ตอนที่ 2 เซ็นสัญญาสงบศึก (ชั่วคราว) - 2
ทั้งสองคนยืนจ้องหน้ากันชนิดที่ไม่มีใครยอมถอยแม้แต่เซนติเมตรเดียว บรรยากาศในห้องประชุมเดือดพล่านจนแทบระเบิด ทว่าในความขัดแย้งดุเดือดนั้น กลับมี 'แรงดึงดูด' บางอย่างมองไม่เห็นกระแสไฟฟ้าสถิตแล่นเปรี๊ยะรอบตัว
มัสยาสัมผัสได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากแผงอกกว้าง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นมินต์เย็นๆ ลอยแตะจมูก เป็นกลิ่นที่ดุดันแต่อันตราย ขณะเดียวกัน โป้งก็แทบละสายตาไปจากริมฝีปากอิ่มสีพีชที่กำลังเม้มแน่นด้วยความดื้อรั้นนั้นไม่ได้ กลิ่นหอมหวานคล้ายวานิลลาจากตัวเธอทำเอาเขาเผลอกลืนน้ำลายลงคอฝืดเคือง
'ยัยนี่... เวลายืนมองใกล้ๆ แล้วมัน...'
ปัง!!
เสียงฝ่ามือตบลงบนแฟ้มปกดำเสียงดังสนั่น ดึงสติคนทั้งคู่ให้ผละออกจากกัน พีดีแพตตี้ที่นั่งดูงิ้วสดอยู่นานลุกขึ้นยืนกอดอก แววตาโปรดิวเซอร์สาวเปล่งประกายความพึงพอใจปิดไม่มิด
"จบโหมดโต้วาทีได้หรือยังคะ หนุ่มสาว" แพตตี้ปรายตามองทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มเหนือกว่า "เคมีเคใจตอนด่ากันนี่มันอร่อยจริงๆ ฉันล่ะอยากจะสั่งให้ตากล้องมาตั้งกล้องถ่ายซะเดี๋ยวนี้เลย"
มัสยาเม้มปาก หันหน้าหนีไปทางอื่นอย่างหัวเสีย ขณะที่โป้งล้วงมือกลับเข้ากระเป๋ากางเกง ตีหน้านิ่งสนิทตามเดิม
"ฉันไม่สนหรอกนะว่าพวกคุณจะมีแผลเก่าอะไรกันมา หรือจะเกลียดกันเข้ากระดูกดำแค่ไหน" แพตตี้เริ่มร่ายกฎเหล็ก น้ำเสียงจริงจังและเฉียบขาดขึ้นทันที "แต่จำเอาไว้ว่า ตอนนี้พวกคุณกำลังยืนอยู่บนปากเหวทั้งคู่... แป้งร่ำ ถ้าคุณก้าวออกจากห้องนี้ไปโดยไม่เซ็นสัญญา บริษัทของคุณจะล้มละลายภายในวันศุกร์นี้ ลูกน้องสิบกว่าชีวิตจะตกงานทันที"
มัสยาชะงัก ไหล่บางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อถูกจี้เข้าจุดตาย
"ส่วนคุณ... โป้ง" แพตตี้หันไปหาชายหนุ่ม แววตาท้าทาย
"ถ้าเดินหนีไป ช่องยูทูบที่ปั้นมากับมือจะถูกเอเจนซีเททิ้ง สปอนเซอร์จะแบนถาวร เพราะความขวางโลกที่ภูมิใจนักหนา"
โปรดิวเซอร์สาวเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความกดดันอันหนักอึ้งทำหน้าที่ของมัน
"แต่ถ้าพวกคุณเซ็น... แป้งร่ำ คุณจะได้สิบล้านไปล้างหนี้และได้ภาพลักษณ์ใหม่ โป้ง คุณจะได้ฐานแฟนคลับกลุ่มใหม่และลบภาพยูทูบเบอร์ปากหมาทิ้งซะ... ทุกอย่างที่สูญเสียไป คุณจะได้มันคืนทั้งหมด ขอแค่ยอมกลืนน้ำลายตัวเองแล้วสวมบทคู่รักให้เนียนที่สุด... เอาล่ะ เลือกเอา"
แพตตี้เลื่อนปากกาสีเงินสองด้ามไปหยุดตรงหน้าคนทั้งคู่
ห้องประชุมกลับมาเงียบสนิทอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงของมัสยาและโป้ง ทั้งคู่หันมามองหน้ากัน แววตาเต็มไปด้วยความจงเกลียดจงชังไม่มีใครยอมใคร
'เกลียด... ฉันเกลียดไอ้ผู้ชายหน้าตายนี่ที่สุด!'
มัสยาคิดในใจ ฟันซี่เล็กกัดริมฝีปากล่างแน่น
'ดาราพลาสติกหิวเงินเอ๊ย... ทนมองหน้ายัยนี่ไปได้ยังไงตั้งสามเดือนวะ'
โป้งด่าในใจ กรามขบกันจนปวด
แต่ท้ายที่สุดแล้ว เดิมพันชีวิตมันก็หนักอึ้งเกินกว่าจะปล่อยให้อีโก้ทำลาย
มัสยาและโป้งเอื้อมมือออกไปหยิบปากกาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ปลายปากกาจรดลงบนแผ่นกระดาษ เซ็นชื่อลงไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง
แกร๊ก
โป้งโยนปากกาทิ้งลงบนโต๊ะเป็นคนแรก ชายหนุ่มหมุนตัวเตรียมเดินออกจากห้อง แต่แล้วชะงักฝีเท้า หันกลับมาหามัสยาที่เพิ่งเซ็นเสร็จ
ร่างสูงใหญ่ก้าวประชิดตัวหญิงสาวอย่างรวดเร็วจนแนนที่นั่งข้างๆ ต้องรีบขยับถอย โป้งโน้มใบหน้าลงมาใกล้... ใกล้จนมัสยาสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดใบหู หญิงสาวตาโต ตัวแข็งทื่อ สองเท้าถูกตรึงไว้กับพื้นไม่กล้าแม้แต่จะขยับหนี
ริมฝีปากหยักได้รูปกระซิบชิดริมใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นจับขั้วหัวใจ
"เตรียมตัวอ้วกไว้ได้เลยคุณอินฟลูฯ..."
เขาปรายตามองเสี้ยวหน้าสวยที่กำลังตื่นตระหนก มุมปากยกยิ้มร้ายกาจ
"เพราะพรุ่งนี้... ผมจะเล่นบทแฟนคลั่งรัก ให้ขนลุกจนแทบบ้าเลยล่ะ"
พูดจบ โป้งก็ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง หมุนตัวเดินล้วงกระเป๋าออกจากห้องประชุม ทิ้งให้มัสยายืนกำหมัดแน่น ตัวสั่นเทิ้มไปด้วยความโกรธพุ่งปรี๊ดถึงขีดสุด
เส้นฟางความอดทนของเจ้าหญิงบิวตี้ขาดผึง!
"ไอ้บ้า! อ่ะ ไอ ไอ้ ไอ้ปลากระพง!!"
มัสยาแผดเสียงด่าไล่หลังไปสุดเสียงไม่สนรักษาภาพลักษณ์ใดๆ ทั้งสิ้น ชื่อจริงของเขาคือภคพงษ์ แต่สำหรับเธอตอนนี้ เขาคือไอ้ปลากระพงเน่าที่น่าเอาไปทอดน้ำปลาที่สุดในโลก!
ร่างสูงที่เพิ่งก้าวพ้นประตูไปชะงักนิดหนึ่ง แต่ไม่ได้หันกลับมา ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะ 'หึ' สั้นๆ ในลำคอที่ลอยตามลมมาให้คนฟังยิ่งโมโหเต้นเร่า
สงครามสาดความหวาน (อาบยาพิษ) กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!
