-10- ถอยไม่ทันแล้ว
ซอยที่พี่พอร์ชบอกให้เลี้ยวเข้ามาสองข้างทางคือป่าและถนนลูกรัง มันเป็นทางลัดมาออกที่ไหนสักแห่งซึ่งฉันเองก็ไม่รู้จัก แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้เราออกมานอกเมืองแล้ว และดูเหมือนว่าพวกที่ไล่ยิงเราจะตามมาไม่ทัน ฉันจึงเริ่มชะลอรถ พักหายใจหายคอ จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์ของฉันดังขึ้น
ครืด ครืด ~
CALLING | TATA
"คุณอา" ทันทีที่เห็นเบอร์ที่โชว์ขึ้นอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ฉันหักเลี้ยวรถเข้าจอดริมทางก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ ระงับจังหวะการเต้นของหัวใจ ตั้งสติ ก่อนจะกดรับสาย
"ค่ะ คุณอา"
[ไออยู่ไหนแล้วลูก อารอ 2 ชั่วโมงแล้วนะ โทร. ไปหนูก็ไม่รับ พ่อหนูก็ติดต่อไอไม่ได้ โทร. หาอาใหญ่เลย]
"เอ่อ..." ฉันหันไปมองต้นเหตุของปัญหาที่ทำให้ฉันต้องผิดนัดไปเลือกของขวัญให้คุณปู่ ก่อนหันดูเวลาที่ขึ้นอยู่หน้าจอดิจิทัลภายในรถ ซึ่งก็เป็นเวลาเกือบ 5 โมงเย็น ถึงจะกลับตอนนี้ยังไงก็คงไม่ทันแน่ๆ
"พอดีไอเกิดปัญหานิดหน่อยค่ะคุณอา วันนี้ไอไปไม่ได้แล้วค่ะ"
[เกิดอะไรขึ้นยัยไอ] น้ำเสียงคุณอาร้อนรนเอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง ฉันเม้มปากอย่างคิดหาคำตอบ 'ควรบอกดีไหมนะ แต่ถ้าฉันบอกว่าโดนไล่ยิงเรื่องต้องใหญ่โตแน่ๆ'
"ไม่มีอะไรแล้วค่ะตอนนี้ แต่ถ้าพ่อติณโทร. หาอา ไอฝากบอกพ่อติณให้หน่อยนะคะ ว่าวันนี้ไอขอนอนคอนโดไม่เข้าสนาม" ถ้าขับรถกลับต้องถึงดึกแน่ๆ นอนคอนโดดีกว่า พ่อติณแม่อิ้งจะได้ไม่รู้ว่าฉันกลับมาถึงช่วงกี่โมง
[ไม่เป็นอะไรแน่นะ]
"ค่ะ ทุกอย่างโอเคแล้วค่ะ" ฉันตอบย้ำให้คุณอาเชื่อ เพราะทุกอย่างตอนนี้สงบลงแล้วจริงๆ และฉันคิดว่าฉันควรจะไปส่งผู้ชายที่นั่งอยู่ด้านข้าง ณ ตอนนี้ไว้ที่ไหนสักแห่ง แล้วขับรถกลับคอนโด
[จ้าๆ งั้นก็ได้ มีอะไรโทร. บอกอานะ]
"ค่ะ รักอานะ"
[จ้า อาก็รักไอเหมือนกัน] ฉันกับอาเราสนิทกันมาก ด้วยอาตาต้ายังโสดและไม่มีครอบครัว ฉันกับอาเลยเป็นเหมือนเพื่อนกัน คุยกันได้ทุกเรื่อง ไปเที่ยวด้วยกันแทบทุกที่ รวมถึงผับบาร์ ถ้าเจแปนกับอลินไม่ว่างฉันก็มักจะชวนอาตาต้าไปด้วย
เมื่อฉันวางสายจากคุณอาและหันไปมองคนด้านข้าง ทำไมฉันต้องเข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้ด้วยนะ ทำไมตอนนั้นไม่จอดดูนิ่งๆ หรือขับเลี่ยงหลบไปทางอื่น จะพาตัวเองเข้าไปสู่อันตราย เข้าไปช่วยทำไม ไม่เข้าใจตัวเองเลยโว้ยยย
"จะให้ไอไปส่งไหน" ฉันเอ่ยถามขึ้น เพราะที่นี่ที่ไหนฉันก็ยังไม่รู้
"ขับไปเรื่อยๆ" ฉันมองไปที่พี่พอร์ชนิ่งๆ ให้เขารู้ว่าฉันไม่ตลกด้วย จะให้ฉันขับเรื่อยๆ ไปถึงไหน แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เข้าใจในสิ่งที่ฉันต้องการจะสื่อสาร
'ทำไมเห็นหน้าพี่พอร์ช แล้วฉันรู้สึกหงุดหงิดขนาดนี้นะ'
"ขับเรื่อยๆ ไปไหนล่ะบอกมาสิจะได้ไปถูก" ฉันเอ่ยถามถึงจุดหมายปลายทางอีกครั้ง แต่เขากลับตอบไม่ตรงคำถาม
"ขอบคุณนะที่ช่วย เมื่อคืนไม่ได้กลับบ้านรึไง" ฉันยังสวมใส่ชุดเมื่อคืน ก็คงไม่แปลกที่เขาจะถาม รู้แล้วจะถามทำไม ก็เห็นอยู่นิ
"ไอจะกลับบ้านหรือไม่กลับ มันก็เรื่องของไอ อย่าพูดมากรำคาญ จะให้ไปส่งไหน รีบๆ บอกมา หรือพี่จะลงตรงนี้เลยก็ได้นะ”
"หัวหิน"
"พี่จะบ้ารึไง"
"ถามว่าพี่จะไปไหน พี่ก็บอกแล้วนี่ไง" ฉันหลับตาลงพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ ระงับอารมณ์ภายใน แต่พอลืมตามาเห็นหน้าอีพี่พอร์ช ไม่ได้ว่ะ
"พี่ลงไปเลยไป ไอจะกลับบ้าน" ฉันพูดทั้งมองหน้าพี่พอร์ชด้วยเสียงที่รู้สึกหงุดหงิด ไม่เข้าใจตัวเองจะช่วยผู้ชายคนนี้ทำไม หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ
"กลับไม่ได้ ต้องไปกับพี่" หึ ฝันไปเถอะ
"แล้วทำไมไอต้องไปกับพี่”
"เพราะถ้ากลับตอนนี้มันไม่ปลอดภัยไง อย่าลืมว่าพวกมันเห็นรถคันนี้แล้ว" ฉันนิ่งพยายามคิดตามใช้เหตุผลให้มากกว่าอารมณ์ มันก็จริงอย่างที่เขาพูด ถ้าฉันกลับไปตอนนี้ แล้วถ้าพวกมันยังดักรอ ตามอยู่แล้วคิดว่าพี่พอร์ชยังอยู่ในรถกับฉันล่ะ พานซวยไปด้วยดิแบบนั้น
"ไอไม่น่าเข้าไปยุ่งเรื่องพี่เลย"
"แต่ก็เข้ามา ถอยไม่ทันแล้ว จะขับต่อ หรือให้พี่ขับ" หงุดหงิดในใจแต่ทำอะไรไม่ได้
"ก็บอกมาดิจะไปไหน” ฉันแหวเสียงตอบพี่พอร์ชไปด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกหงุดหงิด สรุปฉันต้องอยู่กับเขา ทำอะไรไม่ได้จริงๆ ดิ
"ทำไมพูดไม่น่ารักเหมือนแต่ก่อนเลย" ยิ่งพี่พอร์ชพูดฉันยิ่งรู้สึกรำคาญ ไม่อยากได้ยินเสียงเขา
"จะ ให้ ขับ ไป ที่ไหน"
"ขับตรงไปสุด เลี้ยวขวา" ฉันขับมาตามที่พี่พอร์ชบอก ทางที่ขับมามันมาทะลุออกทะเลซึ่งวิวกำลังสวยพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า สะท้อนแสงกับพื้นผิวน้ำ และพอฉันเลี้ยวขวามาตามที่เขาบอกและหันไปมองเพื่อถามทางอีกครั้ง
"ขับเข้าไปที่บ้านหลังนั้นได้เลย" ฉันขับเข้ามาจอดที่หน้าบ้านชั้นเดียวริมทะเล
"คืนนี้ค้างที่นี่ก่อนแล้วกัน พรุ่งนี้ค่อยกลับ"
"ไอจะไปเช่าโรงแรม" ถ้ากลับบ้านตอนนี้ไม่ได้ งั้นฉันก็จะไปนอนโรงแรม
"อยู่ที่นี่ เพราะพี่ก็ไม่รู้เหมือนกันถ้าขับเข้าไปในเมืองพวกมันอาจจะเห็นรถ และจำได้ไหม "
"รถ" รถฉันโดนยิง ฉันลืมไปเลย หลายนัดด้วย
"อือรถ พวกมันจำรถได้แน่ๆ" พี่พอร์ชย้ำแต่ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น
"รถไอถูกยิง" ฉันเอ่ยพูดขึ้นรีบเปิดประตูลงไปดูรถตัวเองทันที ก่อนจะเดินสำรวจร่องรอยรอบๆ รถตัวเอง
"โอ้ TT ไม่นะเรนโบว์ ไอขอโทษ" ฉันนั่งลงลูบรอยที่บุบเป็นรูจากการโดนกระสุน
"คุยกับรถก็ได้ด้วย" ถ้าไม่พูดก็ไม่ได้หาว่าเป็นใบ้
"เพราะพี่นั้นแหละ ทำให้เรนโบว์เจ็บ ทำไมชีวิตฉันต้องเจอคนแบบพี่ด้วย" ฉันรักรถคันนี้มาก เป็นรถคันแรกที่พ่อติณซื้อให้ แล้วดูสภาพน้องตอนนี้สิ ฉันดูและรักษาเรนโบว์เป็นอย่างดี ไม่เคยมีแม้แต่รอยแมวข่วน เพราะเขาคนเดียว
"เฮ้ยๆ เดี๋ยวใจเย็นนี่คือพูดเรื่องรถอยู่ใช่ไหม"
"เพราะไอเจอพี่ ไอถึงได้ซวยแบบนี้"
"อ้าวไหงพูดงั้นอะ เราเข้ามาช่วยพี่เอง ไม่ได้ขอเลย" คนเสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยแล้วดูพูด ฉันมองหน้าพี่พอร์ชนิ่ง เออ ฉันมันเสือกที่เข้าไปยุ่งวุ่นวาย จุ้นจ้านไม่เข้าเรื่อง ฉันลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูรถ ยังไงคืนนี้ฉันก็ยังไม่นอนค้างคืนกับผู้ชายคนนี้
"จะไปไหน"
"ปล่อย" พี่พอร์ชเดินมาจับประตูรถไว้ในขณะที่ฉันกำลังจะปิดประตู
"ไปไหน"
"ไอไม่นอนกับพี่"
"กลับไม่ได้ อย่าดื้อมันอันตราย" ใครว่าฉันจะกลับ ฉันก็รักตัวกลัวตายเป็นนะ
"มันชีวิตไอ พี่อย่ามายุ่ง" ฉันพยายามจะดึงประตูปิด แต่ด้วยแรงพี่พอร์ชที่มีมากกว่า มันทำให้ฉันปิดไม่ได้ จนเขาเข้ามาดึงกุญแจรถฉันไป
"บอกว่าไม่ให้กลับ ฟังให้รู้เรื่องอย่าดื้อ” แล้วใครบอกจะกลับเล่า
"พี่ไม่มีสิทธิ์มาเอากุญแจไอไปแบบนี้"
"เราเข้ามายุ่งเรื่องพี่ก่อน ฉะนั้นพี่มีสิทธิ์ยุ่ง" พี่พอร์ชพูดจบก็เดินเข้าไปในบ้าน ฉันจิปากใส่หลังเขาอย่างรู้สึกหมั่นไส้ รำคาญ ปนกันไปหมด ก่อนจะใช้มือเขกหัวตัวเองหนึ่งที
"ยุ่งไม่เข้าเรื่องไอติม ทำไมเจ็บแล้วไม่จำ" ทั้งที่บอกกับตัวเองมาตลอดว่าจะไม่เข้าใกล้ผู้ชายคนไหน ยกเว้น พ่อติณกับคุณปู่ แล้วจะเข้าไปช่วยผู้ชายคนนี้ทำไม แต่ยังไงคืนนี้ฉันก็ไม่เข้าไปอยู่ร่วมชายคาเดียวกับผู้ชายคนนี้ นอนในรถก็ได้ชิ
