-08- ปาร์ตี้
“พี่หิวน้ำ” ยื้อเวลาไว้ก่อนแล้วกัน ผมหันไปเห็นมีร้านสะดวกซื้ออยู่ตรงนี้พอดีจึงจอดรถริมทางซึ่งบรรยากาศตอนนี้กำลังดีเลย เหมือนฝนพึ่งจะหยุดตกไปไม่นาน ยังมีกลิ่นอายฝนตกอยู่เลย ผมเดินข้ามถนนเข้าไปซื้อของในร้านสะดวกซื้อก่อนจะเดินออกมาและเห็นไอติมเปิดท้ายรถนั่งอยู่ทางด้านหลัง
“ชาร้อน” ผมยื่นแก้วชาให้เธอ และคิดว่ามันน่าจะเป็นโอกาสดีถ้าเราจะได้นั่งคุยเปิดใจกันซะหน่อย
“ไม่กิน” แต่ก็โดนปฏิเสธ
“พี่ซื้อมาให้”
“ไม่ได้ใส่อะไรลงไปใช่ไหม” ที่ไม่กินเพราะระแวงผมอย่างนั้นสินะ
“ระแวง”
“อืม” โอเคถามตรงตอบตรง
“งั้นสลับแก้วกัน” ผมถอนหายใจเบาๆ ไม่รู้จะทำยังไงให้เธอเลิกมองผมด้วยสายตาแบบนี้ เลยสลับแก้วเพื่อให้ไอติมสบายใจว่าผมไม่ได้ใส่ยาอะไรในแก้วแน่ๆ จนในที่สุดเธอก็รับแก้วน้ำไปจากผมก่อนจะจิบและหลับตาพริ้ม
“ชอบกลิ่นไอฝนเหรอ” ผมถามเธอขึ้น เดาไปเรื่อยเพราะเห็นเธอหลับตา สูดดมกลิ่นอายฝน คงจะไม่ได้มานั่งสมาธิตรงนี้หรอกมั้ง
“เงียบ” แต่กลับโดนแหวเสียงกลับเหมือนรำคาญ แค่ถามเองนะเว้ย ก็ได้เงียบก็เงียบ ผมมองใบหน้าไอติมเปียสองข้างในชุดนักแข่งแบบนั้นอยู่สักพัก จนเธอทอดสายตามองไปยังริมน้ำ
“ไปผับไม่เปลี่ยนชุดหน่อยเหรอ” อยากจะชวนคุยแต่เธอก็ไม่ตอบ จะไม่คุยจริงดิ มีแมลงบินตัวหนึ่งบินมาเกาะที่ไหล่เธอผมเลยจะปัดให้ แต่เธอก็ปัดมือและขยับตัวหนีออกจากผม
“อย่ามาแตะตัวไอ ไอไม่ชอบ”
“แมลงมันเกาะ พี่แค่จะเอาออกให้”
“ไม่ต้อง ไอเอาออกเองได้” ผมได้แต่ถอนหายใจยาวๆ ผมคงไม่คิดจะทำอะไรกลางที่โล่งแจ้งแบบนี้หรอก
“ยังโกรธพี่เรื่องตอนนั้นอีกเหรอ เรื่องนั้นพี่ขอโทษ” ผมลองเอ่ยถามถึงสาเหตุต้นตอดูอีกครั้งแต่เหมือนจะไม่เป็นผล
“ไปกันได้รึยังคะ”
“คุยกันก่อน” ผมเอื้อมไปจับข้อมือไอติม ที่จะลุกขึ้นให้นั่งลงดังเดิม
“คุยอะไร พี่ออกไปห่างๆ ไอเลยนะ ปล่อย”
“อยู่ใกล้พี่แล้วมันทำไมฮะ”
“ก็ไอบอกว่าไม่ชอบไง หูหนวกรึไง” พูดเก่งขึ้นเยอะเลยนิเดี๋ยวนี้
“แล้วทำไมถึงไม่ชอบ” ผมพูดทั้งขยับเข้าไปใกล้เธอ
“ออกไป ไอจะไปหาเพื่อนถ้าพี่ไม่ไปก็อยู่นี่”
"โอเคๆ ยอมๆ ยอมก็ได้" ไอติมใช้ทีเผลอแย่งกุญแจรถจากมือผมไป ก่อนที่จะเดินเข้าไปนั่งฝั่งคนขับและสตาร์ตเครื่องจนผมต้องรีบวิ่งขึ้นไปนั่งข้างคนขับ ไม่งั้นมีหวังเธอทิ้งผมแน่ และแน่นอนเมื่อขึ้นมาเธอก็เหยียบประหนึ่งว่าถนนนี้คือสนามแข่ง ปาดซ้ายปาดขวา นี่คือจะขับให้ผมกลัวใช่ไหม ผมมองใบหน้าขาวสวยเปียสองข้างที่กำลังควบคุมความเร็ว ‘ตอนขับรถยังน่ารัก’
