บท
ตั้งค่า

-14- เซ้าซี้

#ไอติม#

วันนี้ฉันกลับมาใช้ชีวิตตามปกติจากที่เมื่อวานอยู่ดีไม่ว่าดีดันหาเรื่องใส่ตัว ขอให้ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะได้เจอผู้ชายอย่างเขา ส่วนเรื่องรถที่ไม่ให้เขารับผิดชอบเพราะฉันไม่อยากเจอเขาอีก อยากให้ทุกอย่างจบแค่เมื่อวานถือว่าฟาดเคราะห์คราวซวยไปละกัน ฉันได้โทร. คุยกับพี่นนท์ช่างที่สนามของพ่อติณเรียบร้อยแล้ว และขอให้พี่นนท์ช่วยจัดการรถให้และบางส่วนฉันอาจจะลงมือทำเอง ถือว่าได้ฝึกวิชาที่ได้เรียนมาจากพ่อติณไปในตัว แต่ก็ต้องมีช่างฝีมือดีอย่างพี่นนท์ค่อยช่วยบอก ฉันกำชับกับพี่นนท์ ห้ามบอกพ่อติณส่วนรถเราจะทำการซ่อมรีโนเวตร่องรอยทุกอย่างกันที่อู่ลับ ช่วงนี้ฉันคงต้องใช้รถของแม่อิ้งไปก่อนระหว่างรอรถตัวเอง

ครืด ครืด ~~

Calling | Japan

[มึงเป็นไงบ้างวะ] ทันทีที่กดรับสายเจแปนก็เอ่ยถามขึ้นทำเอาฉันงุนงง อะไรฉันเป็นอะไร ก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่

"เป็นอะไร ไม่เป็นอะไรทั้งนั้นอะ อ๋อๆ เป็นไอติมคนสวยคนเก่งคนเดิม" ฉันเอ่ยพูดทีเล่นทีจริงกลับไป แต่น้ำเสียงของเจแปนกลับดูจริงจังจนฉันแปลกใจ

[ไม่ต้องมาเฉไฉเลย เมื่อวานหายไปไหนกับใครมา] เจแปนรู้เหรอ แต่ฉันไม่ได้บอกใครเลยนะ

"อ๋อ...เมื่อวานที่รีบกลับก่อนแล้วไม่ได้รอใช่ไหม อาตาต้านัดไปซื้อของขวัญให้คุณปู่น่ะ โทษทีรีบเลยไม่ได้บอก" เจแปนคงไม่รู้เรื่องที่ฉันไปกับพี่พอร์ชหรอกมั้ง นางอาจจะหมายถึงเมื่อวานตื่นมาแล้วไม่เจอฉันอะไรประมาณนี้มากกว่า

[อย่ามาโกหกฉันรู้เรื่องหมดแล้ว]

"รู้อะไร" ฉันเอ่ยถามขึ้นเพราะอยากรู้ว่าเรื่องที่เจแปนรู้มาใช่เรื่องเดียวกันกับที่ฉันกำลังนึกรึเปล่า

[รู้ว่าเมื่อวานแกไปไหนทำอะไรกับใครมาน่ะสิ]

"พูดอะไรไร้สาระ แค่นี้นะเจอกันที่มหาลัย"

[เดี๋ยว...] ฉันไม่ได้รอฟังต่อว่าเจแปนจะพูดอะไรต่อเพราะเลือบมองดูเวลา ขืนคุยต่อไม่จบแน่ๆ ถึงเจแปนจะรู้หรือไม่รู้ มันก็ไม่มีอะไรหรอก แต่ถ้าไม่รู้ได้ก็ยิ่งดี ฉันเลยกดตัดสายไป ยังไงเดี๋ยวก็ต้องเจอกันอยู่ดี ค่อยคุยกันทีเดียว

ฉันขับรถออกจากคอนโดจนมาถึงสนาม วันนี้ฉันไม่ได้เข้าด้านหน้าเหมือนทุกครั้ง เพราะกลัวพ่อติณมองมาจากด้านในออฟฟิศแล้วเห็น จนขับมาจอดรถที่อู่ลับ และเดินไปที่โรงรถ เข้าไปหยิบกุญแจแล้วนำรถของคุณแม่ออกมาใช้แทน ก่อนจะขับรถมาจอดหน้าออฟฟิศเพื่อเข้าไปบอกพ่อติณให้รับรู้ว่าฉันเอารถของแม่อิ้งออกมาใช้เป็นการขออนุญาติ

"ไอติมมาตั้งแต่เมื่อไหร่ลูก เมื่อวานพ่อโทร. ไปเห็นไม่รับเลย" ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาถึงพ่อติณก็เอ่ยถามขึ้นทันที

"พอดีไอเผลอไปกดปิดเสียงไว้น่ะค่ะก็เลยไม่ได้ยิน วันนี้ไอขอเอารถแม่อิ้งไปใช้นะคะ"

"ขับออกมาขนาดนี้ไม่ต้องขอแล้วมั้ง" พ่อติณยกยิ้มมุมปากทั้งมองไปยังรถที่จอดอยู่หน้าออฟฟิศ

"แฮ่ะๆ ก็รู้ไงคะว่ายังไงพ่อติณสุดหล่อของไอก็อนุญาต ถ้างั้นไอไปเรียนก่อนดีกว่า สวัสดีค่ะ ฝากบอกแม่อิ้งด้วยนะคะ" ฉันมักจะสลับเอารถแม่อิ้งออกมาใช้อยู่บ่อยๆ เพราะว่ามันนั่งสบายกว่า อย่างที่รู้กันรถฉันถูกแปลงสภาพให้เป็นรถแข่ง มันเหมาะกับการแข่งใช้ความเร็ว ตัดเรื่องความสะดวกสบายออกไปได้เลย

"ครับ เดี๋ยวพ่อบอกให้ คืนนี้นอนไหน"

"ยังไม่แน่ใจเลยค่ะ แต่ไม่ต้องรอนะคะทานข้าวกันก่อนได้เลย" บ้านเราถึงจะงานยุ่งขนาดไหนแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือมื้อเย็นที่แม่อิ้งมักให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ท่านไม่ชอบการนั่งกินข้าวคนเดียว ถ้าวันไหนที่พ่อติณติดงานยุ่งจนไม่มีเวลากินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันก็เตรียมโดนแม่อิ้งงอนได้เลย

"ขับรถดีดี ไม่ต้องเร็วมาก อย่าให้ใบสั่งมาถึงพ่อนะ" ทำเอาฉันที่กำลังจะเปิดประตูชะงักหันมาหาพ่อติณอีกครั้ง

"ถ้ามาก็ฝากพ่อติณแอบแม่อิ้งให้หน่อยนะ" ฉันพูดทั้งเดินกลับไปหาพ่อติณที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานโน้มตัวเข้าไปกอดคอหอมแก้มท่านอย่างออดอ้อนกลบเกลื่อนความผิดของตัวเอง

ฟอด~

"ไม่ต้องมาอ้อนเลยตัวแสบ"

"นะคะ~ ครั้งสุดท้ายแล้ว เพราะรถแม่อิ้งขับเร็วไม่ได้ แฮ่ะๆ" ฉันยิ้มแห้งตอบกลับจนพ่อติณส่ายหน้าเบาๆ

"ไปเรียนได้แล้ว"

"ค่ะ ไปก็ได้ สวัสดีค่ะคุณพ่อสุดหล่อ"

ฟอด ~

ฉันหอมแก้มท่านอีกครั้งก่อนจะออกมาขึ้นรถและขับมามหาวิทยาลัยแต่ขณะจอดรถหน้าตึกสายตาหันไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งซึ่งลักษณะท่าทางค่อนข้างที่จะคล้ายพี่พอร์ชมากๆ หรือว่าฉันจะตาฝาด พยายามเพ่งมองดูดีดีอยู่หลายครั้ง แต่ยังไงก็ใช่พี่พอร์ช เขาเรียนมหาวิทยาลัยนี้ด้วยเหรอ ทำไมฉันพึ่งเคยเห็น แต่เขาใส่ชุดมหาวิทยาลัยฉันเดินขึ้นตึกคณะรัฐศาสตร์ ทำไมโลกมันกลมขนาดนี้วะ

ฉันรอจนพี่พอร์ชเดินหายลับเข้าไปในตึกรัฐศาสตร์ก่อนที่ตัวเองจะหยิบหนังสือและเดินขึ้นไปเรียนจนเข้ามาถึงห้องก็เจอเจแปนอลินนั่งรออยู่ ฉันทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ได้ถามถึงเรื่องที่เราคุยกันผ่านโทรศัพท์ เข้าไปนั่งเตรียมชีตเตรียมปากการออาจารย์เข้ามาสอน

"ยัยไอ"

"ฮะ อะไร" ฉันลิกคิ้วขึ้นหันไปมองเจแปนที่เอ่ยเรียกอย่างปกติที่ทำ

"จะไม่บอกจริงดิ" อุตส่าห์ตีเนียนทำลืม จนได้สินะ

"มันไม่มีอะไรไง"

"โอเคได้ ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้พี่โจ้รับปริญญา ตกดึกมีงานฉลอง พี่โจ้ขอให้แกไปจัดเพลงให้แกคงไปได้ไม่มีปัญหาใช่ไหม"

"พรุ่งนี้เลยเหรอ ฉันยังไม่รับปากได้ไหมว่าไปได้รึเปล่า" อลินที่นั่งฟังอยู่พูดแทรกขึ้น จนเจแปนละสายตาจากฉันไปหาอลิน

"อ้าว ทำไมอะ แกไปไหน"

"เอ่อ...พอดี...พรุ่งนี้ฉันติดธุระกับพี่อิทธ์"

"อ๋อ โอเคได้ๆ ไม่เป็นไร แต่...ไอติมคงไม่ได้" เจแปนพูดทั้งหันกลับมามองหน้าฉันเหมือนเป็นคำสั่งไม่ใช่คำถาม

"แกก็รู้ว่างานที่มีผู้ชายฉันไม่ชอบ แล้วก็..." ไม่ทันที่ฉันจะได้พูดจบเจแปนก็เอ่ยพูดแทรกขึ้น

"พี่พอร์ชงั้นเหรอ" ฉันถอนหายใจอย่างรู้สึกเหนื่อยหน่าย เจแปนมันรู้ทั้งรู้ว่าฉันไม่อยากเจอหน้าผู้ชายคนนั้นขนาดไหนแต่ก็ยังจะให้ฉันไป ปกติฉันไม่ต้องพูดอะไรเยอะเจแปนมันก็รู้สิ่งที่ฉันคิด ทำไมวันนี้มันถึงเซาซี้จัง

"อืม ฉันไม่ไปฝากขอโทษพี่โจ้ด้วย" ฉันพูดแล้วหันมาเล่นโทรศัพท์เพื่อจะตัดบทสนทนาระหว่างฉันกับเจแปน

"มันคงจะได้อยู่หรอกนะ ถ้าเมื่อวานแกไม่เข้าไปช่วยพี่พอร์ช แกรู้ไหมว่าตอนนี้แกตกอยู่ในอันตราย" เรื่องนี้อีกแล้วเหรอ เมื่อวานที่ฉันต้องค้างคืนกลับบ้านไม่ได้ก็เพราะไอ้อันตรายบ้าบอนี่ แล้วยังไงเพราะว่าคำว่าอันตรายคำเดียว ฉันจะต้องวนเวียนอยู่ใกล้เขาอย่างนั้นเหรอ

"แล้วถ้าฉันเข้าไปยุ่งวนเวียนกับพี่พอร์ชบ่อยๆ แกคิดว่าฉันจะปลอดภัยเหรอเจแปน" ฉันอาจจะตกอยู่ในอันตรายแต่เมื่อวานคนร้ายมันไม่ได้เห็นหน้าฉัน มันเห็นแค่รถซึ่งตอนนี้ฉันก็เปลี่ยนรถแล้วมันก็ถือว่าไม่มีอะไร แต่ถ้าการที่ฉันไปวนเวียนกับเขานั่นแหละคือสิ่งที่จะทำให้ฉันซวยแล้วซวยอีก ซวยซ้ำซวยซ้อน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel