บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 สั่งคัตปุ๊บ กัดกันปั๊บ... กับสิบล้านที่ค้ำคอ -1

“เคลียร์เซตได้เลยครับ! ฝ่ายเสียงขอไวร์เลสคืนด้วย น้องสไตลิสต์เข้าไปซับหน้าให้พี่ๆ หน่อย!”

สิ้นเสียงตะโกนสั่งงานของผู้ช่วยผู้กำกับ ทีมงานนับสิบชีวิตก็พากันกรูกันเข้ามาในฉาก แสงไฟสปอตไลต์ดวงใหญ่ที่เคยกดดันบรรยากาศให้ดูโรแมนติกชวนฝันถูกหรี่ลงเหลือเพียงแสงสีส้มสลัว เป็นสัญญาณบอกว่า 'หมดเวลาการแสดง' อย่างเป็นทางการ

แต่สำหรับคนสองคนที่ยังนั่งอยู่บนโซฟาสีครีมตัวใหญ่นั้น กลับไม่มีท่าทีผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย

ทันทีที่พนักงานฝ่ายเสียงปลดไมค์ไวร์เลสออกจากปกเสื้อของมัสยาจนไฟสีแดงดวงเล็กดับวูบ หญิงสาวก็สะบัดตัวออกห่างจากร่างสูงใหญ่ของคนข้างๆ ทันที รังเกียจขยะแขยงเขาเหมือนเป็นพาหะนำโรคติดต่อร้ายแรง

มัสยาคว้ากระดาษทิชชูเปียกจากมือช่างแต่งหน้าที่เพิ่งเดินเข้ามาถึง เธอเอามาเช็ดถูหลังมือตัวเองแรงๆ ตรงจุดที่เพิ่งถูกริมฝีปากอุ่นจัดประทับลงไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน เช็ดจนผิวขาวเนียนขึ้นสีแดงเถือก หวังจะลบล้างรอยประทับตราสุดขยะแขยงนั่นให้หายไปจากร่างกาย

ภคพงษ์ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงรอทีมงานปลดไมค์ออกจนเสร็จ เขาปรายตามองการกระทำของหญิงสาวด้วยสายตาเรียบเฉย แต่มุมปากหยักกลับกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน จงใจกวนประสาทขั้นสุด

“เช็ดให้หนังถลอก มันก็ลบรอยน้ำลายผมไม่ได้หรอกนะคุณอินฟลูฯ”

น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นลอยๆ แต่ดังพอให้ได้ยินกันแค่สองคน ภคพงษ์ก้าวไปขวางหน้ามัสยาที่กำลังจะหมุนตัวเดินหนี แผงอกกว้างบังทัศนวิสัยของเธอจนมิด

“ถอดไมค์แล้วนี่... เมื่อกี้เห็นทำหน้าเหมือนอยากจะด่าผมจนตัวสั่น จะด่าอะไรก็รีบด่าสิ หรือว่า... ยังอินกับบทแฟนคลั่งรักจนหาเสียงตัวเองไม่เจอ หรือความจริงคือใจสั่นจนปากค้างไปแล้วล่ะครับ”

มัสยาชะงักฝีเท้า เงยหน้าขึ้นประจันหน้ากับคนตัวสูงกว่า นัยน์ตากลมโตวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะ เธอแค่นหัวเราะ เหยียดยิ้มร้ายกาจแบบที่คนคุมเกมหน้ากล้องเท่านั้นจะทำได้

“ทักษะการตอแหลหน้ากล้องของนายมันก็ไม่เบานี่ นึกว่าจะแข็งเป็นสากกะเบือซะอีก...” หญิงสาวก้าวเข้าไปใกล้จนปลายรองเท้าส้นสูงแทบจะชนกับรองเท้าผ้าใบของเขา เชิดหน้าท้าทายสายตาดุดันคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว

“แต่ขอโทษทีนะ... พอดีฉันไม่ได้อินกับผู้ชายปากหมาที่สักแต่จะใช้แผลคนอื่นเหยียบขึ้นไปเรียกยอดวิว สัมผัสของนายเมื่อกี้ มันก็แค่ทำให้ฉันรู้สึก... ขยะแขยง จนอยากจะอ้วก!”

คำว่า 'ขยะแขยง' ถูกเน้นทีละพยางค์ชัดเจน ภคพงษ์ขบกรามแน่นจนนูนเป็นสัน แววตากวนประสาทวูบไหวด้วยความขุ่นเคืองเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาขั้นสุด ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาจนระดับสายตาอยู่ในระนาบเดียวกันกับเธอ ลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดพวงแก้มใสที่กำลังเชิดรั้นอย่างคนไม่ยอมแพ้

“ก็ดี... งั้นก็ทนขยะแขยงให้ได้ตลอดสามเดือนแล้วกันคุณมัสยา” เขาจงใจเรียกชื่อจริงของเธอด้วยน้ำเสียงกดต่ำ เป็นการข่มขู่แบบสัตว์นักล่าที่กำลังจ้องขย้ำเหยื่อ

“เพราะพรุ่งนี้กติกาของรายการมันจะโหดกว่านี้ และผม... จะไม่มีทางออมมือให้ดาราพลาสติกอย่างคุณแน่ เตรียมตัวรับแรงกระแทกไว้ให้ดีเถอะ!”

พูดจบ ภคพงษ์ก็ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง หมุนตัวเดินล้วงกระเป๋าฝ่าวงล้อมทีมงานออกจากสตูดิโอไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้มัสยายืนกำมือแน่น เล็บจิกฝ่ามือ อกบางกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงด้วยความโมโห

“ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้ปลากระพงเน่า! พรุ่งนี้แม่จะหยุมหัวให้ดู!”

มัสยากระทืบเท้าเร่าๆ สะบัดหน้าพรืด เดินจ้ำอ้าวตามแนนที่ยืนถือกระเป๋ารออยู่ออกไปที่ลานจอดรถ

ภคพงษ์เดินฉับๆ ออกมาทางประตูด้านหลังสตูดิโอ อารมณ์ที่คุกรุ่นเมื่อครู่ยังไม่ทันจางหาย เขาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นร่างของ 'เต้' ยืนพิงกำแพงรออยู่ข้างรถสปอร์ตคันหรู เต้คาบหลอดกาแฟในปากพลางมองเพื่อนสนิทด้วยสายตาจับผิดสุดๆ

“โอ้โห... กูนึกว่ามึงเดินออกมาจากกองถ่ายภาพยนตร์ชิงรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมนะเนี่ยไอ้โป้ง”

เต้ทักทายพลางหัวเราะร่วน ภคพงษ์จิ๊ปากขัดใจแล้วเดินไปเปิดประตูรถ

“ไร้สาระน่าไอ้เต้ กูแค่ทำตามหน้าที่”

“หน้าที่เหรอ หน้าที่พ่อง!” เต้เดินตามมาประชิดตัวเพื่อน “กูนั่งดูผ่านมอนิเตอร์ในห้องคอนโทรล สายตาที่มึงมองน้องแป้งร่ำตอนจูบมือนะ... ไอ้เหี้ย มึงแอ็กติ้งเก่งฉิบหายเลยว่ะ กูนี่ขนลุกซู่ นึกว่ามึงคลั่งรักน้องเขาจริงๆ เหมือนมาก... เหมือนซะจนกูแยกไม่ออกว่ามึงเกลียดเขา หรือมึงอยากจะกลืนเขาลงไปทั้งตัวกันแน่”

ภคพงษ์ชะงักมือที่กำลังจะสตาร์ตรถ เขาหันไปมองเพื่อนสนิทด้วยแววตาเรียบเฉย แต่ลึกๆ ในใจกลับสั่นคลอนไปกับคำพูดนั้น

“มึงก็รู้ว่ากูเกลียดคนเฟค แล้วยัยนั่นก็คือประธานสมาคมคนลวงโลก ตัวตนยัยนั่นมีแต่พลาสติก ทั้งรอยยิ้ม ทั้งคำพูด... กูจะไปรู้สึกอะไรด้วยได้ยังไง”

“เออ กูก็ว่างั้นแหละ แต่มึงเล่นซะเนียนเกินเบอร์ไปนะเว้ย” เต้ยักไหล่พลางตบไหล่เพื่อนเบาๆ “ถ้ากูเป็นคนดูทางบ้าน กูเตรียมโหวตให้คู่มึงชนะเลิศแล้ว แต่อย่าลืมที่มึงเคยด่าเขาไว้ล่ะกัน ว่าเขามันนางเอกสร้างภาพ... ระวังเถอะไอ้เสือ จะตกหลุมที่มึงขุดไว้แฉเขาเอง”

“ไม่มีวันนั้นหรอก” ภคพงษ์ตอบเสียงแข็งก่อนจะปิดประตูรถเสียงดังปัง เขาเหยียบคันเร่งพารถทะยานออกไปจากพื้นที่สตูดิโอ ทิ้งให้เต้ยืนมองตามพร้อมกับรอยยิ้มมีเลศนัย

ภายในรถที่เงียบสงัด ภคพงษ์พยายามจดจ่อกับการขับรถ แต่ในหัวกลับวนเวียนอยู่กับสัมผัสตอนที่ริมฝีปากแตะลงบนหลังมือนุ่มของมัสยา กลิ่นหอมดอกไม้ป่าผสมวานิลลาจากตัวเธอที่ยังติดอยู่ที่ปลายจมูกทำเอาเขาเผลอบีบพวงมาลัยแน่น

'มันก็แค่การแสดง... ท่องไว้ภคพงษ์ มันคือคอนเทนต์เรียกยอดวิวเท่านั้น'

ปัง!

เสียงปิดประตูรถตู้ฮุนไดคันหรูดังสนั่นจนตัวรถสะเทือน ทันทีที่กระจกติดฟิล์มทึบเลื่อนขึ้นจนปิดสนิท ตัดขาดโลกภายนอกและสายตาสอดรู้สอดเห็นของทีมงาน ภาพลักษณ์เจ้าหญิงบิวตี้ผู้สง่างามก็พังทลายลงในพริบตา

“กรี๊ดดด! โอ๊ย! เจ๊แนน! แป้งอยากจะบ้าตาย! แป้งอยากจะมุดทะลุกระจกไปบีบคอไอ้หมอนั่นให้ตายคามือเดี๋ยวนี้เลย!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel