บทที่ 7 รุ่งอรุณแห่งการเอาคืน
แสงแดดอ่อนๆ ยามสายสาดส่องทะลุผ่านช่องว่างของผ้าม่านทึบแสงสีเทาเข้ม กระทบลงบนเตียงคิงไซส์ที่บัดนี้สภาพผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ราวกับพึ่งผ่านสมรภูมิรบที่ดุเดือดมาตลอดทั้งคืน
เสื้อผ้าที่กระจัดกระจายเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นพรม ทั้งเสื้อเชิ้ตสีดำ กางเกงยีนส์ และชุดเดรสสีแดงที่ขาดวิ่นจนแทบไม่เหลือชิ้นดี เป็นหลักฐานชั้นยอดที่บ่งบอกถึงความเร่าร้อนและบ้าคลั่งที่พึ่งสงบลงเมื่อรุ่งสาง
“อื้อ...”
เสียงครางเครือเบาๆ ดังลอดออกมาจากริมฝีปากที่บวมเจ่อ เส้นด้ายค่อยๆ ปรือตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก เปลือกตาของเธอหนักอึ้งและปวดหนึบไปหมด
ความรู้สึกแรกที่พุ่งเข้าโจมตีทันทีที่สติสัมปชัญญะกลับมาครบถ้วน คือความเจ็บร้าวที่แล่นพล่านไปทั่วสะโพกและช่วงล่าง ร่างกายของเธอระบมไปทุกสัดส่วนราวกับถูกรถสิบล้อบดขยี้มาก็ไม่ปาน
หญิงสาวพยายามขยับตัว แต่ก็ต้องสูดปากด้วยความเจ็บ ท่อนแขนแกร่งที่หนักอึ้งราวกับท่อนเหล็กยังคงพาดทับอยู่บนเอวคอดกิ่วของเธอ รั้งร่างบางให้แนบชิดกับแผงอกเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากกรงเล็บของเธอเอง
ลมหายใจเข้าออกที่เป็นจังหวะสม่ำเสมอเป่ารดอยู่ที่ซอกคอ บ่งบอกว่าคนตัวโตข้างๆ ยังคงหลับสนิท
เส้นด้ายค่อยๆ หันใบหน้าไปมองฉลามที่กำลังหลับสนิท ใบหน้าหล่อเหลาดุดันที่มักจะฉายแววหยิ่งยโสและเกรี้ยวกราดอยู่เสมอ บัดนี้กลับดูผ่อนคลายและไร้พิษสงราวกับรูปสลักเทพเจ้ากรีก
แขนเสื้อเชิ้ตของเขาที่เธอจำได้ว่าถูกฉีกทิ้งไปเมื่อคืน ร่องรอยสีแดงช้ำตามซอกคอและลาดไหล่กว้างเป็นเครื่องยืนยันว่าเธอเองก็ฝากรอยแผลไว้ให้เขาไม่น้อยไปกว่ากัน
ความทรงจำอันวาบหวามและป่าเถื่อนเมื่อคืนไหลบ่าเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ ทุกสัมผัส ทุกรอยจูบ และทุกจังหวะการสอดประสานที่เต็มไปด้วยความดุดันและเอาแต่ใจของเขาทำเอาพวงแก้มขาวเนียนร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
เส้นด้ายกัดริมฝีปากล่างของตัวเองแน่น เธอเสียครั้งแรกให้กับไอ้หมาบ้าจอมเผด็จการคนนี้ไปแล้วจริงๆ
แต่ถ้าคิดว่าตื่นมาแล้วเธอจะนอนร้องไห้กระซิกๆ เป็นนางเอกเจ้าน้ำตา เรียกร้องให้เขามารับผิดชอบล่ะก็ ฝันไปเถอะ
“ไอ้คนฉวยโอกาส ไอ้หมาบ้าเอ๊ย”
เธอสบถด่าในใจ ก่อนจะค่อยๆ ยกท่อนแขนแกร่งของเขาออกจากการเกาะกุมอย่างเบามือที่สุด เพื่อไม่ให้หมอนี่ตื่นขึ้นมาอาละวาดอีก
เส้นด้ายฝืนทนความเจ็บปวด ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่งหย่อนขาลงข้างเตียง สภาพของเธอตอนนี้แทบจะดูไม่ได้ ทั่วทั้งเรือนร่างขาวผ่องเต็มไปด้วยรอยรักสีแดงอมม่วงที่เขาจงใจฝากฝังเอาไว้แทบทุกตารางนิ้ว โดยเฉพาะบริเวณซอกคอและเนินอกที่ถูกตีตราจองอย่างหนักหน่วงที่สุด
หญิงสาวกวาดสายตามองหาเสื้อผ้าของตัวเอง แต่สภาพชุดเดรสสีแดงที่ถูกกระชากจนซิปพังและขาดวิ่นทำให้เธอต้องถอนหายใจยาว สายตาคมเฉี่ยวหันไปเห็นเสื้อเชิ้ตสีดำตัวโคร่งของฉลามที่พาดอยู่บนพนักเก้าอี้ปลายเตียง เธอไม่ลังเลที่จะคว้ามันมาสวมทับเรือนร่างเปลือยเปล่าของตัวเองทันที
เสื้อตัวใหญ่ยาวคลุมลงมาจนถึงต้นขา ปกปิดร่องรอยความบอบช้ำเอาไว้ได้อย่างมิดชิด กลิ่นน้ำหอมสปอร์ตผสมซีดาร์วูดที่ติดอยู่บนเนื้อผ้าลอยมากระทบจมูก ยิ่งตอกย้ำถึงเหตุการณ์เมื่อคืนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ขณะที่เส้นด้ายกำลังรวบผมที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่และเตรียมตัวจะก้าวเดินออกจากห้องสวีตหรู เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาฝีเท้าของเธอชะงักกึกทันที
“จะรีบหนีไปไหนล่ะ ยัยตัวแสบ”
ฉลามปรือตาขึ้นมองแผ่นหลังเล็กที่สวมเสื้อเชิ้ตของเขาอยู่ ชายหนุ่มยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง ผ้าห่มผืนหนาร่นลงไปกองอยู่ที่เอว เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและลอนกล้ามหน้าท้องที่เต็มไปด้วยรอยเล็บ
นัยน์ตาสีเข้มที่พึ่งตื่นนอนยังคงความดุดันและเต็มไปด้วยสัญชาตญาณความเป็นเจ้าของ เขามองเธอด้วยสายตาที่คิดว่าตัวเองเป็นผู้ชนะในเกมเดิมพันเมื่อคืน
เส้นด้ายสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจและความเย่อหยิ่งกลับมาประดับบนใบหน้า ก่อนจะหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับคนบนเตียง พร้อมกับรอยยิ้มเหยียดที่มุมปาก
“หนี? ใครหนี ฉันก็แค่จะกลับคอนโดไปอาบน้ำล้างซวยต่างหาก” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความเขินอายหรือความหวาดกลัวอย่างที่ฉลามคาดหวังไว้
คิ้วเข้มของชายหนุ่มขมวดเข้าหากันทันที ความหงุดหงิดเริ่มก่อตัวขึ้นในอกเมื่อท่าทีของหญิงสาวตรงหน้าไม่เป็นไปตามที่เขาคิด
ปกติผู้หญิงที่ผ่านคืนลึกซึ้งกับเขามา ถ้าไม่นอนคลอเคลียออดอ้อน ก็ต้องเรียกร้องสถานะอะไรสักอย่าง แต่นี่เธอกลับทำเหมือนเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นแค่การเดินสะดุดก้อนหินแล้วปัดฝุ่นลุกขึ้นเดินต่อ
“ล้างซวย? พูดจาให้มันดีๆ หน่อยนะยัยเตี้ย เมื่อคืนใครกันที่ครางชื่อฉันจนเสียงแหบเสียงแห้ง” ฉลามเลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย หวังจะต้อนให้เธอจนมุมและยอมรับความพ่ายแพ้
“อย่าลืมสิว่าเธอเป็นคนท้าฉันเอง และตอนนี้ เธอก็ตกเป็นของเล่นของฉันอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว”
“ของเล่น?” เส้นด้ายแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะของเธอเยือกเย็นจนคนฟังรู้สึกชาไปทั้งหน้า
“หลงตัวเองเกินไปหรือเปล่าฉลาม นายคิดว่าแค่ได้เอาฉันคืนเดียว แล้วฉันจะต้องยอมศิโรราบหมอบกราบแทบเท้านายน่ะเหรอ?”
“เธอเสียครั้งแรกให้ฉัน!” ฉลามสวนกลับเสียงแข็ง ความหึงหวงลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเธอยังคงพยศไม่เลิก
“แล้วไง? ก็แค่เยื่อบางๆ ขาดปะวะ” เส้นด้ายกอดอก เชิดหน้าขึ้นท้าทายสายตาคมดุคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว
“หมดยุคที่ผู้หญิงต้องมาร้องไห้ฟูมฟายเรียกร้องความรับผิดชอบเพียงเพราะเสียซิงแล้วย่ะ ถือซะว่าทำบุญทำทานให้หมามันกินก็แล้วกัน”
“เส้นด้าย!” ฉลามคำรามลั่น สันกรามแกร่งบดเข้าหากันแน่นจนนูนเป็นสัน
เขาเกลียดที่เธอพูดจาด้อยค่าสัมผัสของเขา เกลียดที่เธอทำเหมือนเขาเป็นแค่ทางผ่านที่ไม่มีค่าอะไรเลย ชายหนุ่มสะบัดผ้าห่มทิ้ง ตั้งใจจะลุกขึ้นไปสั่งสอนยัยปากดีให้หลาบจำอีกสักรอบ
แต่เส้นด้ายไวกว่า เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าวและยกมือขึ้นห้ามด้วยท่าทีเด็ดขาด
“หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ! เกมมันจบลงตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว และฉันขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะว่า...”
เส้นด้ายจงใจเว้นจังหวะ กวาดสายตามองเรือนร่างท่อนบนของเขาด้วยแววตาประเมินอย่างจาบจ้วง ก่อนจะเหยียดยิ้มร้ายกาจที่สุดเท่าที่เคยทำมา
“ลีลาของนายมันก็ งั้นๆ แหละ”
ฉลามชะงักกึกราวกับถูกค้อนปอนด์ทุบแสกหน้า ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง
“เมื่อคืนที่คุยโวไว้ซะดิบดี นึกว่าจะแน่สักแค่ไหน ที่แท้ก็เก่งแต่ใช้กำลังบังคับคนอื่น สอบตกนะไอ้หมาบ้า!”
คำวิจารณ์ที่พุ่งตรงเข้ากระแทกอีโก้ของผู้ชายวิศวะอย่างจัง ทำเอาฉลามโกรธจนหน้าดำหน้าแดง ความมั่นใจในเรื่องบนเตียงที่เขาเคยภูมิใจนักหนาถูกยัยผู้หญิงตัวเล็กๆ ตรงหน้าเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี
เขาอ้าปากจะด่าสวนกลับ แต่ความโกรธก็ทำให้พูดไม่ออกไปชั่วขณะ
“อ้อ แล้วสำหรับเสื้อตัวนี้น่ะ ถือซะว่าเป็นค่าเสียหายที่นายทำชุดของฉันพังจนใส่ไม่ได้ก็แล้วกัน”
พูดจบ เส้นด้ายก็หมุนตัวเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องสวีตไปทันที ประตูไม้บานใหญ่ถูกปิดกระแทกใส่หน้าเขาอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น
ปัง!!
ความเงียบโรยตัวลงปกคลุมทั่วทั้งห้องอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจหนักๆ ของฉลามที่นั่งกำมือแน่นอยู่บนเตียง สายตาคมดุจ้องมองบานประตูที่พึ่งปิดลงด้วยความรู้สึกที่สับสนปนเปกันไปหมด
ทั้งโกรธ ทั้งหงุดหงิด ทั้งเสียหน้า และที่น่าโมโหที่สุดคือ ลึกๆ ในใจเขากลับมีความรู้สึกโหยหาสัมผัสของเธอแทรกซึมอยู่อย่างน่าประหลาด
“ลีลางั้นๆ เหรอ ยัยตัวแสบ...” ฉลามสบถรอดไรฟัน มือหนากระชากหมอนใบโตขึ้นมาปาอัดกำแพงอย่างแรงเพื่อระบายอารมณ์
“คิดว่าจะสลัดฉันพ้นง่ายๆ หรือไง ฝันไปเถอะ! กล้าหยามฉันขนาดนี้ ฉันจะตามจองล้างจองผลาญเธอให้ถึงที่สุดเลยคอยดู”
รอยยิ้มร้ายกาจและอันตรายผุดขึ้นที่มุมปากของหมาบ้า เกมเดิมพันเมื่อคืนอาจจะจบลงไปแล้ว แต่สงครามประสาทและการตามล่าเพื่อทวงคืนศักดิ์ศรีและหัวใจ พึ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงเท่านั้น
เตรียมตัวตั้งรับแรงกระแทกไว้ให้ดีเถอะเส้นด้าย เพราะหมาบ้าตัวนี้ มันกัดไม่ปล่อยแน่
