-13– ไม่รู้จัก
"ผมไม่รู้ครับ"
"พึ่งคบกันแน่ๆ เลย" พนักงานที่นี่ก็มโนเก่ง ถามเองตอบเอง คิดเอาเอง เออ อยากคิดอะไรก็คิดไป ผมยิ้มแห้งๆ ตอบกลับพนักงานไป
"งั้น 34 คัพ B ไหมคะไม่ใหญ่ไม่เล็ก" เธอหยิบชุดชั้นในขึ้นมาแต่คือผมไม่รู้ไง ก่อนที่ผมจะมองดูทรวดทรงของพนักงานตรงหน้า ไม่ได้จะลามก แต่กำลังนึกภาพเทียบกับสัดส่วนของไอติม ซึ่งรูปร่างพนักงานกับไอติมค่อนข้างที่จะเท่าๆ กัน จากการคาดคะเนด้วยสายตา
"ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าน้องใส่ไซซ์อะไร คือ...แฟนผมขนาดตัวประมาณน้องเลย"
"หนูเหรอคะ...36 คัพ C ค่ะ" พนักเลิกคิ้วถาม ผมพยักหน้าตอบรับ เธอดูเขินๆ อายที่บอกสัดส่วนของตัวเองกับผม แต่ผมไม่ได้คิดอะไรเลยจริงๆ สาบาน
"ครับ งั้นเอาไซซ์นี้เลย" บอกตรงๆ ตอนนี้ผมโคตรอาย ทำไมต้องมาทำอะไรแบบนี้วะเนี่ย พนักงานยื่นถุงให้ ผมรีบจ่ายเงินและออกจากร้านทันที จนกลับเข้ามาที่บ้านพอเปิดประตูเป็นขณะเดียวกับที่ไอติมเปิดประตูห้องออกมาพอดี สงสัยพึ่งตื่น
เธอมองหน้าผมนิ่งแต่กลับไม่พูดอะไร เป็นผมที่ต้องเอ่ยพูดกับเธอก่อน
"เมื่อคืนพี่ขอโทษ" ไม่มีการตอบกลับใดๆ ออกมา ไอติมจะเดินไปยังห้องน้ำเหมือนสิ่งที่ผมพูดเป็นเพียงธาตุอากาศแต่ผมก็พอจะเข้าใจได้ เลยรีบสาวเท้าเดินตามเธอไป
"ไอติม เดี๋ยวดิ"
"พี่หยุดอยู่ตรงนั้นเลย อย่าเข้ามาใกล้ไอ"
"คือ...พี่ซื้อเสื้อผ้ามาให้ เห็นเราใส่ชุดนี้มา 2 วันแล้ว" ผมยื่นถุงเสื้อผ้าให้เธอดู ไม่ได้จะทำอะไรแบบเมื่อคืนจริงๆ ไอติมยืนมองหน้าผมนิ่ง สีหน้าเธอตอนนี้มันทำให้ผมเดาไม่ออกว่าเธอกำลังคิดอะไร
"อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซะเดียวจะได้กลับกรุงเทพ" ผมพูดทั้งยื่นถุงไปที่มือเธอจนไอติมยอมรับถุงผ้าจากผม ส่วนผมก็ไปนั่งเล่นโทรศัพท์รอไอติมทำธุระส่วนตัวจนเสร็จ และผมก็เข้าไปอาบน้ำทำอะไรของผมบ้าง ก่อนที่จะออกจากที่นี่ผมได้โทร. ให้ไอ้หนึ่งให้ช่วยเช็กให้ผมแล้ว และมันก็บอกว่าทุกอย่างปกติ เมื่อวานน่าจะเป็นแค่การขู่จากพ่อของผมเท่านั้น
แต่ผมว่ารอบนี้มันไม่ใช่ พ่อจะเล่นกับผมแรงขนาดนี้เลยเหรอผมยังไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นฝีมือท่าน หรือถ้าใช่ฝีมือของท่านจริงๆ มันก็เกินไปรึเปล่าวะ ถ้าเมื่อวานพลาดนั่นคือชีวิตผมเลยนะ ผมก็ยังไม่รู้ว่าเป็นฝีมือท่านหรือฝีมือใคร ถ้ามันเป็นแบบที่ไอ้หนึ่งบอก นั่นหมายความว่าท่านคงไม่เห็นผมเป็นลูก
ขับรถกลับกรุงเทพฯ ครั้งนี้ผมเป็นคนขับกลับ ไอติมมีทีท่าไม่ค่อยพอใจแหละ แต่ผมก็ไม่สน รู้ว่าขับรถเก่งแต่ผมก็ผู้ชายจะนั่งให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายขับทั้งขามาและขากลับ มันก็ยังไงๆ อยู่
"จะให้พี่ไปส่งที่สนามแข่งหรือว่าที่ไหน" เมื่อวานผมได้ยินเธอคุยโทรศัพท์ว่าจะไปคอนโด ผมเลยเอ่ยถามเธอขึ้นอีกครั้ง
"พี่อะจะลงที่ไหน เดี๋ยวไอขับรถกลับเอง" เธอตอบผมกลับมาด้วยน้ำเสียงห้วนๆ แข็งๆ คงจะยังโกรธผมอยู่
"เอางั้นเหรอ" ผมถามย้ำอีกครั้ง ใจก็อยากไปส่งเธอให้ถึงที่ แต่ถ้าเจ้าตัวไม่โอเคผมก็ไม่อยากทำให้เธอลำบากใจ
"อืม"
"งั้นเรื่องรถที่เป็นรอยกระสุน เดี๋ยวพี่จัดการให้นะ" ดูก็รู้ว่าไอติมรักรถขนาดไหน เมื่อวานตอนที่เธอนึกได้ว่ารถโดนกระสุน เธอทำหน้าเหมือนจะร้อง ตอนแรกผมก็นึกขำแต่ก็เข้าใจ และผมยินดีที่จะรับผิดชอบทำให้รถของเธอกลับสู่สภาพเดิมไม่มีรอยขีดข่วน
"ไม่ต้อง ไอจัดการเองได้"
"ได้ไงอะ รถเราต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะช่วยพี่" ผมหันไปตอบไอติม ยังไงผมก็จะซ่อมรถเธอให้
"ถ้าอยากตอบแทน ไอขออย่างอื่นได้ไหม" ผมขมวดคิ้วชนกันอย่างครุ่นคิด หรือกลัวว่าผมจะเอารถเธอไปทำอะไร นักแข่งก็คงห่วงรถของตัวเองเป็นธรรมดา โอเคจะให้ผมชดใช้อย่างอื่นก็ได้ หรือจ่ายค่าซ่อมอะไรผมก็ยินดีหมด ถ้าเทียบกับเมื่อวานที่ไอติมเสี่ยงชีวิตเข้ามาช่วยผมเรื่องอื่นก็คงเล็กน้อยไปเลย
"ขออะไร ได้ดิ" ผมเลิกคิ้วถามไอติม พร้อมทั้งรอฟังสิ่งที่เธอต้องการอยากจะขอ
"ขอให้เราอย่าพบอย่าเจอกันอีก" สิ่งที่เธอตอบทำผมชะงัก เชี่ย! มันจุกกลางอก ไม่คิดว่าเธอจะขอแบบนี้ เกลียดผมขนาดไม่อยากเจอขนาดนั้นเลยเหรอวะ
"พี่ถามได้ไหมว่าทำไม" ผมถามถึงสิ่งที่ค้างคาใจและอยากได้คำตอบแต่เธอกลับนิ่งเงียบไม่แม้แต่จะหันมามองผม
"โอเค ถ้าเป็นสิ่งที่ไอติมอยากได้จริงๆ พี่ก็จะทำให้ งั้นถือว่าต่อจากนี้เราไม่เคยรู้จักกัน"
"ขอบคุณค่ะ" มันเป็นคำขอบคุณที่ผมรู้สึกไม่ซาบซึ้งเลยเอาจริง นั่นแทบเป็นประโยคสุดท้ายที่ผมกับไอติมพูดคุยกันบนรถ จนกระทั่งผมขับรถมาจอดหน้าคอนโด 'ทำไมวันนี้ขับถึงเร็วจังวะ' ผมอยากเอ่ยพูดอะไรกับเธอ แต่พอหันไปมองหน้าไอติมก็ได้แต่ถอนหายใจ ทั้งที่พึ่งกลับมาเจอกัน แต่นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายเหรอวะ ผมเป็นเชี่ยอะไรไม่รู้ตอนนี้ ผมจอดรถนั่งนิ่งๆ อย่างใช้ความคิดอยู่นานเป็นสิบนาที หวังว่าไอติมจะเอ่ยพูดอะไรกับผมบ้าง แต่ก็ไม่มี ผมใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มอย่างรู้สึกขัดใจ ก่อนจะถอนหายใจยาวๆ และเปิดประตูรถลง แต่ก็หันกลับไปมองไอติมเพราะเธอก็เปิดประตูรถเช่นกัน เหมือนรอว่าเมื่อไหร่ผมจะลงไปสักที แต่แค่ไม่เอ่ยพูดออกมา 'คงรำคาญผมมากสินะ' ในจังหวะที่เราเดินสวนกันที่หน้ารถ ผมตัดสินใจใช้มือจับไหล่ไอติมเพื่อจะพูดคุยกับเธออีกครั้ง
"ถึงเราจะทำเป็นไม่รู้จักกัน แต่ถ้ามีอะไรแค่ไอบอกพี่ก็พร้อมจะช่วยเสมอ พี่ยังใช้เบอร์เดิมโทร. มาได้ตลอด" นี่คงเป็นคำพูดสุดท้ายที่ผมจะให้เธอได้รับรู้ ไม่ว่าเธอจะโกรธผมเรื่องอะไร แต่ผมอยากให้เธอรู้ไว้ว่าวันหนึ่งที่เธอพอจะให้อภัยผมได้ แค่เอ่ยปากบอกผมทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติ ยังเป็นคนรู้จักพูดคุยกันได้เหมือนเดิม
ผมยืนมองรถไอติมขับออกไปก่อนที่ตัวเองจะกลับมาเคลียร์สะสางเรื่องตัวเอง
Calling | หนึ่ง
"กูถึงคอนโดแล้ว มึงแน่ใจเหรอวะว่ารอบนี้ฝีมือพ่อกู"
[เรื่องนั้นค่อยคุยกัน แต่ที่กูอยากรู้คือใครช่วยมึง]
“ไอติม”
[เมียเก่ามึงอะ]
"เมียบ้านมึงดิ แค่เคยคุย แต่ตอนนี้เป็นแค่คนที่ไม่รู้จัก หึ" ผมแค่นเสียงขึ้นในลำคอ เมื่อนึงถึงสิ่งที่ไอติมได้เอ่ยขอผมเพื่อเป็นการตอบแทนที่เธอช่วยผมวันนี้
"อะไรของมึงวะ"
" ไม่มีไร มึงอะรีบๆ มา"
"เออๆ"
