-11- เกลียด
~คร่อก
นี่มันก็ปาเข้าไปจะสามทุ่มแล้วไม่แปลกที่ท้องไส้ฉันเริ่มจะประท้วง วันนี้ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องฉันเลย ฮือออหิว หิวจนแสบท้อง ปกติฉันเห็นเจแปนทำ IF อดอาหาร 16 ชั่วโมงอยู่บ่อยๆ ทำไปได้ไงอะ นี่ฉันยังไม่ถึง 12 ชม.เลยด้วยซ้ำ หิวไส้จะขาดอยู่แล้ว ฉันหันไปมองรอบๆ รถเผื่อว่าจะมีขนมอะไรที่ลืมหยิบลงจากรถบ้าง จนเห็นเข้ากับขวดน้ำที่ได้จากการเติมน้ำมัน
"กินน้ำก่อนละกัน" ดื่มน้ำเข้าไปเยอะๆ ให้หนักๆ ท้องเผื่อมันจะช่วยบรรเทาอาการหิวได้บ้าง ฉันยกขวดน้ำขึ้นมาดื่มกรอกปากตัวเอง ดื่มจนรู้สึกไม่ไหว ไม่สามารถจะอัดมันลงไปได้แล้ว ก่อนจะค่อยๆ ปรับเบาะเอนลงเตรียมนอน พยายามข่มตาให้หลับค่อยๆ หายใจเข้าออกช้าๆ เพื่อให้ตัวเองผ่อนคลาย จะได้ง่ายต่อการเข้าสู่ห้วงนิทรา นั่นคือสิ่งที่ฉันคิด
แต่ความเป็นจริงมันไม่ใช่ ด้วยรถไม่สามารถจะสตาร์ตเครื่องได้เพราะไม่มีกุญแจ ทำให้ต้องเปิดกระจกนอน จริงอยู่ที่มันไม่ร้อนเพราะลมทะเลทำให้รู้สึกหนาว แต่แค่ความหนาวมันยังไม่พอแถมยุงมาอีก ยุงแต่ละตัวที่นี่ตัวใหญ่มาก เรียกได้ว่าแทบนอนไม่ลง จนฉันต้องลุกขึ้นมานั่งตบยุง ตบเท่าไหร่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหมด
“โอ๊ยยย คัน ฮืออออ ฉันอยากกลับบ้าน"
คร่อก ~
ท้องก็ร้องยุงก็กัดไม่ไหวแล้วเว้ย ฉันจะไม่ทน ทำไมฉันต้องมาทนอดอะไรแบบนี้ ทั้งที่ฉันเป็นคนช่วยเขานะ เสียงท้องก็ดังประท้วงไม่หยุด ฉันเลยตัดสินใจลงจากรถ 'เข้าไปหาอะไรมารองท้องหน่อยละกัน ให้อยู่แบบนี้ทั้งคืนฉันไม่ไหวแน่ๆ ในบ้านต้องมีอะไรกินบ้างแหละ' เมื่อคิดได้อย่างนั้นฉันก็เดินชะเง้อคอยาวมองเข้าไปในบ้าน เห็นพี่พอร์ชกำลังย่างอะไรอยู่สักอย่าง แต่พอเขาเห็นว่าเป็นฉันที่เดินเข้ามาก็เอ่ยพูดขึ้นทันที
“เปลี่ยนใจนอนในบ้านแล้วเหรอ" พูดมากชะมัด
“ไม่ได้เปลี่ยนใจ แค่หิว มีไรกินบ้างอะ” ฉันพูดทั้งเดินไปหน้าเตา คอหมูย่าง มันหอมมาก
“หอมมาก" ฉันยื่นหน้าเข้าไปสูดดมตามกลิ่นความหอม เป็นขณะที่พี่พอร์ชหั่นหมูเสร็จพอดี ฉันเลยถือวิสาสะ แย่งจานหมูมาทั้งจาน
"ขอนะ" ฉันไม่ได้รอฟังคำตอบถือจานเดินเข้าไปนั่งหน้าโทรทัศน์ ส่วนพี่พอร์ชฉันไม่ได้สนใจ เขาจะทำอะไรต่อก็เรื่องของเขาตอนนี้ฉันขอกินก่อน หมูอร่อยมาก ถ้าได้แกล้มกับเบียร์นะ หืม ฟินแน่ๆ และเหมือนพระเจ้าจะรู้เท่าทันความคิดของฉัน อยู่ๆ พี่พอร์ชก็ยื่นกระป๋องเบียร์ให้ฉัน ฉันเงยมองหน้าเขานิ่งๆ ในปากเคี้ยวตุ้ยๆ
“สักหน่อยไหม” ฉันรีบเคี้ยว และกลืนหมูในปากลงท้องก่อนจะตอบ
“ไม่อะ” ถึงจะอยากกิน แต่ฉันไม่กินแอลกอฮอล์กับผู้ชาย ยิ่งเป็นพี่พอร์ช ไม่ ฉันไม่กิน
“ กระป๋องเดียวไม่เมาหรอกน่า” ฉันรู้ว่ากระป๋องเดียวมันไม่คณาคอฉันหรอก แต่ถ้ากินกระป๋องแรก การจะต่อกระป๋องที่สองที่สามมันก็ง่ายขึ้น ทางที่ดีที่สุด ไม่ควรเริ่มตั้งแต่กระป๋องแรก
“ไม่กิน”
“เมื่อคืนเห็นใครส่งก็รับ แล้วทำไมพี่ส่งให้แล้วไม่รับแบบเมื่อคืนอะ” มันคนกรณีกันไหม นั่นฉันอยู่ในกลุ่มเพื่อน พื้นที่ปลอดภัยสำหรับฉัน
“เพราะพี่ส่งให้ไง ไอเลยไม่ดื่ม” ฉันปัดมือพี่พอร์ชออกก่อนจะจิ้มหมูในจานกินต่อโดยไม่สนใจแต่ก็ต้องชะงัก เมื่ออยู่ๆ พี่พอร์ชนั่งลงด้านข้างตัวติด ใช่ ติดจนไม่มีพื้นที่ให้ขยับ ฉันตกใจเบิกตาโตกระเถิบออกตามสัญชาตญาณแต่มันติดที่วางแขน ทำให้ขยับหนีไปไหนไม่ได้
“จะเข้ามาใกล้ทำไมเนี่ย ไปนั่งไกลๆ" ฉันพยายามผลักไหล่พี่พอร์ชสุดกำลังแต่แรงฉันไม่ได้ทำให้ร่างแกร่งสั่นไหวเลยแม้แต่น้อย ทำไมเขาต้องทำแบบนี้ เขาพยายามจะทำอะไร ตอนนี้ฉันรู้สึกประหม่า ใจสั่น ใช่ฉันไม่ชอบ ฉันรู้สึกไม่โอเคเลยที่ต้องอยู่ใกล้ตัวติดกับเขาแบบนี้
“ปล่อย ทำอะไรของพี่เนี่ย” ฉันพยายามประคองพูดให้เสียงแข็งที่สุดทั้งที่มันสั่นเครือจนแทบปิดไม่มิด
“พี่มันน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ปล่อยไอ” ฉันพยายามจะลุกแต่พี่พอร์ชกลับรั้งเอวฉันไว้ 'ใจเย็นๆ ยัยไอ มันไม่มีอะไร ไม่มีอะไร' นี่คือสิ่งที่ฉันกำลังปลอบตัวเองไม่ให้สั่น และกล้าหันไปสู้ตากับพี่พอร์ช ตอนนี้หน้าเราห่างกันไม่ถึงคืบ
“ไม่ปล่อย หึ ว่าไงอยู่ใกล้พี่มันทำไม” พี่พอร์ชไม่ว่าเปล่ารั้งฉันไปนั่งบนตักเขา
"ไอบอกให้ปล่อยไง" ฉันตะเบ็งเสียงแข็งใส่คนตรงหน้าแต่เหมือนพี่พอร์ชจะไม่ฟังไม่สนใจสิ่งที่ฉันพูดเลย แถมเขายังยื่นหน้าเข้ามาใกล้อีก
ตึกตัก ตึกตัก
เขาเข้ามาใกล้จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจ อยู่ๆ ภาพเมื่อหลายปีก่อนก็วกกลับเข้ามาในหัวของฉัน ภาพที่พี่พอร์ชกำลังนัวเนียกับผู้หญิงคนหนึ่ง
เพียะ~
"อย่ามาทำแบบนี้กับไอ"
“แค่นี้ต้องตบเลยอ่อ”
“ปล่อยไอ ไอเกลียดพี่” ฉันพยายามจะผลักเขาและลุกขึ้น แต่เขากลับไม่ปล่อย 'ปล่อยฉันสิ ฉันไม่ไหวแล้วนะ' ไม่รู้ทำไมแต่ตอนนี้ตาฉันร้อนผ่าว จนน้ำใสเริ่มร่วงหล่นลงมา
“เกลียดขนาดไหน” ทำไมฉันต้องเจอผู้ชายคนนี้อีก ทำไมฟ้าแกล้งฉันแบบนี้ ฉันพยายามที่จะเบือนหน้าหนีแต่โดนมือหนารั้งท้ายทอย
“อืม” เหมือนทุกอย่างหยุดนิ่ง เขาจูบฉันเหมือนสติหลุดไปชั่วขณะ แต่เมื่อดึงสติกลับมาได้ก็ผลักเขาออกสุดกำลังเท่าที่มี กระทั่งออกจากพันธนาการมือหนา ฉันพยายามเช็ดรอยจูบอย่างรู้สึกรังเกียจ ฉันเกลียดผู้ชายคนนี้ เกลียด เกลียด เกลียด
“เพราะพี่เป็นแบบนี้ไง ฉันถึงมองไม่เห็นข้อดีของผู้ชาย” ทำไมเขาต้องทำแบบนี้กับฉัน ฉันวิ่งออกมาด้านนอกทั้งพยายามถูริมฝีปากของตัวเอง
ฮืออออ ฮึก ฮึก
ที่นี่เงียบสงัดมีแต่เสียงคลื่นกระทบชายฝั่งกับแสงจันทร์สาดส่องผิวน้ำ
"ทำไมฉันต้องเจอพี่อีก" ผู้ชายคงเป็นเหมือนกันสินะ มักเห็นผู้หญิงเป็นของเล่น เหมือนกับครั้งแรกที่เขาเข้ามาหาฉัน มันอดที่จะวกกลับมาคิดแบบนี้อีกไม่ได้จริงๆ ทั้งที่หลายปีที่ผ่านมา ฉันต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการลืมผู้ชายคนนี้ และต้องปรับทัศนคติที่มีต่อการมองผู้ชายใหม่ ทั้งที่มันกำลังเริ่มจะดีขึ้น แต่เขากลับมาตอกย้ำแผลในใจ
เขาไม่เคยรู้สึกอะไร แค่นึกสนุกอยากจีบสนุกๆ เพื่ออวดเพื่อน โดยไม่สนใจความรู้สึกคนอื่น แล้วนี่คิดอยากจูบก็จูบงั้นสิ เขาเห็นฉันเป็นตัวอะไร
‘ผู้หญิงสำหรับเขามันก็แค่ของเล่น จำไว้ยัยไอ อย่าไปให้ใจผู้ชายแบบนี้ และไม่ว่าจะเป็นผู้ชายคนไหนบนโลก นิสัยมันก็เหมือนกันหมด' ฉันจะไม่เสียน้ำตาให้ผู้ชายคนนี้อีก พอแล้ว พอกันสักที ขณะที่ฉันกำลังฟูมฟายเช็ดน้ำตา เช็ดปากสายตาก็หันไปเห็นผู้ชายหนึ่งเดินถือขวดเหล้าโซซัดโซเซมาทางฉัน
ซึ่งท่าทีแทบจะไม่มีสติ มันยิ่งทำให้ฉันรู้สึกหวาดระแวง อดคิดไปในทางไม่ดีไม่ได้ ถ้าผู้ชายคนนั้นเข้ามาทำอะไรฉันล่ะ ตรงที่ฉันอยู่ตอนนี้มันมืดสนิท โดนฆ่าตายตอนนี้ก็ไม่มีใครรู้
ฉันก้าวเดินถอยหลังอย่างเบาเท้าที่สุดเพื่อกลับไปที่บ้านพัก ฉันไม่ได้จะเข้าไปข้างในเพื่อเจอหน้าเขาหรือขอความช่วยเหลืออะไร ฉันไม่อยากเจอไม่อยากเห็นหน้า ฉันอยากกลับบ้าน แต่ในเมื่อมันยังกลับไม่ได้ ฉันเลยเลือกนอนในรถ รื้อหูฟังมาใส่ฟังเพลงเผื่อเสียงเพลงจะได้กลบความคิดฟุ้งซ่านและปล่อยให้ทำนองบรรเลงกล่อมให้หลับใหลผ่านช่วงค่ำคืนนี้ไปให้เร็วที่สุด
