บท
ตั้งค่า

-15 - แปลกๆ

แต่เดี๋ยวนะ พี่โจ้รับปริญญางั้นเหรอ ถ้าพี่โจ้รับปริญญาแล้วพี่พอร์ชล่ะ เขาสองคนรุ่นเดียวกันนี่ แต่เมื่อเช้าทำไมฉันเห็นพี่พอร์ชเขายังใส่ชุดนักศึกษามาเรียนอยู่เลย

"เจแปน แกบอกว่าไปงานอะไรนะ" ฉันเอ่ยถามเจแปนขึ้นอีกครั้ง พี่โจ้รับปริญญาพี่พอร์ชก็ต้องรับดิ แต่เมื่อเช้าที่ฉันเห็นเหมือนกับคนที่กำลังจะขึ้นเรียนอะ

"เลี้ยงฉลองงานรับปริญญาพี่โจ้ คืองี้พี่โจ้เรียนจบไปปีนึงแล้ว แต่พึ่งได้รับปริญญาแล้วเหมือนกับพี่โจ้ขี้เกียจที่จะเข้าพิธีรับปริญญา เลยเลือกที่จะจัดฉลองกันเอง แกไปจัดเพลงให้พี่ฉันหน่อยนะ พี่โจ้มีเรื่องจะคุยกับแกเรื่องพี่พอร์ชด้วย นะนะไอติมขอร้อง" ฉันไม่ได้สนใจหรืออยากรู้เรื่องที่เจแปนกำลังบอก แต่สิ่งที่ฉันอยากรู้คือ

"พี่โจ้กับพี่พอร์ชเรียนจบพร้อมกันปะ" ฉันเอ่ยถามเจแปนขึ้นให้หายสงสัย

"พร้อมดิ มหาลัยเดียวกัน" มหาลัยเดียวกันงั้นเหรอแล้วที่ฉันเห็นเมื่อเช้าล่ะ

"มหาลัยเดียวกัน! พี่พอร์ชไม่ได้เรียนมหาลัยเดียวกับเราเหรอ"

"แกจะบ้าเหรอ หรืออยากเจอพี่พอร์ชขนาดนั้น" เจแปนพูดเสียงแซว ใครจะไปอยากเจอ เจอเขากี่ครั้งชีวิตฉันก็มีแต่หายนะ

"แกก็รู้ แต่เมื่อเช้าฉันเจอพี่พอร์ชที่คณะรัฐศาสตร์มหาลัยเรา" ฉันบอกเจแปนไปตามสิ่งที่เห็นเผื่อเพื่อนจะรู้ว่าพี่พอร์ชมาทำอะไร แล้วทำไมฉันถึงต้องอยากรู้เรื่องผู้ชายนั้นด้วย

"มามหาลัยเราก็ใช่ว่าจะมาเรียนอย่างเดียวไหมคะ พี่พอร์ชอาจจะมาหาใคร หรือมารับส่งสาวงี้" มารับผู้หญิงอย่างนั้นเหรอ หรือหนังสือที่เขาถือจะเป็นของแฟน เอามาให้แฟนงี้แต่ก็ช่างเถอะ เขาจะมาทำอะไรก็เรื่องของเขาไม่ใช่เรื่องของฉันสักหน่อย ทำไมต้องเก็บเอาเรื่องของเขามาคิดให้รกสมอง

"สรุป แกไปนะ" ฉันนั่งเงียบใช้ความคิดอีกครั้งว่าควรจะไปหรือไม่ไปดี

"ไปก็ได้แต่ฉันไม่ดื่ม จัดเพลงเสร็จแล้วกลับ บนเวทีฉันขอจัดเพลงคนเดียว ดีเจประจำร้านไม่ต้อง" ฉันยื่นข้อเสนอ สถานที่ฉันไม่คุ้นเคย ฉันก็ขอเซฟตัวเองไว้ก่อน ขึ้นชื่อว่าที่ที่มีแต่ผู้ชายเอาจริงมันไม่น่าเข้าไปเลย อันตรายรอบตัว

"เออๆ แบบนั้นก็ได้"

"แกรู้ไว้เลยนะ นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่แกขอให้ฉันไปที่แบบนี้แล้วฉันไปให้" เจแปนมักชอบชวนฉันออกไปเที่ยวกลางคืนอยู่บ่อยๆ แต่มันก็มีไม่กี่ครั้งที่ฉันยอมไป เพราะทนความเซ้าซี้ของเพื่อนไม่ไหว ตัดรำคาญ เหตุผลที่เจแปนชวนแต่ละครั้งก็อ้างว่าให้ฉันไปเปิดหูเปิดตา เปิดใจให้ผู้ชายคนอื่นๆ เข้ามาในชีวิตบ้าง แต่ยิ่งเจแปนชวนไปเท่าไหร่ ภาพที่เห็นในผับในบาร์มันก็ยิ่งทำให้ฉันไม่ไว้ใจผู้ชายมากขึ้น

"เออๆ โอเคๆ ครั้งสุดท้ายก็ครั้งสุดท้าย" เจแปนตอบก่อนที่อาจารย์จะเข้ามาเริ่มสอน เราเลยเลิกคุยหันไปสนใจสิ่งที่อาจารย์กำลังสอนจนกระทั่งจบคลาส แต่สิ่งที่ทำให้แปลกใจ คืออลิน ที่เก็บข้าวของทุกอย่างก่อนที่จะหมดเวลาซะอีก เหมือนกำลังจะรีบไปไหน

"อลินเดี๋ยวไปหาอะไรกินกันก่อนไหม" เจแปนเอ่ยพูดกับอลิน

"ไม่ดีกว่าแกวันนี้ฉันรีบ" ทำเอาฉันขมวดคิ้วงุนงงกับคำตอบของอลิน ปกติก็ว่างตลอดไม่ปฏิเสธ

ครืด ครืด ~~

เสียงโทรศัพท์ของอลินดังขึ้น อลินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แต่สีหน้านางคือดูตกใจ ก่อนจะกดปิดเสียงอย่างร้อนรน ไม่นานโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

ครืด ครืด ~

ครั้งนี้อลินก็กดปิดเสียงอีกก่อนจะมีเสียงแจ้งเตือนไลน์ดังขึ้น อลินมองโทรศัพท์ด้วยสายตาท่าทางที่ดูแปลกเอามากๆ

"แกเป็นอะไรรึเปล่าอลิน บอกฉันได้นะ" สีหน้าอลินดูไม่ดีทำให้อดเป็นห่วงไม่ได้ และคิดว่าอลินคงต้องมีปัญหาอะไรบางอย่างแน่ๆ

"ไม่มีอะไร"

"แน่นะ" ฉันย้ำถามอลินอีกครั้ง

"อืม ฉันไปก่อนนะ"

"ขับรถดีๆ นะถึงแล้วไลน์บอกด้วย" ไม่ทันที่อลินจะได้เอ่ยตอบฉันเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกแต่ครั้งนี้อลินกดรับ

"กำลังลงไปค่ะ"

"ไม่ได้ไป" ฉันกับเจแปนนั่งมองประสานตาไปทางอลินที่กำลังคุยโทร. ก่อนอลินจะยกมือขึ้นมาโบกลาเบาๆ พร้อมส่งยิ้มให้ฉันกับเจแปนและเดินออกจากห้องไป

"เจแปน อลินดูแปลกๆ เปล่าวะ"

"ไม่ได้แปลกเฉพาะอลิน แกก็ด้วยไอ" ทำเอาฉันคิ้วขมวดผูกกันเป็นปมไม่เข้าใจสิ่งที่เพื่อนพูด แปลกที่ว่าคืออะไร

"มีความลับทั้งสองคนเลย" พูดเสร็จก็สะบัดหน้างอนกันซะงั้น

"ไม่ได้มีความลับอะไร แค่ไม่อยากให้แกไม่สบายใจ" ถ้าให้เดาคงจะเป็นเรื่องที่เจแปนพยายามถามและอยากให้ฉันเล่าเรื่องเมื่อวาน แต่ฉันกลับไม่เล่า ก็เลยน้อยใจ ถ้าขืนเมื่อวานฉันโทร. บอกว่าถูกยิงอยู่กับพี่พอร์ชงี้ เจแปนไปหาฉันแน่ๆ ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะพาเพื่อนเข้าไปเจออันตรายอีกคน เพราะฉันก็ไม่รู้ว่าเมื่อคืนที่ที่ฉันอยู่กับพี่พอร์ชมันจะมีใครโผล่เข้ามาซุ่มยิงอีกรึเปล่า

"แกรู้ใช่ไหมว่าฉันเป็นห่วงแกแค่ไหนไอติม" เจแปนเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงเบาๆ แต่ก็รู้ว่าจริงจัง ทำเอาฉันแอบรู้สึกผิด

"ก็รู้ไง ถึงได้ไม่บอก ไปๆ หาอะไรกินกันดีกว่า" ไม่อยากจะให้บรรยากาศมันชวนอึดอัดไปมากกว่านี้ ฉันเปลี่ยนเรื่อง ออกมาหาอะไรกินกันเสร็จก็กลับบ้านและไม่ลืมแวะไปที่อู่ลับ ซึ่งก็เจอกับพี่นนท์ที่กำลังเช็กรถให้ฉันอยู่

"เป็นยังไงบ้างคะพี่นนท์"

"คุณไอติมเอารถไปทำอะไรมาครับ ทำไมรอยรถเหมือนโดนกระสุนปืน" รอยมันชัดเจนซะขนาดนั้นคงต้องบอกความจริงกับพี่นนท์

"ก็...ตามนั้นเลยค่ะ" ฉันยิ้มเจื่อนๆ ตอบกลับอย่างไม่มีคำแก้ตัวใดๆ

"แล้วบอกคุณพ่อรึยังครับ ผมว่าควรบอกนะ" ฉันรีบโบกมือพัลวัน

"บอกไม่ได้ค่ะ ไอไม่อยากให้พ่อติณเป็นห่วง"

"แล้วรู้ไหมครับว่าใครเป็นคนยิง" สีหน้าที่ดูจริงจัง ทำให้ฉันกลัวพี่นนท์ไปบอกพ่อติณแต่ก็ไม่รู้จะให้ใครช่วยทำรถให้แล้วอะ จะให้เอาไปซ่อมอู่ข้างนอก ขืนไปพ่อติณก็รู้อยู่ดี เพราะละแวกนี้ทุกอู่ก็รู้จักกับพ่อติณลุงสไปร์ทกันทั้งหมด ไม่มีใครไม่รู้จักฉันในแวดวงธุรกิจอะไหล่ยานยนต์ หรือที่เกี่ยวกับการแข่งรถรู้จักฉันหมดเพระฉันชอบตามติดพ่อติณไปคุยงานด้วย

"ไม่ทราบค่ะ แต่ที่โดนคือเขาไม่ได้ตั้งใจจะยิงรถไอหรอกค่ะ แค่ไอขับรถเข้าไปในจุดที่เขากำลังยิงกันรถไอก็เลยโดนลูกหลงไปด้วย"

"แน่ใจเหรอครับ" ฉันพยักหน้ายืนยันในคำตอบ

"ถ้าคุณติณรู้พี่จะโดนไล่ออกไหมครับเนี่ย" พี่นนท์แอบบ่นคนเดียวเบาๆ คงกลัวว่าถ้าเกิดพ่อติณรู้ว่าช่วยปิดบังเรื่องรถโดนยิงมา พ่อติณคงโกรธ

"ถ้าพ่อไล่ออก เดี๋ยวไอรับเข้าทำงานเองค่ะ ไอจะเปิดอู่แข่งกับคุณพ่อเลย" ฉันพูดหยอกล้อให้พี่นนท์คลายกังวล ขืนพ่อติณรู้ขึ้นมาจริงๆ ฉันก็คงไม่ปล่อยให้พี่นนท์โดนไล่ออกหรอก

"งานช่างมันเป็นงานหนักนะครับ จะไหวเหรอ" พี่นนท์พูดแซวกลับ ลูกนายช่างใหญ่อยู่กับอะไหล่เครื่องยนต์มาตั้งแต่จำความได้ ถ้าจะเปิดอู่ขึ้นมาจริงๆ ฉันก็มั่นใจในตัวเองพอสมควร ว่าทำได้

"ก็นี่ไงคะ ได้พี่นนท์ช่างฝีมือดีของคุณพ่อมาเป็นลูกน้องแล้วก็ไม่เห็นต้องกลัวอะไรเลย" พี่นนท์ยิ้มพลางส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะกลับไปสำรวจดูร่องรอยอีกครั้ง

"รอยที่ประตูฝั่งด้านหลังคนขับมันเยอะ พี่ว่าน่าจะต้องเปลี่ยน แล้วทำสีใหม่ครับ"

"ได้ค่ะ งั้นพี่นนท์สั่งได้เลยค่ะ ถ้าของทุกอย่างมาถึงบอกไอด้วยนะคะ"

"ได้ครับ"

"สั่งซื้อในชื่อพี่นนท์เลยนะคะ" ฉันคิดมารอบคอบแล้วเพราะถ้าใช้ชื่อฉันหรือซื้อในนามบริษัทอาจจะได้ราคาที่ถูกกว่าก็จริง แต่พ่อติณก็มีโอกาสรู้ 100% ฉันยอมจ่ายแพง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel