ตอนที่ 3 กล้องเดินปุ๊บ ผัว(ปลอม)ปั๊บ - 1
ความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศในห้องแต่งตัวระดับวีไอพี ไม่ได้ช่วยดับอุณหภูมิความคุกรุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากคนสองคนที่นั่งอยู่คนละมุมห้องได้เลยแม้แต่น้อย
มัสยา หรือ ‘แป้งร่ำ’ นั่งหลังตรงแหน่วอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ปล่อยให้ช่างแต่งหน้าเติมสีสันลงบนเปลือกตาอย่างขะมักเขม้น นัยน์ตากลมโตที่ถูกกรีดอายไลเนอร์จนโฉบเฉี่ยวจดจ้องเงาสะท้อนของใครบางคนในกระจกอย่างไม่วางตา
ผู้ชายร่างสูงใหญ่ในชุดสเวตเตอร์ถักสีครีมสวมทับเชิ้ตสีขาวที่ดูนุ่มละมุนขัดกับนิสัยดิบเถื่อนของเจ้าตัว ‘โป้ง’ นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีน้ำตาลฝั่งตรงข้าม สายตาคมกริบจดจ่อกับหน้าจอสมาร์ตโฟน ท่าทางผ่อนคลายเหมือนกำลังนั่งเล่นอยู่ในห้องนั่งเล่นบ้านตัวเอง ไม่สะทกสะท้านกับคำด่าทอที่เพิ่งสาดใส่กันเมื่อวานเลยสักนิด
'เตรียมตัวอ้วกไว้ได้เลยคุณอินฟลูฯ... เพราะพรุ่งนี้... ผมจะเล่นบทแฟนคลั่งรัก ให้คุณขนลุกจนแทบบ้าเลยล่ะ'
ประโยคทิ้งท้ายที่กระซิบชิดใบหูพร้อมรอยยิ้มร้ายกาจของหมาป่าห่มหนังแกะคนนั้น ยังคงตามหลอกหลอนมัสยามาจนถึงวินาทีนี้ เธอเกลียดความมั่นหน้าของเขา เกลียดท่าทางกวนอวัยวะเบื้องล่างที่แสดงออกผ่านความนิ่งเฉย เกลียดทุกอย่างที่เป็นนายภคพงษ์!
'ไอ้ปลากระพงเน่า ไอ้คนหน้าไหว้หลังหลอก เก่งแต่วิจารณ์คนอื่นลับหลัง พอต้องมาอยู่หน้ากล้องก็คงแข็งเป็นสากกะเบือล่ะสิไม่ว่า'
หญิงสาวพึมพำก่นด่าเบาๆ ในลำคอชนิดที่แทบจะอ่านปากไม่ออก
แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะมีเรดาร์จับรังสีอำมหิตได้ไวเกินมนุษย์ โป้งละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ นัยน์ตาสีรัตติกาลตวัดฉับมองผ่านเงาสะท้อนในกระจกปะทะเข้ากับสายตาของเธออย่างพอดิบพอดี
มุมปากหยักของชายหนุ่มกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา... เป็นรอยยิ้มที่ปราศจากความเป็นมิตรเจือปน มันคือรอยยิ้มเยาะเย้ยที่บอกเป็นนัยว่า 'ด่าไปเถอะ เพราะเดี๋ยวเธอจะได้รู้ว่านรกของจริงเป็นยังไง'
มัสยาเม้มริมฝีปากแน่น เชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้
"พี่แป้งร่ำ พี่โป้งคะ สแตนด์บายเข้าเซตในห้านาทีนะคะ!"
เสียงผู้ช่วยผู้กำกับที่เปิดประตูพรวดเข้ามา ทำลายสงครามประสาทไร้เสียงลงชั่วคราว ช่างแต่งหน้ารีบปัดแป้งฝุ่นเซตอัปเป็นขั้นตอนสุดท้าย ก่อนมัสยาจะผุดลุกขึ้นยืน จัดระเบียบชุดเดรสสีแชมเปญที่ขับผิวให้ดูเปล่งปลั่ง สูดลมหายใจลึกเพื่อเรียกสติและวิญญาณอินฟลูเอนเซอร์มืออาชีพกลับเข้าร่าง
'แค่สามเดือน แป้งร่ำ... ท่องไว้ว่าสิบล้าน ท่องไว้ว่าเพื่อเงินเดือนลูกน้อง!'
หญิงสาวเดินเชิดหน้าตรงไปยังประตูห้องแต่งตัว โดยมีร่างสูงของโป้งเดินล้วงกระเป๋าตามมาติดๆ ระยะห่างระหว่างพวกเขามีมากกว่าหนึ่งเมตร บรรยากาศอึดอัดและเย็นชาชนิดที่ใครเดินผ่านก็ต้องขนลุกซู่
เซตถ่ายทำรายการถูกเนรมิตขึ้นให้กลายเป็นห้องนั่งเล่นสไตล์โคซีที่ดูอบอุ่นและโรแมนติก แสงไฟสีวอร์มไวท์สาดส่องลงมาตกกระทบโซฟาบุนวมสีครีมตัวใหญ่ พิธีกรสาวอารมณ์ดีประจำรายการยืนส่งยิ้มกว้างรออยู่หน้ากล้องแล้ว
"ห้า... สี่... สาม... สอง... แอ็กชัน!"
ไฟสีแดงดวงเล็กบนหัวกล้องหลักสว่างวาบขึ้น เป็นสัญญาณว่าการบันทึกภาพเริ่มต้นขึ้นแล้ว
เสี้ยววินาทีนั้นเอง...
พรึ่บ!
มัสยาผวาตกใจเมื่อจู่ๆ ร่างสูงใหญ่ที่เดินรั้งท้ายอยู่เป็นเมตร ก้าวพรวดเดียวเข้ามาประชิดตัว ท่อนแขนแกร่งสอดเข้าที่เอวคอดกิ่วอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมชาติ ก่อนจะออกแรงรวบร่างบางให้ขยับเข้าไปแนบชิดกับแผงอกกว้างจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศลอดผ่าน
"อ๊ะ..."
หญิงสาวหลุดเสียงร้องอุทานเบาๆ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความช็อก ร่างกายแข็งทื่อเป็นหินไปชั่วขณะ
สัมผัสกะทันหันทำเอาสมองประมวลผลไม่ทัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมผสานระหว่างมินต์และเปลือกไม้หอมลอยแตะจมูกชัดเจนกว่าทุกครั้ง ไอความร้อนจากร่างกายเขาทะลุผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนเธอรู้สึกรุ่มร้อนไปทั้งผิวหน้า
แต่สิ่งที่ทำให้มัสยาช็อกที่สุด ไม่ใช่การจู่โจมทางร่างกาย... แต่มันคือ 'รอยยิ้ม' ของคนข้างๆ!
ใบหน้าคมคายที่เคยมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยามและเย็นชาเมื่อห้านาทีก่อน บัดนี้ถูกสวมทับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นและละมุนละไมที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะมอบให้ผู้หญิงที่รักได้ นัยน์ตาสีเข้มจัดทอประกายวิบวับ แผ่รังสีไมโครเวฟบอยออกมาจนทีมงานสาวๆ หลังกล้องพากันกลั้นเสียงกรี๊ด
'นี่มันบ้าอะไรเนี่ย! ไอ้หมอนี่มันผีเข้าหรือไง!'
มัสยากรีดร้องในใจ ร่างกายยังคงแข็งทื่อทำตัวไม่ถูก
หมับ
ในมุมอับที่กล้องแพนไปไม่ถึง นิ้วเรียวยาวของโป้งที่โอบรัดเอวบางอยู่ แอบออกแรงบีบเค้นลงบนเนื้อนุ่มเบาๆ เป็นจังหวะ ส่งกระแสไฟฟ้ามาเตือนสติคนที่กำลังยืนช็อกให้รีบตื่นจากภวังค์
มัสยาสะดุ้งตกใจอีกรอบ เธอช้อนสายตาขึ้นมองคนตัวสูงที่กำลังก้มมองด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ แต่ในรอยยิ้มนั้นกลับซ่อนแววตาท้าทายอ่านได้ชัดเจนว่า 'จะเล่นต่อ หรือจะยอมแพ้ให้เรตติ้งพังตั้งแต่เทปแรก'
'ไอ้บ้าเอ๊ย! คิดว่าตัวเองเล่นละครเก่งอยู่คนเดียวหรือไง!'
เลือดนักสู้ในกายอินฟลูเอนเซอร์สาวสูบฉีด มัสยาปรับสีหน้าอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากอิ่มเคลือบกลอสสีพีชคลี่ออกเป็นรอยยิ้มหวานหยดย้อยที่พร้อมจะละลายใจคนดูทั้งประเทศ เธอเอียงคอซบลงบนลาดไหล่กว้างของโป้งอย่างออดอ้อน ภาษากายเปลี่ยนจากความแข็งขืนเป็นการพึ่งพิงอย่างแนบเนียนสมบูรณ์แบบ
"สวัสดีค่ะทุกคน แป้งร่ำนะคะ"
หญิงสาวทักทายหน้ากล้องด้วยน้ำเสียงสดใสไร้ที่ติ
"สวัสดีครับ ผมโป้งครับ"
ชายหนุ่มรับไม้ต่อด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวล ก่อนจะกระชับอ้อมแขนที่โอบเอวเธอให้แน่นขึ้นอีกนิด
"ฝากเนื้อฝากตัว... และฝากความรักของเราสองคนด้วยนะครับ"
การสัมภาษณ์เปิดตัวเริ่มต้นอย่างลื่นไหลบนโซฟาสีครีมตัวใหญ่ มัสยาและโป้งนั่งเบียดกันชนิดที่ต้นขาแนบชิดติดกันตลอดเวลา ทุกครั้งที่พิธีกรยิงคำถาม โป้งจะเป็นฝ่ายตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มละมุน พร้อมกับคอยจ้องมองมัสยาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ จนมัสยาแอบขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"คำถามนี้แฟนคลับทางบ้านส่งมาเยอะมากเลยค่ะคุณโป้ง คุณแป้งร่ำ..."
พิธีกรสาวจีบปากจีบคอถามด้วยความตื่นเต้น
"ทุกคนรู้กันดีว่าก่อนหน้านี้ พวกคุณสองคนมีประเด็นเป็น 'คู่กัด' ที่ดูยังไงก็ไม่น่าจะมาบรรจบกันได้... แล้วไปทำอีท่าไหนคะ จากศัตรูเบอร์หนึ่ง ถึงได้สปาร์กกันจนกลายมาเป็นคู่รักคลั่งรักได้ขนาดนี้"
มัสยาแอบลอบกลืนน้ำลาย คำถามนี้พีดีแพตตี้ไม่ได้บรีฟมาล่วงหน้า เธอเตรียมจะอ้าปากตอบแบบเลี่ยงๆ เพื่อรักษาความปลอดภัยให้ตัวเอง
แต่ว่า...
