-09- เบรกกะทันหัน
"หึ" เขาคนนั้นแค่นเสียงขึ้นในลำคอ ฉันเอาตัวไปยืนบังอลิน เผชิญหน้ากับร่างใหญ่อย่างรู้สึกไม่กลัว
"ไอ ใจเย็นก่อน" อลินจับไหล่เอ่ยห้าม 'ให้ใจเย็นอะไรก็เมื่อกี้เห็นอยู่ว่าฉวยโอกาสอลินชัดๆ' สายตาผู้ชายคนนั้นมองไปที่อลิน แล้วอลินยังหลบตาเหมือนกำลังกลัว ก่อนจะเอ่ยพูดกับฉัน
"ไอติมวันนี้ฉันกลับก่อนนะ" อลินบอกว่าพี่อัทธ์จะมารับนิ ซึ่งฉันก็ยังไม่เห็นพี่ชายเธอเลย ณ ตอนนี้
"กลับยังไงพี่อัทธ์อะ"
"พี่อัทธ์ติดธุระกลับไปแล้ว"
"แล้วจะกลับยังไง"
"ก็...เอ่อ กลับกับคุณทิม"
"ทิมไหน" ฉันเอ่ยถามขึ้นเพราะไม่เคยได้ยิน หรือรู้สึกคุ้นกับชื่อที่อลินบอก จนอลินหันไปมองทางผู้ชายที่ดึงข้อมือเธอ ยิ่งทำให้งุนงง 'อย่าบอกนะ!' ฉันเลิกคิ้วสูงขมวดแทบเป็นปม
"รู้จัก!"
"อืม"
"อลินเรามีเรื่องต้องคุยกัน" ฉันไม่รู้หรอกว่าอลินไปรู้จักกับผู้ชายคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ท่าทีหน้าตาของเขาฉันไม่ไว้ใจ ขนาดฉันที่กำลังเมา ยังรับรู้ได้ถึงรังสีอะไรบางอย่างในตัวผู้ชายคนนี้ ฉันไม่ปล่อยให้เพื่อนฉันกลับกับหมอนี่แน่
"ไว้วันหลังนะ วันนี้ฉันขอตัวก่อน" แต่อลินกลับแกะมือฉันออกจากข้อมือเธอแล้วเดินไปยังผู้ชายคนนั้น
"เฮ้ย อลิน" ไม่ทันที่ฉันจะได้พูดอะไร ผู้ชายคนนั้นก็ดึงข้อมืออลินแล้วก็เดินออกไปทันที พอฉันจะตามไปเจแปนกลับห้ามไว้
"ปล่อยไปเหอะ แฟนใหม่อลิน"
"แฟนใหม่? อลินไปมีแฟนตอนไหนทำไมไอไม่เห็นจะรู้เรื่อง" แฟนใหม่อะไรก่อน ถ้าอลินมีแฟนฉันก็ต้องรู้ดิ
"ช่างมันเถอะน่า ไปเต้นเป็นเพื่อนหน่อย" ฉันโดนเจแปนลากให้เข้าไปเต้นต่อในกลุ่มเพื่อนทั้งที่ยังไม่เข้าใจ
"รู้ได้ไงว่าเป็นแฟน" ฉันตะโกนถามเจแปนเพราะเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มถึงจะพูดกระซิบข้างหูก็ไม่ได้ยิน
"ก็อลินมันบอกฉันเอง แล้วเมื่อกี้ก็เห็นนั่งนัวเนียกันอยู่ ปล่อยไปเหอะน่า สนุกกันดีกว่า" ฉันพยายามจะฟังและจับใจความ 'นัวเนียงั้นเหรอ กับผู้ชายคนนั้นอะนะ' ดูยังไงก็ไม่ใช่สเปกอลินเลย ฉันที่พยายามครุ่นคิดถึงเรื่องอลิน เจแปนยกแก้วน้ำสีอำพันยื่นมาให้ ฉันโบกมือจะปฏิเสธ แต่เหมือนจะไม่ทัน เจแปนยกแก้วป้อนใส่ปากทั้งที่ไม่ทันตั้งตัว
"ดื่มๆ" จนเกือบจะสำลัก
"จะฆ่ากันรึไง" ทำให้ฉันต้องรีบคว้าแก้วไว้ก่อนที่จะโดนกรอกใส่ปากจนหมดแก้วอีกรอบ
"วันนี้แกชนะต้องไปให้สุด ดื่มๆ คอไม่พับไม่เลิก" หลังจากนั้นไม่ต้องถามถึงสภาพ คือเละมาก จนพี่ปูเป้ต้องมาช่วยพยุงพวกเราขึ้นไปพักบนห้อง
เช้าวันต่อมา...
"ปวดหัวชะมัด" แสงแดดที่สาดผ่านช่องผ้าม่านเข้ามาทำให้รู้สึกตัวตื่น ‘หนักเหมือนอะไรทับอยู่บนตัว’ กระทั่งพยายามเปิดเปลือกตาอันหนักอึ้งขึ้น ก็เห็นถึงที่มาของความหนักบนตัว ขาเจแปนพาดอยู่กลางอก
"แปนหนัก เอาขาออก" ปวดหัวจนแทบระเบิดขาเพื่อนก็หนักเหมือนขาช้าง เจแปนนอนเกยฉันแทบจะถึงคอ ฉันทั้งผลัก ยก ดัน จนหลุดพ้น ก่อนที่จะควานหาโทรศัพท์เพื่อดูเวลา
14:00 น.
"ฮะ! บ่ายสอง" ฉันดีดตัวขึ้นอัตโนมัติ ความงัวเงียหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อเห็นเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์ วันนี้ฉันนัดอาไว้ ตายแล้ว
ครืดดดดด ~
Calling | TATA
นั่นไงอาตาต้าโทร. มาตามแล้ว ฉันตบหน้าตัวเองเบาๆ เรียกสติ และกระแอมเทสต์เสียงให้เป็นปกติที่สุดก่อนจะกดรับสายอา
[ไอติมถึงไหนแล้ว อารออยู่ที่ร้านเดิมนะ]
"ค่ะคุณอา เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงไอไปถึงแน่นอนค่ะ"
[โอเคจ้า ขับรถดีดีน้า ไม่ต้องเร็ว]
"ค่ะคุณอา" พอวางสายเท่านั้นแหละฉันรีบลุกขึ้นเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตา ไม่ให้ขับเร็วได้ยังไงล่ะคะ ห้างที่นัดกับคุณอาไว้กับที่ที่ฉันอยู่ตอนนี้ ถ้ารถติดคือ 2 ชั่วโมงแน่ๆ
"เจแปน ตื่นๆ ไอต้องไปก่อนนะ ฝากบอกพี่ปูเป้เดี๋ยวเข้ามาเคลียร์เรื่องเงินให้ทีหลัง" ฉันนัดกับคุณอาไปซื้อของให้คุณปู่ แล้วก็เตรียมเซอร์ไพรส์วันเกิดให้ท่าน ฉันไม่ได้ลืม แต่ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะตื่นสายขนาดนี้
'ไอติมเอ๊ย' ความเร็วในการขับไม่ต้องพูดถึง ปาดซ้ายปาดขวาจนรถที่ขับตามหลังบีบแตรด่า
"ขอโทษค่ะๆ" ฉันพูดขอโทษขณะปาดหน้ารถอีกคันถึงรู้ว่าเขาจะไม่ได้ยิน แต่อย่างน้อยได้ขอโทษแล้วรู้สึกสบายใจขึ้นมานิดหนึ่ง
จนมีรถเบนซ์กระจกทึบคันหนึ่งที่ฉันว่าฉันขับเร็วแล้วนะแต่อยู่ๆ รถคันนั้นก็ขับแซงและปาดหน้า จนฉันต้องเหยียบเบรกสุดหัวแทบทิ่ม
เอี๊ยด ~
"ขับรถอะไรเนี่ย ดีที่เบรกทัน"
ปัง! ปัง!
"อร๊าย!" ฉันยกมือขึ้นปิดหูตามสัญชาตญาณก่อนจะค่อยๆ เงยมองว่าเกิดอะไรขึ้น รถคันเมื่อกี้ที่ปาดหน้าฉัน มีผู้ชายยื่นปืน! ออกมายิงใครไม่รู้ด้านหน้า
"เอาไงดี โทร. แจ้งตำรวจเหรอ" เบอร์ตำรวจเบอร์อะไร พอเจอสถานการณ์ที่ไม่คิดว่าจะเจอมาก่อนมันทำให้สมองฉันแบล๊งก์คิดอะไรไม่ออกว่าต้องทำอะไรก่อนแต่ระหว่างที่ฉันกำลังคิด ก็เห็นหน้าคนที่พวกนั้นกำลังเล็งปืนและระดมยิงใส่
ปัง! ปัง! ปัง!
"พี่พอร์ช!" แค่เห็นหน้าเท่านั้นแหละฉันก็ไม่คิดอะไรอีกแล้ว เข้าเกียร์แล้วเหยียบคันเร่ง
บรืน~
ขับเข้าไปขวางบังกระสุนอย่างไม่กลัวตาย ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตูเรียกคนที่กำลังหลบวิถีกระสุน
"ขึ้นรถ"
"ไอติม" พี่พอร์ชหันมองฉันด้วยหน้าตาตื่นตกใจคงไม่คิดว่าเป็นฉัน
"เร็วๆ อยากตายรึไง" ทันทีที่พี่พอร์ชขึ้นมาฉันก็เหยียบสุดตีน เสียงปืนดังระรัวตามหลัง พี่พอร์ชลดกระจก ทั้งยังยืดตัวออกไปยิงปะทะกับพวกมัน ฉันเบิกตาโตอย่างตกใจที่เห็นการกระทำแบบนั้นของเขา เดี๋ยวก็โดนยิงเข้าหรอก
"เข้ามา" ฉันแผดเสียงตะโกนให้เขากลับเข้ามานั่งเหมือนเดิมเพราะสิ่งที่เขากำลังทำอยู่มันอันตรายมาก
"เลี้ยวซอยข้างหน้า" แต่พี่พอร์ชเหมือนไม่ฟังสิ่งที่ฉันพูด
"บอกให้เข้ามาไงพี่พอร์ช"
"ถ้าพี่ไม่ยิงสกัด มันยิงล้อรถแน่" สรุปคือเขาไม่ฟัง มีแต่เป็นฉันที่ต้องขับเลี้ยวเข้าซอยตามที่เขาบอก
