะเวียนหัวขึ้นมาแล้ว
“เปล่า ไม่มีอะไร เจ้าไปนอนเถอะ”
เยียนหลิวปรายตามองหน้าอีกฝ่ายพร้อมกับตอบเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินเข้าห้องนอนของตัวเองไป ทิ้งให้คนถามได้แต่เกาหัวแกรกตามหลังด้วยความงุนงง