บท
ตั้งค่า

-04- ห้ามแพ้

#ไอติม#

1 อาทิตย์ต่อมา...

เสียงรถสองคันดังกระหึ่มมาแต่ไกล ฉันยืนมองรถ Toyota prius gt 300 สีแดงแรงฤทธ์ กับอีกคันสีเหลืองเพ้นต์ลายมินเนียนน่ารักเด่นชัดมาแต่ไกล ขับแข่งกันไม่มีใครยอมใคร วันนี้ฉันนัดเจแปนกับอลินให้เอารถเข้ามาที่สนามเพื่อจะให้พี่ๆ ทีมเซอร์วิสโมดิฟายตรวจสอบระบบความปลอดภัยอีกครั้งก่อนจะลงสนามในอีกสองวันข้างหน้า เราสามคนจะลงแข่งกันครั้งแรก จากที่พวกเราคอยเป็นผู้ชมแต่ตอนนี้เรากำลังจะเข้าไปนั่งในรถ เป็นผู้ควบคุมความเร็วนั้นเอง

อลินจอดเทียบสนิทก่อนจะตามด้วยรถของเจแปนฉิวเฉียดกันเพียงเสี้ยววินาที ฉันยืนปรบมือให้ทั้งสองเมื่ออลินและเจแปนเปิดประตูลงจากรถ อลินยิ้มกริ่มยักคิ้วยักไหล่ใส่เจแปนอย่างผู้ชนะทันที

“ไม่ต้องยิ้มดีใจ ออมมือค่ะ” เสียงเล็กแหลมตอบกลับทันทีเมื่อเห็นท่าทียิ้มน้อยยิ้มใหญ่ของอลิน

“ดูไม่ออกเลย”

“ฮ่าๆ นี่คือพร้อมแล้วใช่ไหม” ฉันแทรกพูดขึ้น เดินเข้าไปหาทั้งสอง

“ขนาดนี้แล้ว พร้อมมาก ก.ไก่ล้านตัว” อลินถอดถุงมือทั้งพูดตอบกลับ

“แล้วของเดิมพัน ยังไงๆ กระเป๋า นาฬิกา หรืออะไร” ถ้าไม่ใช่สนามใหญ่ระดับประเทศที่แข่งเพื่อจะเก็บคะแนนตัวเองไว้ในทุกๆ ปี สนามเล็กๆ ที่ถูกจัดขึ้นเองแบบนี้มันก็ต้องมีของเดิมพัน การแข่งรถทุกครั้งที่ฉันเคยดูจะสนุก ท้าทายก็ตรงของเดิมพันนี่แหละ แต่จะแข่งกันทั้งทีแลกด้วยสิ่งของมันดูเด็กน้อยเกินไป ดูไม่โพรเฟสชันแนลเอาซะเลย

“ไม่เอา ไม่โปรเลยว่ะ เงินดีกว่า แข่งทั้งทีเอามาตรฐานผู้ชายไปเลยสิ” พ่อเคยพาไปดูรุ่นน้องของท่านแข่งกันส่วนใหญ่ก็จะวางเงินเดิมพันกันทั้งนั้น ถ้าไม่ใช่พวกที่เทาๆอะนะ

“เท่าไหร่” อลินถามขึ้น

“200,000” ฉันเสนอจำนวนเงินที่ดูท้าทาย คุ้มค่ากับการเอาชนะครั้งนี้

“ดีล ใครชนะ ปิดผับฉลองด้วยดิ” แต่ก็ยังมีข้อแม้อีกนิดหน่อย

“ไม่มีปัญหา” ฉันไม่มีปัญหาอะไรเลย ชอบซะอีกแข่งเสร็จได้รีแลกซ์ไปในตัว

“ไอ ลองสนามยัง” เจแปนเอ่ยถามฉัน

“รออยู่นี่ไง” ถึงจะเป็นลูกเจ้าของสนามมีทีมเซอร์วิสพร้อมดูแลความปลอดภัยให้ตลอดเวลา แต่พี่ๆ เขาก็มีงานอย่างอื่นที่ต้องทำ ฉันเลยรอเวลาให้เพื่อนๆ มากันครบก่อนค่อยซ้อมทีเดียว

“งั้นไอลองก่อนเลยคนแรก ขอดูตัวอย่างทำการบ้านก่อน” อลินเอ่ยพูดขึ้นอย่างถ่อมตัว ทั้งที่เมื่อกี้พึ่งเอาชนะเจแปนไปหมาดๆ แต่ฉันก็ไม่ปฏิเสธเดินไปหยิบหมวกมาใส่เตรียมความพร้อม

“ได้เห็นแล้วจะหนาว อย่าเปลี่ยนใจไม่ลงแข่งนะเว้ย” ขิงทับซะเลย เจแปนเดินเข้ามาช่วยฉันสวมหมวกกันน็อก Harnes อุปกรณ์ช่วยล็อกคอนักแข่ง ใช่ ถึงจะเป็นแค่การซ้อม ทุกอย่างก็ต้องปลอดภัย ฉันก้าวเข้าไปนั่งหลังพวงมาลัย เบิร์นยางเตรียมความพร้อม ก่อนที่เจแปนจะเปิดไฟสัญญาณเตรียมออกตัว และเมื่อไฟดับฉันก็เหยียบคันเร่งเต็มที่ ความยาวของสนามของพ่อติณอยู่ที่ 4.554 กม. จำนวน 12 โค้ง พอจังหวะพ้นโค้งสุดท้ายมา ก็ทำการเปลี่ยนเกียร์เร่งสปีดและเข้าเส้นชัยในเวลาต่อมาจนจอดรถสนิท ฉันเปิดประตูปลดเข็มขัดทุกเส้นออกจากตัวก้าวลงมาถอดหมวกออกมาถือ สะบัดผมสวยๆ เดินเข้าไปหาทั้งสองสาว จากสีหน้าเพื่อนฉันว่าฉันต้องทำเวลาได้ดีแน่ๆ ก่อนจะถามขึ้นอย่างมั่นใจ

“เท่าไหร่”

“สูสี 2.31” เจแปนเอ่ยบอกเวลา ถือว่ารอบนี้ทำเวลาได้ดีขึ้น เพราะครั้งก่อนที่ลองซ้อมกับพ่อติณทำเวลาอยู่ที่ 2.39 วินาที ถือว่าพัฒนาการใช้ได้เลยนะเนี่ย ต่อจากฉันก็เป็นอลิน ซึ่งเวลาที่ทำได้คือ 2.30 วินาที ตามด้วยเจแปน 2.28 วินาที เมื่อเห็นเวลาที่ทั้งสองทำได้ฉันถึงกับหน้าเหวอแพ้ราบคาบ

“เป็นไงบ้างสาวๆ” เสียงพ่อติณดังขึ้นเมื่อหันไปเห็นว่าท่านเปิดประตูเดินออกมาจากห้องทำงาน ฉันเลยทำหน้างุดงอ เบ้ปาก เดินเข้าไปหาอย่างต้องการอ้อนผู้เป็นพ่อ

“พ่อติณ~ ไอแพ้” ฉันเดินเข้าไปสวมกอดผู้เป็นพ่อ ส่งสายตาอ้อนวอนอย่างมีจุดประสงค์

“อัปสเต็ปเครื่องให้ไออีกสิ สู้สองคนนี้ไม่ได้ง่า” พ่อติณจับหัวฉันโยกเบาๆ ไปมา

“คุยกับแม่อิ้งก่อนไหม ถ้าไอแพ้สนามแรก สนามต่อไปนี่คือหมดสิทธิ์แล้วนะลูก แม่อิ้งไม่ยอมให้ลูกแข่งต่อแน่ๆ”

“นี่ไงคะ คือเหตุผลที่พ่อติณควรจะอัปสเต็ปรถให้ไออีก” แม่อิ้งไม่ค่อยเห็นด้วยที่ฉันจะลงแข่ง ตอนแรกฉันคุยกับพ่อติณว่าจะลงแข่งสนามประจำปีเก็บคะแนนเลย แต่แม่อิ้งบอกว่ามันอันตรายเกินไป ถึงพ่อติณจะช่วยย้ำว่าท่านจะเป็นคนเซฟตี้ทุกอย่างให้เอง แต่แม่ก็ยังไม่ยอม

ฉันเลยหัวใสเพราะอยากลองแข่งในสนามจริงๆ เลยบอกแม่อิ้งไปว่างั้นขอให้พ่อติณจัดการแข่งขันขึ้นมาให้โดยจะแข่งกันแค่ 3 คน ก็คือ ฉัน เจแปน และอลิน แต่แม่อิ้งก็ยังมีข้อแม้ นั่นก็คือ ถ้าแข่งสามคน แล้วผลออกมาว่าฉันแพ้ นั่นก็คือท่านจะไม่อนุญาตให้ลงแข่งอีกเลย ดูความใจร้ายนี่สิ หือออ อยากจะร้อง ฉันเบ้ปากหันไปมองเพื่อน

“อลิน เจแปน ออมมือให้หน่อย ”

“อย่ามา ไม่มีออมค่ะ" ฉันจิปากใส่อลินเจแปนอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะหันมากอดและมองหน้าผู้เป็นพ่อส่งสายตาอ้อนวอนต่อ

“พักกันก่อนแม่อิ้งทำกับข้าวไว้ให้สาวๆ เต็มเลย” พ่อติณคล้องไหล่ฉัน ส่วนอลินกับเจแปนเดินตามเข้ามาในห้องรับรองแขกตามคำชวน