จนมาจอด ณ พับแห่งหนึ่งเธอรีบเปิดประตูลงทั้งยังเดินอ้อมมาเปิดประตูรถให้ผม
"เชิญลงจากรถไอค่ะ"
"ขอบคุณครับ" ผมก้มขอบคุณเธอเล็กน้อยก่อนที่เธอจะปิดประตูรถเสียงดัง ถ้ามันหลุดได้จะหลุดแล้ว
ปัง~
"ตอนกลับไอกลับเองได้ ไอหวังว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้เจอกัน
ไอไม่อยากเจอหน้าพี่อีก ฟังภาษาคนรู้เรื่องใช่ไหมคะ" ได้ยินหนักแน่นทุกถ้อยทุกคำ
“เดี๋ยวไอติม”
“ปล่อยไอค่ะ”
“พี่ขอโทษ” เธอแทบจะไม่ฟังคำขอโทษจากผมเลย เดินเข้าไปในผับ จนผมต้องเดินตามเข้ามาแต่เหมือนจะช้าเกินไป ไอติมหายไปไหนแล้วไม่รู้ ในผับมีแต่ผู้หญิง ผมมองไปรอบๆ จนเจอโจ้ แต่มาที่โต๊ะก็ไม่เจอไอติม
#ไอติม#
'ทำไมฉันต้องเจอกับผู้ชายคนนี้อีก แต่หวังว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย' เขาคือคนที่ฉันจำได้ไม่มีวันลืม แม้อยากจะลืมเท่าไหร่แต่สมองมันกลับไม่รักดีจำอยู่นั่นแหละ
"น้องไอติม เปลี่ยนชุดก่อนไหม" จนเดินเข้ามาด้านในพี่ปูเป้ก็เอ่ยเรียก ฉันจึงต้องสลัดหน้าพี่พอร์ช ที่เห็นทีไรก็จะพานให้ค่ำคืนนี้ของฉันหมดสนุก
'หยุดคิดไอติม เธอต้องเอาเขาออกจากชีวิต เขาจะต้องไม่เข้ามามีอิทธิพลกับความคิด ความรู้สึกเธออีก'
"ไอพร้อมแล้วค่ะ"
"ชุดนี้" พี่ปู้เป้มองมาที่ชุดฉันด้วยสายตาที่ตั้งคำถาม ฉันเลยรูดซิปชุดนักแข่งลง เผยให้เห็นชุดด้านในที่ฉันเตรียมพร้อมมาแล้ว เพราะขี้เกียจจะพกชุดมาเปลี่ยน ก็เลยใส่ไว้ด้านในซะเลยมาถึงก็แค่ถอด พอพี่ปูเป้เห็นฉันถอดพี่แกก็ยิ้มพลางส่ายหน้าเบาๆ ที่ฉันเข้ามาหลังเวทีไม่ไปร่วมวงกับเจแปน อลินและเพื่อนคนอื่นๆ เพราะว่าจะขึ้นจัดเพลงให้ทุกคนได้สนุกกัน ฉันไปลงเรียนคอร์สดีเจมา และทุกครั้งที่มีปาร์ตี้ฉันก็จะใช้โอกาสนี้ฝึกซ้อมมือ ความเร็วกับดนตรี ผลลัพธ์อย่างหนึ่งที่เหมือนกัน คือทุกครั้งที่ได้เหยียบคันเร่ง ทุกครั้งที่ได้ควบคุมจังหวะดนตรีเห็นทุกคนออกสเต็ปลีลา นั่นคือทุกอย่างคอมพลีตโครตมันและสนุก
"พร้อมสุด จบเพลงนี้ไอติมขึ้นต่อจากพี่เต้ได้เลย"
"โอเคค่ะ พี่ปูเป้คะ ไอขอเหมาห้องข้างบนด้วยนะคะ เผื่อเพื่อนไม่ไหว" ถึงแม่อิ้งจะบอกว่าให้ดื่มแค่พอดี อย่าเมาเกินไป กลับบ้านให้ถูก แต่การที่จะดื่มแล้วขับรถกลับมันก็ไม่ปลอดภัยอยู่ดี กินเมานอนนี่จบ
"ไม่ใช่แค่เพื่อนรึเปล่าจ๊ะ" สายตาแซวขนาดนั้นไม่ต้องพูดก็รู้ว่าคิดอะไร
"ไอด้วยค่ะ" ฉันตอบออกไปจนพี่ปูเป้ขำเบาๆ ก่อนจะยิ้มและเอ่ยพูดกับฉันอีกครั้ง
"ให้พี่โทร. บอกคุณพ่อให้ไหม "
"ก็ได้นะคะ ขอบคุณมากค่ะพี่ปูเป้" พี่ปูเป้เป็นผู้จัดการที่ร้าน PUB START ซึ่งก็เป็นผับของลุงปืน เพื่อนพ่อติณ ฉันมักจะบอกให้พ่อโทร. บอกให้ลุงปืนปิดร้าน นัดเพื่อนมาปาร์ตี้กันบ่อยๆ แต่ก็ไม่ได้มั่วสุมอะไรเพราะเพื่อนฉันก็มีแต่ผู้หญิง มีทั้งเพื่อนที่รวมคลาสกัน เพื่อนตอนมัธยมศึกษาก็มี และก็ยังมีเพื่อนเจแปน อลินอีก จากตอนแรกไม่รู้จักกันพอมาเจอกันบ่อยๆ อยู่ๆ ก็สนิทกันไปเอง กลุ่มฉันก็ใหญ่ขึ้น เหมือนจะตั้งแก๊งกันได้เลยทีเดียว เรามักจะนัดสังสรรค์กันอาทิตย์ละครั้ง กระชับความสัมพันธ์พูดคุยเรื่องราวที่พบเจอ แต่จะปาร์ตี้หนักๆ ทิ้งตัวเดือนละครั้ง ที่สามารถพูดได้ว่าทิ้งตัวเพราะ ที่นี่ปลอดภัย ถ้าเมาก็แค่ช่วยๆ กันแบกขึ้นห้องด้านบนของที่ร้าน ไม่ต้องห่วงเรื่องโดนลวนลามตอนเมา
มีแต่ผู้หญิงไง เรียกได้ว่าเป็นเขตปลอดผู้ชาย ยกเว้นแต่ละคนจะขาดของถึงขั้นหน้ามืดตามัวเอาพวกเดียวกันเอง นั่นฉันก็แค่คิดยังไม่เคยเกิดขึ้น แต่ถึงจะโดนจริงๆมันก็แค่นิ้วไหม ไม่อันตราย ไม่สกปรกเหมือนของพวกผู้ชาย กฎของการมาปาร์ตี้คือถ้าใครมีแฟน ห้ามพาแฟนมา
ลดการทะเลาะ ขิง ตบตีแย่งชิง ฉันโครตรำคาญเลยเวลาเพื่อนมันมาเล่าเรื่องแฟนเจ้าชูนอกใจ เกลียดเข้าไส้ จนพี่เต้ดีเจประจำร้านที่กำลังจัดเพลงส่งสัญญาณให้ ฉันเลยเดินขึ้นไปบนเวทียืนประจำที่หลังบูธดีเจ ก่อนจะสวมหูฟัง ถูจ๊อบเปิดบีสต์ทำเบบี้สแครช และเอ่ยทักทายทุกคน
"สวัสดีทุกคน" เสียงตอบรับตะโกนขึ้นมากึกก้อง ทุกคนต่างส่งเสียงให้ฉันเปิดเพลง
"เต็มที่ๆ ใครเมาเปิดห้องให้แล้ว" ฉันพูดใส่ไมค์พร้อมกับสลับเปิดมิกซ์เสียงต่อเพลง ทุกคนต่างโยกย้ายออกลีลาท่าทางกันอย่างสนุก ฉันยืนจัดเพลงจนถึงประมาณตี 2 ก่อนจะลงจากเวทีสละตำแหน่งให้พี่เต้จัดต่อเพราะฉันเริ่มไม่ไหว ระหว่างจัดเพลงเพื่อนแต่ละคนสลับขึ้นมาเต้นบนเวทีบ้างละ ยื่นแก้วให้ฉันบ้างละ จนตอนนี้ฉันเริ่มจะมึน เลยขอตัวลงก่อน ระหว่างที่จะเดินไปหาเจแปน อยู่ๆ ก็มีคนวิ่งมาชน แต่ไม่ทันที่ฉันจะได้หันไปมองว่าใคร
"ไอติมพี่กลับก่อนนะคืนนี้พี่ฝากเจแปนด้วย" ฉันที่อยู่ในอการมึนๆ หันไปมอง
"พี่โจ้" จะมีก็วันนี้แหละที่รู้สึกว่ามีผู้ชายเข้ามาในงานปาร์ตี้มากกว่าทุกที ถือว่าเป็นข้อยกเว้นละกัน ไม่ทันที่ฉันจะได้เอ่ยพูดอะไร พี่โจ้ก็รีบวิ่งออกไป
"ไอ้พอร์ชรอกูด้วย"
"ดีเหมือนกันกลับไปให้หมดเลยอย่าได้พบได้เจอกันอีก เพี้ยง" ฉันเดินโซซัดโซเซพยุงตัวเองมาถึงโต๊ะ ก็เห็นมีผู้ชายคนหนึ่งกำลังดึงข้อมืออลินอยู่
"ปล่อยเพื่อนฉัน" ฉันเข้าไปดึงอลินให้มาอยู่ด้านหลัง จนผู้ชายคนนั้นแสยะยิ้มมุมปาก แค่เห็นหน้าก็รู้สึกไม่ค่อยถูกชะตาแล้ว
