-05-ความฝัน
วันต่อมา...
“ฝันเหรอเนี่ย” ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาจากภวังค์ความฝัน มองดูเพดาน ก่อนจะกวาดสายตาไปมองรอบๆ ห้องให้ชัวว่าภาพเมื่อกี้มันคือความฝันจริงๆ เหรอ เหมือนจริงมาก ฉันฝันเห็นคุณย่ามานั่งเชียร์ ฉันแข่งรถที่สนามแห่งหนึ่ง แต่ที่แน่ๆ ที่นั่นไม่ใช่สนามพ่อติณ ฉันอยากให้สนามนั้นมีอยู่จริงๆ มันเป็นสนามที่สวยมาก สองข้างทางแท็กสนามเป็นป่าเขียวชอุ่ม วิวภูเขา ไม่อยากให้มันเป็นแค่ความฝัน ฉันอยากไปขับรถในสนามแข่งที่นั่น แต่ฝันมันก็คือฝัน ฉันลุกขึ้นจากที่นอนยืดเส้นยืดสาย ก่อนจะเดินไปกระโดดแทรมโพลีนเพื่อให้ร่างกายตื่นตัวในตอนเช้า และทำธุระส่วนตัวจนเสร็จ หยิบตารางสนามมาดูอีกครั้ง ก่อนจะออกมาที่อู่ ก็เห็นพ่อติณ กำลังยืนเช็กช่วงล่างที่ลิฟต์ยกรถ ด้วยชุดช็อปช่างตามเคย เป็นภาพที่ไม่เหมือนเจ้าของสนามเอาซะเลย ผิดจากหุ้นส่วนสนามอีกคนของท่านลุงสไปร์ท ทางนั้นใส่ชุดสูทมาสนามแทบทุกวัน
"พ่อติณ" ฉันเอ่ยเรียกพ่อติณตั้งแต่ยังเดินเข้ามาไม่ถึง จนผู้เป็นพ่อวางอุปกรณ์เครื่องมือเดินออกมานอกลิฟต์ยกรถ ฉันที่เดินผ่านตู้เย็นของช่างเลยแวะหยิบสปอร์นเซอร์มาหนึ่งขวด ยื่นให้พ่อติณ
“ทำอะไรอยู่คะ”
“เช็กช่วงล่าง เหลือแต่ประกอบแล้ว อยากทำล่ะสิ” รู้ทันตลอด
“ช่ายลิ้ว ไอขอทำค่ะ" ฉันยิ้มตาหยีส่งให้ผู้เป็นพ่อ ไม่ต้องห่วงเรื่องชุด คิดไว้อยู่แล้วว่าวันนี้ทั้งวันฉันคงไม่ได้ออกไปไหน เลยใส่ชุดหมีช่าง เดินเข้าไปประจำตำแหน่งแทนที่พ่อติณก่อนจะลงมือประกอบชิ้นส่วนต่างๆ เข้าไว้เหมือนเดิมโดยมีพ่อติณคอยบอกอยู่ข้างๆ
"ไอจะแข่งจริงๆ เหรอลูก" ฉันที่กำลังขันน็อตตัวสุดท้ายชะงักมือ หันไปมองผู้เป็นพ่อก่อนจะหันมาขันต่อ
"พ่อว่าฝึกไว้เป็นแค่ทักษะเล่นสนุกๆ ไม่ต้องเป็นนักแข่งจริงจังก็ได้"
"แม่อิ้งให้พ่อมาพูดใช่ไหม" พ่อติณไม่เคยห้ามฉัน มีแต่จะสนับสนุน ส่วนใหญ่จะเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก นี่เมื่อคืนแม่อิ้งต้องเกลี้ยกล่อมให้พ่อติณมาพูดแน่ๆ
"ไอยังยืนยันคำเดิมค่ะ พ่ออัปสเต็ปรถให้ไออีกนะ ไอว่ามันยังแรงได้กว่านี้ นะนะ" ฉันเปลี่ยนเรื่องก่อนจะส่งสายตาปิ๊งๆ ให้ท่าน
"อยากได้แรง คันนู้น รถพ่อเลย" ท่านหันไปมองรถ Porsche 997 GT3R ของท่านที่จอดไว้ไม่ได้ลงสนามมานาน เพราะแม่อิ้งบอกว่าเป็นผู้จัดก็พอไม่ต้องลงเอง หลังๆ มานี้ฉันก็ไม่เห็นพ่อติณขับมันเลย มีแต่ให้ช่างที่อู่คอยเอารถออกมาตรวจเช็กสภาพ ขับนิดหน่อยแล้วเอามาจอดที่เดิม
"ไม่ค่ะ รถไอเท่านั้น" ฉันซ้อมและชินมือกับรถตัวเองแล้ว จะให้มาเปลี่ยนตอนนี้ไม่เอาอะ
“ยังไงก็จะลงแข่งใช่ไหม” ฉันยืนกอดอกมองพ่อนิ่งๆ ไม่ตอบ
“งั้นก็ได้ แต่อย่าบอกแม่อิ้งนะ แม่ห้ามไม่ให้พ่อทำอะไรกับรถไอติมอีก” คิดไว้อยู่แล้วเชียว แม่อิ้งนะแม่อิ้ง
“ค่ะ สัญญา” ฉันยกนิ้วก้อยขึ้นชูทำสัญญากับพ่อติณ
"งั้น ขับรถไปอู่ลับของเรากัน" ทันทีที่ได้ยินคำว่าอู่ลับฉันก็ยิ้มร่าออกมา มันไม่ใช่อู่ลับอะไรที่ไหนหรอกค่ะ เป็นอู่เก่าที่มันลับเพราะแม่อิ้งไม่ค่อยไปแถวนั้น มันไกล เลยเป็นอู่ลับของเราสองพ่อลูก เวลาจะแต่งรถเพิ่ม หรือจะแอบไม่ให้แม่รู้อะไรก็มักจะมาทำกันที่อู่เก่า พอมาถึงพ่อติณจัดการเช็กสภาพรถฉันใหม่ทั้งหมด เราหมดเวลาครึ่งวันไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ช่วงบ่ายพ่อจะพาฉันไปลองรถที่ท่านพึ่งอัปสเต็ปให้ รอบแรกพ่อขับ รอบสองพ่อให้ฉันขับและท่านก็นั่งด้านข้างคอยบอกว่าโค้งไหนเหยียบเบรกเท่าไหร่และโค้งไหนไม่ต้องเบรก จนฉันทำเวลาได้ดีขึ้น และมีความมั่นใจเกินร้อยสำหรับพรุ่งนี้ ยังไงการแข่งครั้งแรกของฉันมันจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่นอน
“ไอขับรถไปที่โค้งที่ห้าหน่อยลูก” ฉันขับรถออกมายังโค้งที่ห้าของสนาม ที่ถือเป็นโค้งที่ยากที่สุด ส่วนใหญ่ที่ฉันทำเวลาได้ไม่ค่อยดี หรือผิดพลาดบ่อยก็เพราะโค้งนี้นี่แหละ มันเป็นโค้งหักศอก
“ไอรู้ไหมทำไมแม่อิ้งถึงไม่อยากให้ไอแข่งรถ” อยู่ๆ พ่อติณก็พูดขึ้นมา
“เพราะแม่อิ้งกลัวไอจะเกิดอุบัติเหตุ กลัวว่ามันจะอันตราย” ความเร็วกับผู้หญิงส่วนใหญ่ มันคงดูไม่เข้ากันซะเท่าไหร่ แต่เอาจริงการแข่งรถก็เป็นกีฬาประเภทหนึ่ง และทุกกีฬามันก็มีเปอร์เซ็นต์ที่จะเกิดอุบัติเหตุได้อยู่แล้ว เราแค่ต้องเซฟตัวเองให้ดี
“นั่นก็เป็นส่วนนึง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด” ฉันเงียบฟัง รอพ่อติณพูดต่อ
“ที่แม่อิ้งไม่อยากให้ไอเป็นนักแข่ง เพราะ ไม่อยากให้คุณปู่นึกถึงภาพเหตุการณ์ตอนที่เสียคุณย่าไป” ฉันก็พอจะรู้เรื่องที่คุณย่าเป็นนักแข่งมาบ้างแต่ก็ไม่ทราบว่าท่านเสียชีวิตเพราะอะไร
“ คุณย่าเสียชีวิตตอนแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ เพื่อจะไปแข่งต่อระดับโลกที่ญี่ปุ่น แต่รถท่านกลับเสียหลักหลุดโค้งหักศอกแบบนี้ พลิกคว่ำจนรถระเบิด กลางสนามแข่ง คุณปู่ท่านห้ามคุณย่ามาตลอดแต่คุณย่าก็ไม่ฟัง เหตุการณ์นั้นเลยเป็นปมฝังใจคุณปู่มาตลอดจนกระทั่งพ่อมาเปิดสนามนี้ พ่อก็ทะเลาะกับคุณปู่ ไม่เคยเข้าใจคุณปู่ จนกระทั่งแม่อิ้งท้องลูก พ่อถึงรับรู้ เข้าใจความรู้สึกคุณปู่”
“แต่คุณพ่อก็ยังแข่งรถ เปิดสนามแข่งนิคะ”
“ใช่ครับ เพราะนั่นเป็นความฝันคุณย่า ที่พ่ออยากทำให้สำเร็จ และพ่อทำสำเร็จแล้วอย่างนึง นั่นก็คือสนามนี้ แต่อีกอย่างพ่อไม่สามารถทำได้ เพราะแม่อิ้งคงไม่สบายใจถ้าพ่อทำมัน”
“อะไรคะ” ฉันถามทันทีเพราะเมื่อคืน ไม่สิเมื่อเช้าฉันพึ่งฝันถึงคุณย่า
“แข่งรถในสนาม Inter Speed Way”
“สนามนี้อยู่ที่ไหนคะ”
“สนามนี้อยู่ที่ญี่ปุ่น มันเป็นสนามที่สวยที่สุดที่นักแข่งรถมืออาชีพ หลายๆ คนใฝ่ฝันอยากไปขับที่สนามนี้ รวมถึงคุณย่า คุณย่าท่านตั้งใจกับการแข่งขันครั้งนั้นมากเพราะอยากไปแข่งต่อที่สนามที่ท่านใฝ่ฝัน ถึงขนาดแอบคุณปู่มาแข่ง” ฉันนั่งฟังพ่อติณเล่าเรื่องคุณย่าอย่างตั้งใจ อยากรู้จังสนามนั้นมันจะสวยขนาดไหนนะ
“แล้วถ้าไออยากจะสานต่อความฝันอย่างสุดท้ายของคุณย่าล่ะคะ”
“ลูกแน่ใจแล้วใช่ไหม เพราะนั่นหมายถึงลูกอาจจะต้องทะเลาะกับคุณปู่นะไอติม”
“ไอว่าไอมีวิธีพูดกับคุณปู่นะคะ”
“แต่จะไปแข่งสนาม Inter Speed Way มันไม่ง่าย” ถ้ามันง่ายแล้วมันจะไปท้าทายอะไร เรื่องนั้นฉันรู้ ทุกการแข่งขันมันต้องแลกมาด้วยความพยายาม
“ถ้าไอชนะสนามนี้ ถือว่าเป็นใบเบิกทางก่อน ค่อยๆ พัฒนาฝีมือ ไอว่าไอทำได้นะคะ” ฉันพึ่งอายุ 21 ยังมีเวลาที่ซ้อม มีเวลาลงแข่ง ยังมีโอกาสให้ทำผิดพลาด ถ้าครั้งแรกไม่ได้ไป มันก็ยังมีครั้งถัดไป ใช่ว่าการแข่งระดับโลกจะจัดครั้งเดียวและไม่จัดอีกตลอดไปซะเมื่อไหร่ ฉันก็แค่ต้องลงแข่งพัฒนาฝีมือตัวเอง จนกระทั่งการแข่งเวียนมาจัดที่สนาม Inter Speed Way ก็แค่นั้น
“แล้วแม่อิ้ง” นั่นแหละคือปัญหาด่านแรกที่ฉันต้องเผชิญ
“พ่อติณก็ช่วยพูดให้ไอหน่อยนะคะ ”
“ไม่ต้องมาอ้อนพ่อเลยเรา” ถ้าพ่อไม่ช่วยความหวังฉันก็ริบหรี่ตั้งแต่สนามแรกชัวร์ๆ
“พ่อช่วยสนับสนุนไออีกแรง แม่อิ้งต้องใจอ่อนแน่ๆ” ฉันยังพยายามที่จะตะล่อมพูดหว่านล้อมพ่อติณ
“แข่งพรุ่งนี้ให้ชนะซะก่อน เราค่อยมาคุยเรื่องนี้กันใหม่”
“รอดูรถไอศกรีมเรนโบว์คันนี้พุ่งทะยานเข้าที่ 1 ก่อนใครเลยค่ะ” ฉันพูดขึ้นเสียงดังฟังชัดหนักแน่น รถก็อัปสเต็ปแล้ว จังหวะเบรกก็เริ่มคล่อง ไม่ยากเกินความสามารถไอติมแน่นอน
“นี่ลูกสาวพ่อ 21 ปีจริงๆ แล้วใช่ไหม พ่อยังคิดว่าไอ 5 ขวบอยู่เลยนะ” พ่อติณพูดขึ้นทั้งยกมือมาจับหัวฉันโยกไปโยกมา
“พ่อติณณณ ไอเป็นสาวแล้วนะคะ”
“ถ้าเป็นสาว ก็ต้องมีแฟน แล้วไหนแฟน” เหอะพูดเรื่องนี้อีกแล้ว
“เป็นสาวโสดที่ไม่มีแฟนไงคะ ไอจะอยู่เกาะพ่อติณกับแม่เป็นปลิงเลย หาทำไมแฟน ไม่เห็นจะอยากมีเลยค่ะ ”
“ฮ่าๆ แล้วพ่อจะรอดูนะ”
“ครับผม”
“สรุปเป็นผู้หญิงเป็นผู้ชาย”
“ฮ่าๆ” ฉันขับรถกลับเข้ามาจอดยังที่เดิม พูดจริงนะ ฉันยังนึกภาพตัวเองมีแฟนในหัวไม่ออกเลย ฉันมักจะคบแต่เพื่อนผู้หญิง ส่วนผู้ชายถ้าเลือกได้ไม่อยากจะเข้าใกล้เลยด้วยซ้ำ แต่ไม่ใช่ทุกคนนะ หมายถึงคนที่ฉันไม่รู้จัก ไม่สนิทสนมไม่คุ้นเคย ฉันรู้สึกผู้ชายเหมือนเป็นตัวอันตราย แต่ก็รู้นั่นแหละว่ามันไม่ใช่ทุกคน เหมือนพี่ๆ ช่างในสนามทุกคนน่ารักกับฉันมาก หรือเพราะเป็นลูกเจ้าของสนามอันนี้ก็ไม่แน่ใจ
