ตอนที่ 4 สั่งคัตปุ๊บ กัดกันปั๊บ... กับสิบล้านที่ค้ำคอ -2
มัสยาทิ้งตัวลงบนเบาะหนังบุนวมนุ่ม คว้าหมอนอิงใบเล็กฟาดลงบนตักระบายอารมณ์รัวๆ สองเท้าถีบอากาศไปมาด้วยความขัดใจ ผมลอนสวยที่ถูกเซตมาอย่างดีเริ่มยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงตามแรงเหวี่ยง
“ไอ้บ้า! ไอ้ปลาเน่า! ไอ้ผู้ชายเฮงซวย! หน้ากล้องทำมาเป็นลูบหัวจับมือ ทำตาวิบวับเป็นไมโครเวฟบอย อบอุ่นจนจะละลาย พอลับหลังกล้องนะเจ๊... มันด่าแป้งว่าดาราพลาสติก! แป้งไปทำศัลยกรรมบนหัวพ่อมันหรือไง!”
“ใจเย็นๆ ลูกแป้ง ใจเย็นๆ หายใจเข้าลึกๆ พุทโธ ธัมโม สังโฆ...”
แนนรีบยื่นยาดมหลอดใหญ่จ่อจมูกโด่งรั้นของนางเอกในความดูแล พลางใช้มืออีกลูบแผ่นหลังบางเบาๆ ดับไฟร้อน
“กินน้ำเย็นๆ ก่อนไหมลูก เดี๋ยวเส้นเลือดในสมองแตกคาคิวถ่ายพรุ่งนี้เอา แล้วยอดไลก์จะหดหายนะจ๊ะ”
มัสยาปัดหลอดยาดมทิ้ง คว้าขวดน้ำแร่จากมือผู้จัดการมาเปิดฝากระดกอึกๆ ไปครึ่งขวด ก่อนจะกระแทกขวดลงบนที่วางแก้วจนน้ำกระฉอก
“เจ๊เห็นสายตามันตอนที่พูดว่า 'มือเธอสั่นนะ' ไหม! มันจงใจปั่นหัวแป้ง! มันรู้ว่าแป้งกำลังเกร็ง แล้วมันก็ใช้จุดนั้นมาขยี้แป้งลับหลังกล้อง แป้งเกลียดมัน! เกลียดๆๆๆ!”
“เจ๊รู้ลูก เจ๊เห็นหมดแหละ หน้าจอมอนิเตอร์เคมีพวกหล่อนสองคนมันพุ่งปรี๊ดจนพีดีแพตตี้แทบจะกรี๊ดแตกลงไปชักดิ้นชักงอด้วยความฟินอยู่แล้ว”
แนนพูดความจริงที่เห็นจากหลังกล้อง แววตาของภคพงษ์ที่มองมัสยาตอนให้สัมภาษณ์ มันละมุนละไมจนคนดูในสตูฯ ยังแอบเขินแทน แต่พอคัตปุ๊บก็สับสวิตช์ตีหน้ายักษ์ใส่กันปั๊บทันที
ผู้จัดการสาวเป่าปากระบายลมหายใจ เอื้อมมือไปจับไหล่มัสยาให้หันมาสบตาด้วยแววตาจริงจังกว่าเดิม
“แต่แป้งฟังเจ๊นะ... แป้งเกลียดมันได้ แป้งอยากจะหยุมหัวมันในใจวันละร้อยรอบเจ๊ก็ไม่ห้าม แต่อย่าลืมเด็ดขาดว่าเป้าหมายของเราคืออะไร”
มัสยาชะงัก ริมฝีปากที่กำลังจะขยับด่าต่อเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง
“สิบล้านนะแป้ง... ตัวเลขนี้มันไม่ได้แค่ช่วยชีวิตแป้ง แต่มันต่อลมหายใจให้บริษัทเรา ต่อชีวิตให้แม่ของน้องเมย์ที่รอค่าฟอกไต จ่ายค่าเทอมให้ลูกของพี่ช่างไฟในทีมเราที่เขาฝากความหวังไว้กับแป้ง” น้ำเสียงของแนนอ่อนโยนลงแต่หนักแน่น
“ไอ้โป้งมันจะปากหมายังไงก็ช่างมัน เรามองมันเป็นแค่ 'อากาศธาตุ' ที่มีมูลค่าสิบล้านก็พอ หลับตาปี๋ท่องไว้ว่าเราเป็นนักแสดงมืออาชีพ เอาเงินมันมาให้ได้ แล้วพอจบรายการ... เราค่อยจ้างรถดูดส้วมไปฉีดหน้าบ้านมันก็ยังไม่สาย!”
คำพูดเตือนสติของแนนช่วยดับไฟในอกมัสยาได้อย่างชะงัด หญิงสาวค่อยๆ เอนหลังพิงพนักเบาะ หลับตาลงช้าๆ ความรับผิดชอบอันหนักอึ้งกดทับลงบนบ่าจนความโกรธเมื่อครู่ทุเลาลงเหลือเพียงความเหนื่อยล้าที่แท้จริง
“แป้งรู้เจ๊... แป้งจะไม่ยอมพังงานนี้แน่ๆ ต่อให้พรุ่งนี้กติกาบ้าบอของรายการมันจะบังคับให้แป้งต้องกอดคอไอ้ปลาเน่านั่น แป้งก็จะยิ้มสู้กล้องให้กรามค้างไปเลย คอยดูเถอะ”
หญิงสาวลืมตาขึ้น พึมพำเสียงแผ่วเบา แต่ในใจกลับเต้นผิดจังหวะ
ในจังหวะที่เธอกำลังยกมือขึ้นกอดอก ปลายนิ้วเรียวกลับเผลอเลื่อนไปสัมผัสเข้าที่บริเวณ 'หลังมือ' ของตัวเองอย่างลืมตัว
บริเวณที่ผิวหนังยังคงมีรอยแดงจางๆ จากการเช็ดถูอย่างรุนแรง... แต่ลึกลงไปใต้ชั้นผิวหนังนั้น อุณหภูมิความร้อนผ่าวจากริมฝีปากหยักของผู้ชายหน้าตายคนนั้น กลับยังฝังแน่นเสมือนถูกตีตราไว้ด้วยโลหะร้อน มันไม่ได้จางหายไปพร้อมกับคราบน้ำลาย หรือการเช็ดถูใดๆ เลยสักนิด
ตึกตัก...
หัวใจพลันกระตุกเต้นแรงขึ้นมาดื้อๆ อีกครั้ง เพียงแค่สมองดันเผลอฉายภาพนัยน์ตาสีรัตติกาลที่ทอประกายลึกซึ้งตอนก้มลงมาจูบมือเธออย่างแผ่วเบา... มันเป็นสายตาของคนตกอยู่ในภวังค์รักจริงๆ จนน่ากลัว
มัสยารีบชักมือกลับ ซุกซ่อนไว้ใต้ต้นขาอย่างรวดเร็วด้วยความรู้สึกผิด หญิงสาวเบือนหน้าหนีออกไปมองวิวนอกหน้าต่างรถตู้ที่ติดฟิล์มดำมืด พยายามเรียกสติเพื่อขับไล่ความรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้องที่กำลังก่อตัวขึ้นเงียบๆ
'ท่องไว้แป้งร่ำ... มันคือการแสดง มันคือคอนเทนต์ มันคือเงินสิบล้าน และมันคือเงินเดือนเด็กๆ ในทีม!'
เธอสะกดจิตตัวเองซ้ำไปซ้ำมา โดยหารู้ไม่ว่า... กติกาของรายการในวันพรุ่งนี้ จะทำลายเส้นแบ่งระหว่าง 'การแสดง' และ 'ความรู้สึกจริง' ให้พังทลายลงเร็วกว่าที่คิด! และศัตรูอันดับหนึ่งอย่างภคพงษ์ ก็เริ่มจะเล่นนอกบทบาทจนหัวใจของเธอรับมือแทบไม่ทัน!