ครอบครัวฉันแทบจะใช้ชีวิต 24 ชม.อยู่ที่นี่ สนามแข่งรถแห่งนี้เป็นของพ่อฉันเอง พ่อติณต่อเติมสนามจนตอนนี้ถัดจากอู่เซอร์วิสมาก็จะเป็นพื้นที่รองรับแขกที่มีความชิดเชื้อสนิทสนมห้ามบุคคลภายนอกเข้า ด้านในเข้ามาก็จะเจอกับห้องรับรองแขกซึ่งจะมีโต๊ะไว้สำหรับนั่งรับประทานอาหารร่วมด้วย ทางด้านขวาจะมีประตู ซึ่งสามารถเดินทะลุไปห้องทำงานคุณพ่อได้ โดยไม่ต้องเดินออกไปด้านนอก ถัดไปจากโซนห้องครัวก็จะมีประตูเดินทะลุมาห้องนั่งเล่นซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวเฉพาะครอบครัวฉัน มีห้องนอนของพ่อแม่รวมถึงห้องนอนฉันด้วย จริงๆ ฉันมีคอนโดด้วยซึ่งอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยแต่ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ที่นี่เพราะไม่ชอบอยู่คนเดียว อยู่ที่นี่ว่างๆ ก็ได้ลงไปซ้อมรถเล่นด้วยสนุกกว่าไปหมกตัวอยู่คอนโดตั้งเยอะ

พอเดินเข้ามาในห้องรับแขก คุณแม่ก็เดินถืออาหารมาเสิร์ฟที่โต๊ะ แต่ที่เห็นแบบนี้แม่อิ้งมีหน้าที่แค่ถือออกมาเสิร์ฟอย่างเดียวนะ คนทำคือพ่อติณของฉัน

“ซ้อมกันเป็นไงบ้างยัยไอ ถ้าสนามแรกแพ้ ทุกอย่างคือจบนะไม่มีสนามสอง” พูดย้ำกดดันอีกแล้ว ฉันอยู่กับรถแข่งมาตั้งแต่เกิด พ่อ พี่ๆ ช่าง พาฉันนั่งรถแข่งแทบทุกวัน (เฉพาะวันที่แม่อิ้งเผลอเท่านั้นนะ) มันก็ต้องมีคันไม้คันมือบ้างไหมล่ะ และนี่ดูสิยังมากดดันกันทางอ้อมอีก สนามแรกจะไม่ให้มีพลาดกันบ้างเลยรึไง

“ค่ะ รู้แล้วไม่ต้องย้ำเยอะก็ได้” ฉันทำหน้างุดงอ ผิดกับเพื่อนๆ ที่ยิ้มกริ่ม ฉันนี่แหละเป็นคนพูดกรอกหู พาทั้งอลินและเจแปน ตระเวนดูการแข่งขันทุกรายการ จนทั้งสองตกหลุมพราง หลงรักความเร็วด้วยกัน

ถ้าฉันแพ้ มันก็ไม่มีอะไรมากหรอก ก็แค่ไม่ได้ลงแข่งในสนามอีก แต่ใช่ว่าฉันจะเลิกรักความเร็ว จนเรากินข้าวกันเสร็จฉันเดินออกมาส่งอลินเจแปน พวกเธอหันกลับมาถามก่อนขึ้นรถ

“ออมให้เอาปะ” ดูท่าทางสิ เหอะถึงอยากจะชนะแค่ไหน แต่ถ้าเพื่อนออมมือให้มันก็ไม่สนุกแถมไม่ภูมิใจอีก ‘ไม่มีทาง’

“อลินเหยียบไม่สุดได้นะ” อลินก็อีกคน

“แข่งคือแข่ง ใครออมมือโกรธ เลิกคบ” ฉันพูดกลับเสียงแข็ง จะชนะ จะได้แข่งต่อไหม มันก็ต้องพิสูจน์ด้วยฝีไม้ลายมือ ถ้าจะแพ้ก็ได้แต่ขอทำให้สุดความสามารถก่อนแล้วฉันก็จะยอมรับผลของมัน

“ถ้าสนามนี้แพ้ สนามต่อไปอดเลยนะ” ย้ำอีก รู้แล้วนะพูดกันอยู่นั่นแหละ

“รอดูวันแข่ง อย่างน้อยก็ได้ลอง”

“เอางั้น”

“อืม ขับรถกลับบ้านดีๆ” ฉันพูดตัดบทดันหลังให้ทั้งสองเดินขึ้นรถของตัวเอง

“เจอกันวันแข่งไอ”

“โอเค บาย” ฉันยกมือทำสัญลักษณ์โอเคส่งให้เพื่อน ก่อนที่รถจะเคลื่อนออกไปจากสนาม หลังจากเพื่อนกลับ ฉันกลับมานั่งท่องตารางสนามว่าโค้งไหนควรเบรกที่เท่าไหร่และลองซ้อมจริงอีก 2 รอบ พี่นนท์ซึ่งเป็นช่างประจำสนามและเป็นช่างที่ช่วยโมดิฟายรถให้ฉัน ที่จริงพี่แกเลิกงานแล้วแหละแต่ก็ยังน่ารักคอยมาเป็นโค้ชติว ดูแลความปลอดภัยตอนฉันซ้อมจนสนามดับไฟ

“ขอบคุณมากค่ะพี่นนท์”

“ไม่เป็นไรครับ ถ้าพรุ่งนี้จะซ้อมตอนไหนบอกพี่ได้เลย”

“โอเช พี่นนท์ขับรถกลับบ้านดีๆ นะคะ” ฉันโบกมือลาพี่นนท์และกลับเข้ามายังห้องนอนตัวเอง 'ต้องชนะ' มันมีแค่คำนี้วนอยู่ในหัวฉัน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel