บท
ตั้งค่า

-06-โดนไล่

#พอร์ช#

“เป็นสาวแล้วสวยขนาดนี้นี่เอง ว่าแล้วทำไมพี่ชายถึงห่วง” ผมเดินเข้ามาทักทายน้องสาวเพื่อนทันทีที่มาถึง ส่วนไอ้โจ้ยืนคุยกับช่าง น่าจะคุยเรื่องสภาพความพร้อมของรถนี่แหละถ้าให้ผมเดา

“มาได้ไงอะพี่พอร์ช ใครเชิญ” เป็นคำกล่าวทักทายที่ไพเราะซะจริงๆ

“ไอ้พอร์ช เป็นไงรถติดไหมมึง”

“ไม่น่าถาม” ช่วงเย็นแบบนี้เวลาเลิกงานรถไม่ติดสิแปลก ที่จริงผมก็ไม่ต้องเจอกับรถติดหรอก เพราะผมมาส่งโจ้ตอนช่วงบ่ายสามครั้งหนึ่งแล้ว แต่กว่าจะถึงเวลาแข่งจริงตั้ง 3 ทุ่ม อีกหลายชั่วโมง ผมก็เลยขับรถกลับไปคอนโดก่อน

“ฮ่าๆ” ไอ้โจ้หัวเราะขำเพราะมันบอกให้ผมหาที่นอนเล่นในสนามเอาก็ได้ แต่ก็รู้ๆ อยู่สนามแข่งรถ ใครมันจะไปนอนลง ทั้งเสียงทั้งคน

“พี่โจ้ ชวนพี่พอร์ชมาทำไมไม่บอกเจแปนก่อนอะ” ดูเหมือนว่างานนี้เจแปนจะไม่อยากให้ผมมาจริงๆ ตอนแรกก็คิดว่าแค่พูดอำเล่น

“ต้องบอกด้วย” โจ้เลิกคิ้วถามขึ้น

“พี่โจ้!”

“พี่มาแล้วมันทำไมฮะเจแปน?” จนผมต้องเอ่ยถามให้หายข้องใจ ว่าผมมาแล้วมันทำไม สนามจะระเบิด บ้านใครจะไหม้รึเปล่า

“มันไม่ทำไม แต่ที่นี่ไม่ได้ พี่กลับไปเลย” อะไรของน้องไอ้โจ้มันวะ ที่นี่มันทำไม ก็บอกมาสิครับผมจะได้รู้

“ที่นี่มันทำไม พี่จะมาดูรถแข่ง”

“ไม่ได้ กลับไปเลย” เหตุผลก็ไม่บอก ไล่อีก

“ไม่กลับ เจ้าของสนามเท่านั้นแหละที่มีสิทธิ์ไล่พี่” ในเมื่อไม่บอกเหตุผล ผมก็ไม่กลับ

“เออ เจแปนเตือนพี่แล้วนะ ถ้าพี่มาทำตัวเหี้ยๆ ในสนาม พี่โดนเจ้าของสนามไล่แน่” นี่ผมดูเป็นคนเหี้ยขนาดต้องโดนไล่เลยเหรอวะ ผมยกยิ้มมุมปากก่อนจะส่ายหัวเบาไม่ได้ถือสาอะไรกับน้องสาวเพื่อน สงสัยอารมณ์แปรปรวนวันนั้นของเดือนแน่ๆ อาการแบบนี้

“พี่โจ้ พี่พาเพื่อนพี่ไปนั่งไกลๆ บนอัฒจันทร์ผู้เข้าชมนู้นไป” วันอะไรกันครับเนี่ยโดนไล่อีกแล้ว

“จะไล่อะไรขนาดนั้นเจแปน” จนไอ้โจ้พูดขึ้น มันคงไม่เข้าใจน้องมันเหมือนที่ผมไม่เข้าใจนี่แหละ

“แล้วนั่นจะไปไหน” เจแปนหันหลังทำท่าจะเดินออกไปอย่างไม่พอใจ แต่ก็โดนโจ้เรียกถามขึ้นก่อน

“ห้องพัก” เจแปนกระแทกเสียงตอบกลับไอ้โจ้ ทำเอาผมเกือบหลุดขำกับท่าทีของน้องมัน และกะว่าจะไปหาที่นั่ง

“มึงจะไปไหน”

“ไปนั่ง”

“ ไปนั่งอะไรตรงนั้นร้อนสัส” อ้าว สนามแข่งร้อนมันก็ธรรมดาป่าววะ

“แล้วมึงจะให้กูไปนั่งไหน” โจ้ส่งสายตาไปทางเจแปน 'หาเรื่องให้กูโดนด่าอีกแล้วไอ้โจ้' ผมยังไม่ทันได้ตอบอะไรมันก็เดินนำไปก่อนแล้ว นั่งในห้องพักนักแข่งก็ดีเหมือนกันไม่ร้อน ผมเดินตามไอ้โจ้มาเพื่อหาที่พักพิงแอร์เย็นๆ แต่พอถึงหน้าประตูเจแปนก็หยุด หันกลับมามองทั้งผมทั้งโจ้สลับกัน

เอาจริงวันนี้ผมทำไรผิดวะ ผมยังไม่รู้ตัวเลย ทำไมเจแปนเหมือนจะกระโดดกัดคอผมอยู่ตลอดเวลาขนาดนี้

“ตามมาทำไหม”

“ร้อน พี่ขอเข้าไปนั่งตากแอร์ด้วย”

“ไม่ได้ ยัยไออยู่” ยัยไอ หมายถึงไอติมรึเปล่า?

“ไออยู่แล้วทำไม พี่แค่เข้าไปนั่งรอเวลาแข่งเอง” เจแปนเหลือบตามาทางผม

ผมเหรอ อ๋อ เจแปนไม่อยากให้ผมกับไอติมเจอกันแน่ๆ ตอนแรกก็ไม่เข้าใจ แต่ก็พอจะปะติดปะต่อเรื่องได้ ผมกับไอติม สถานะของเราก็คือแฟนเก่า ตอนเลิกกันก็เลิกไม่ได้สวยเท่าไหร่ แต่ผมไม่อะไรนะ ไอติมสำหรับผมยังไม่ถึงขั้นแฟน แต่สำหรับเธอจะใช่รึเปล่าอันนี้ผมไม่รู้ หลังจากเลิกกันเราก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย เจแปนคงไม่อยากให้เพื่อนเธอเจอผมอย่างนั้นสินะ แต่ประเด็นผมอยากเจอไอติมอะดิ ที่มาวันนี้ก็เพราะอยากเห็นหน้าว่าตอนโตจะเป็นยังไง จะใช่คนเดียวกับไอติมที่ช่วยปุยฝ้ายไว้รึเปล่า

“บอกว่าไม่ก็คือไม่ดิพี่โจ้ พาเพื่อนพี่ไปไกลๆ เลย” มาตกที่ผมอีกแล้ว หัวจะปวดกับเสียงแหลมๆ ของเจแปนจริงๆ

โอเคในเมื่อผมพอที่จะรู้เหตุผล ผมก็เข้าใจ เลยสะกิดไอ้โจ้ให้มันเลิกเถียงกับน้อง เสียงเล็กๆ แหลมๆ ของเจแปนมันทำให้ผมเวียนหัว จนผมกับไอ้โจ้เดินกลับมาทางเดิม

“คันนี้ของไอติม” โจ้มันหันมาบอกผมระหว่างที่เราเดินมาถึงรถแข่งสามคันที่จอดเรียงกันอยู่

“สีหวานแหววฉิบ” ผมเอ่ยพูดไปตามสิ่งที่เห็น รถแข่งสีชมพู่พิงค์หลายโคนไอศกรีม เข้ากับไอติม แค่เห็นรถมันก็ทำให้ผมนึกถึงหน้าเด็กสาววัยมัธยมศึกษาที่หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก พูดน้อยๆ คนนั้น แต่ผมคิดไม่ถึงว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ใสซื่อในวันนั้นจะมาขับรถแข่งแบบนี้ นึกภาพนั้นในหัวไม่ออกเลยด้วยซ้ำ

“มึงรอดู” ผมไม่ได้ตอบอะไรมัน ไม่ต้องบอกผมก็รอดู ก่อนที่เราจะเจอเข้ากับปุยฝ้ายและธันวาที่ไอ้โจ้มันออกปากให้ปุยฝ้ายมาช่วยถ่ายรูปให้เจแปนตอนแข่ง รวมถึงเก็บบรรยากาศสนาม เอาจริงไอ้โจ้ถึงมันจะห้ามน้อง แต่พอถึงเวลาผมว่ามันก็พร้อมซัปพอร์ตน้องสาวมันอยู่ตลอด

ตอนนี้ก็ใกล้ถึงเวลาแข่งทั้งผม ไอ้โจ้ รวมถึงปุยฝ้าย ธันวามานั่งรอชมการแข่งขันที่กำลังจะเกิดขึ้น รถทั้งสามคันเคลื่อนเข้ามาประจำตำแหน่งของตัวเอง แต่คนที่ขับเข้ามาไม่ใช่พวกเธอ น่าจะเป็นช่าง ทีมเซอร์วิส

จนสาวๆ เดินออกมาจากห้องพัก ผู้หญิงที่ใส่ชุดสีชมพูน่าจะเป็นไอติม เธอใส่หมวกทุกอย่างเสร็จออกมาตั้งแต่ในห้อง ทำให้ผมไม่ได้เห็นใบหน้าของเธอ ก่อนที่สาวๆ จะส่งสัญญาณมือเหมือนเป็นการบอกว่าพร้อมแล้วและทุกคนก็เดินขึ้นรถไปประจำตำแหน่งของตัวเอง เมื่อถึงเวลาแข่ง สัญญาณไฟขึ้น เตรียมพร้อมสำหรับการออกตัว ทุกคันเบิร์นยางรอก่อนที่จะพุ่งออกจากจุดสตาร์ตด้วยความเร็ว ซัดโค้งแรก โค้งสอง โค้งสาม สูสีมาก จนมาถึงโค้งที่น่าจะหินที่สุด โค้งหักศอก และในที่สุดรถก็ผ่านเข้าเส้นชัยในเวลาไล่เลี่ยกัน ไอติมได้ที่ 1 ด้วยเวลาที่ดีที่สุดนั่นก็คือ 2.19 วินาที ตามด้วยเจแปน 2.25 วินาที และคันสีเหลือง 2.28 วินาที

มันโครต ผมลุ้นจนเกร็ง เพราะแต่ละคันสลับกันแซงคนละโค้ง สุด พูดได้คำเดียว ถ้าไม่ติดว่ารถพวกเธอบ่งบอกว่าผู้หญิงเป็นคนแข่ง เหมือนดูรถแข่งมืออาชีพที่ผู้ชายแข่งกันเลยเอาจริง

จนพวกเธอสามคนลงมา และเหมือนจะมีเงินเดิมพันกันด้วยก่อนที่จะแท็กทีม ดูโพรแฟสชัลแนลใช้ได้ นี่คือสนามแรกจริงดิ ที่รู้เพราะไอ้โจ้มันบอก ไม่อยากจะเชื่อ

จนผู้ที่เข้ารับชมการแข่งวันนี้เริ่มทยอยกลับเมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลง ผม ไอ้โจ้กับน้องๆ ก็เดินลงมาเพื่อจะเข้าไปแสดงความยินดีกับผู้ชนะ ระหว่างทางพยายามเพ่งมองเพื่อจะเห็นหน้าไอติม แต่ไม่มีจังหวะที่เธอหันมาทางผมเลยว่ะ หรือเพราะเจแปนคอยบัง

เอาจริงเรื่องระหว่างผมกับไอติมมันก็นานมากแล้วนะ นานจนผมลืม ผมว่าไม่น่าจะมีอะไร เพราะผมก็ไม่ได้คิดอะไรตั้งแต่ที่เลิกกัน เลิกก็เลิกผมไม่ซีเรียส

จนเดินมาถึงจุดที่สาวๆ ยืนคุยกันอยู่ ผมเดินเข้าไปหลังไอติม พวกเธอกำลังพูดคุยกันสนุกปากสนุกคอ จนเจแปนหันมาเห็นผม ก็รีบดึงเพื่อนเธอให้ไปยืนข้างๆ เหมือนกับไม่อยากให้ไอติมอยู่ใกล้ผมอะไรทำนองนั้น

“อะไรเจแปน” ไอติมเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าสงสัยกับการกระทำของเพื่อนตัวเอง ก่อนที่เจแปนจะพยักพเยิดหน้ามาทางผม ให้ไอติมรับรู้สาเหตุที่ดึง

“น้องไอติม เก่งมากครับ นี่พอร์ชไอติมจำได้ไหม” โจ้เอ่ยแสดงความยินดีก่อนจะแนะนำผม ไอติมมองผมค้างอยู่ครู่หนึ่ง ใช่จริงๆ ด้วย เธอคือคนที่ช่วยปุยฝ้ายไว้วันนั้น

“ขอบคุณค่ะ พี่โจ้ ไอขอตัวก่อนนะคะ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel