บทย่อ
เมื่อสาวสวยสุดแซ่บแห่งคณะนิเทศ ต้องมาปะทะกับคนพาลแห่งคณะวิศวะที่ปากหมาระดับสิบ งานนี้ไม่รู้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ แต่ที่แน่ๆ ไม่มีใครยอมเสียเปรียบแน่นอน
บทที่ 1 หมาบ้าหลุดมาจากไหน
บรรยากาศใต้ตึกคณะอักษรศาสตร์ในช่วงบ่ายสามโมงเต็มไปด้วยความจอแจของเหล่านักศึกษาที่พึ่งเลิกคลาส แสงแดดร่มลมตกพัดเอาความร้อนอบอ้าวของประเทศไทยให้เบาบางลงบ้าง
แต่ถึงอย่างนั้น ความคึกคักของผู้คนรอบกายก็ไม่อาจทำให้หญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะหินอ่อนมุมสุดของทางเดินอารมณ์ดีขึ้นมาได้เลย
“เมื่อไหร่จะเสร็จเนี่ยยัยน้ำหวาน”
เสียงหวานบ่นพึมพำกับตัวเองขณะที่ปลายนิ้วเรียวกดยิกๆ ลงบนหน้าจอสมาร์ตโฟน เส้นด้าย นักศึกษาชั้นปีที่สี่ เจ้าของฉายาสาวสวยสุดแซ่บแห่งคณะอักษรศาสตร์กำลังหงุดหงิดได้ที่
ร่างเล็กบอบบางแต่อัดแน่นไปด้วยสัดส่วนที่ชวนมองอยู่ในชุดนักศึกษาพอดีตัว กระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่าขับเน้นเรียวขาขาวเนียนที่ไขว่ห้างอยู่ให้ดูโดดเด่น
ผิวของเธอขาวอมชมพูดูสุขภาพดี เนียนละเอียดจนแทบจะเรืองแสงเมื่อกระทบกับแสงแดดอ่อนๆ ใบหน้ารูปไข่รับกับดวงตาเรียวเฉี่ยวที่ถูกกรีดอายไลเนอร์มาอย่างโฉบเฉี่ยว ริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงสดขยับบ่นขมุบขมิบไม่หยุด
วันนี้เธออารมณ์ไม่ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะพึ่งมีปากเสียงกับพี่สาวต่างมารดาที่ชอบโทรมาแขวะเรื่องมรดกที่บ้านตั้งแต่เช้า พอเลิกเรียนก็ตั้งใจจะชวนน้ำหวาน เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอไปเดินช้อปปิ้งแก้เซ็ง ยัยเพื่อนตัวดีก็ดันติดคุยงานกลุ่มจนปล่อยให้เธอต้องมานั่งรอเป็นเป้านิ่งอยู่ใต้ตึกคณะเกือบครึ่งชั่วโมง
เส้นด้ายถอนหายใจยาว พลางปรายตาขวับไปมองกลุ่มนักศึกษาชายโต๊ะข้างๆ ที่พยายามส่งยิ้มกรุ้มกริ่มและพยักพเยิดหน้ามาทางเธอ
หญิงสาวไม่ได้ยิ้มตอบ เธอเพียงแค่เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย เป็นการปฏิเสธแบบไร้เสียงที่ยังคงความสวยแซ่บและหยิ่งทะนงไว้เต็มเปี่ยม
สำหรับสาวมั่นที่ฮอตระดับท็อปของชั้นปีอย่างเธอ อะไรที่ตัดสินใจไปแล้ว เธอไม่เคยกลับไปเสียดาย และแน่นอนว่าผู้ชายหน้าตาธรรมดาท่าทางกะล่อนพวกนั้น ไม่ได้อยู่ในสายตาเธอเลยสักนิด
แต่สิ่งที่ชวนหงุดหงิดยิ่งกว่าผู้ชายที่ตามจีบ คือผู้ชายร่างสูงที่กำลังเดินกระแทกส้นเท้าตรงดิ่งเข้ามาใกล้ด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านต่างหาก
ปัง!!
แฟ้มเอกสารปึกใหญ่และกระเป๋าเป้สีดำถูกโยนกระแทกทิ้งลงบนโต๊ะหินอ่อนตัวที่เส้นด้ายนั่งอยู่อย่างแรง แรงสั่นสะเทือนทำเอาแก้วอเมริกาโน่เย็นของเธอสั่นกึกๆ น้ำแข็งและกาแฟสีเข้มกระฉอกออกมาเลอะบนโต๊ะจนเกือบจะเปื้อนเสื้อนักศึกษาสีขาวของเธอ
เส้นด้ายสะดุ้งสุดตัว มือเล็กกำสมาร์ตโฟนแน่น ก่อนจะตวัดสายตาเรียวคมขึ้นไปมองตัวต้นเหตุทันที
ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดช็อปสีหม่นที่ปลดกระดุมบนออกจนเห็นเสื้อยืดสีดำด้านใน ยืนขมวดคิ้วแน่นจนแทบจะผูกเป็นปม ใบหน้าหล่อเหลาที่ราวกับฟ้าประทานมาให้นั้นดูดุดันและเต็มไปด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด เขายกมือขึ้นเสยผมสีเข้มที่ปรกหน้าลวกๆ โดยไม่ได้สนใจเลยว่าการกระทำป่าเถื่อนเมื่อครู่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร
“นี่นาย! วางของให้มันเบาๆ หน่อยไม่ได้หรือไง น้ำกระเด็นเลอะเทอะหมดแล้วเนี่ย ไม่เห็นหรือไงว่ามีคนนั่งอยู่น่ะ” เส้นด้ายแหวขึ้นทันที
เธอไม่ใช่คนประเภทที่โดนเอาเปรียบหรือโดนล้ำเส้นแล้วจะนั่งเงียบๆ ให้คนอื่นข้ามหัว
ชายหนุ่มที่ถูกต่อว่าปรายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมิน สายตาของเขาเย็นชา ว่างเปล่า แต่แฝงไปด้วยความหงุดหงิดที่พร้อมจะปะทุใส่ทุกคนที่ขวางหน้า
ฉลาม นักศึกษาชั้นปีที่สี่จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ พึ่งหัวเสียสุดๆ จากการโดนอาจารย์ที่ปรึกษาสั่งแก้โปรเจกต์จบ แถมไฟในตัวยังคุกรุ่นจากเรื่องบ้าบอในอดีตที่ตามหลอกหลอนเขาในความฝันเมื่อคืน การที่คู่นอนคนเก่าหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยยังคงเป็นบาดแผลที่ทำให้เขาคิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุ
เขาจึงปิดตายตัวเอง กลายเป็นคนโลกหมุนรอบตัวเอง ไม่สนใจใคร และพร้อมจะเหวี่ยงใส่ทุกคนที่ทำให้เขาไม่สบอารมณ์ และผู้หญิงแต่งตัวจัดจ้านที่นั่งขวางหูขวางตาอยู่ตรงนี้ ก็คือที่ระบายอารมณ์ชั้นดี
“เกะกะ! โต๊ะตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องมานั่งขวางทางวะ” น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเต็มไปด้วยความหงุดหงิดและเอาแต่ใจ ราวกับว่าโลกทั้งใบต้องหลีกทางให้เขา
เส้นด้ายอ้าปากค้างไปเสี้ยววินาทีกับความหน้าด้านขั้นสุดของผู้ชายตรงหน้า ก่อนที่ความโกรธจะแล่นริ้วขึ้นมาจนหน้าชา เกิดมายี่สิบสองปี ไม่เคยมีใครกล้าใช้คำว่าเกะกะกับเธอ
“ขวางทางเหรอ? ขอโทษนะคะ ฉันนั่งของฉันอยู่ตรงนี้มาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว นายนั่นแหละที่เดินหน้าเป็นหมาบ้าเข้ามาโยนของใส่โต๊ะคนอื่นเขาเอง มารยาทน่ะสะกดเป็นไหม หรืออาจารย์ที่คณะไม่ได้สอนเรื่องมารยาทในพื้นที่สาธารณะให้ห๊ะ”
เส้นด้ายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ระดับสายตาของเธอจะอยู่แค่ปลายคางของเขาก็เถอะ แต่รังสีความมั่นใจและความดุดันที่แผ่ออกมาไม่ได้ลดน้อยลงเลย
ฉลามชะงักไปเล็กน้อยที่ถูกผู้หญิงตัวเล็กๆ ตรงหน้าด่าว่าหมาบ้าฉอดๆ ปกติมีแต่ผู้หญิงคอยเอาอกเอาใจ ส่งสายตาหวานเชื่อม และพร้อมจะทอดสะพานให้เขาทั้งนั้น
อารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่แล้วยิ่งปะทุหนักกว่าเดิม เขาเกลียดความพ่ายแพ้ และเกลียดที่สุดคือคนที่กล้ามาต่อปากต่อคำกับเขาแบบนี้
“ปากดีนะเตี้ย” ฉลามแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าสวยเฉี่ยวของเธออย่างจงใจเหยียดหยาม
“หน้าตาก็งั้นๆ ทำมาเป็นแต่งตัวยั่วผู้ชาย นึกว่าตัวเองสวยนักหรือไงถึงคิดว่าทุกคนต้องยอมให้ เรียกร้องความสนใจเก่งปะเนี่ยเรา”
คำพูดที่เจ็บแสบและไม่รักษาน้ำใจใครตามนิสัยโลกหมุนรอบตัวเองของเขา ทำเอาเส้นด้ายแทบปรี๊ดแตก เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ เธอเป็นคนที่อัธยาศัยดีโดยเฉพาะกับผู้ชายหล่อๆ แต่นั่นต้องไม่ใช่ผู้ชายปากเสีย นิสัยเสีย และมองคนอื่นต่ำต้อยกว่าตัวเองแบบไอ้บ้านี่ สาวแซ่บอย่างเธอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ยอมปล่อยไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนนี้ไปง่ายๆ แน่
“หน้าตาก็งั้นๆ เหรอ? เหอะ! ขนาดหน้างั้นๆ เพื่อนในคณะวิศวะของนายยังตามจีบฉันจนหัวกระไดคณะแทบไม่แห้งเลย”
เธอก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด เชิดหน้าขึ้นท้าทายดวงตาคมดุคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว
“แล้วคนอย่างนายล่ะ นอกจากส่วนสูงกับความมั่นหน้าแล้ว มีความสามารถอะไรอีกไหม? อ้อ? คงมีความสามารถเรื่องการเห่าหอนไปวันๆ สินะ ถึงได้เที่ยวกัดคนอื่นเขาไปทั่วแบบนี้”
รอบข้างเริ่มเงียบกริบ นักศึกษาหลายคนที่อยู่บริเวณนั้นเริ่มหันมามองการปะทะคารมที่ดุเดือดระหว่างสาวฮอตอักษรฯ กับหนุ่มเถื่อนวิศวะฯ
เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นเบาๆ แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาห้าม เพราะรังสีความน่ากลัวของหนุ่มเสื้อช็อปนั้นแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ
ฉลามกัดกรามกรอดจนนูนเป็นสัน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เขาก้าวประชิดตัวเส้นด้ายอย่างคุกคามจนปลายเท้าของทั้งคู่แทบจะชนกัน
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายสปอร์ตๆ ผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมากระทบจมูกเธอ ชายหนุ่มโน้มหน้าลงมาใกล้จนเส้นด้ายต้องเกร็งคอถอยหนีเล็กน้อยด้วยสัญชาตญาณ แต่เธอก็ยังคงจ้องตาเขาเขม็ง ไม่ยอมหลบสายตา
“ปากเก่งแบบนี้ ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ” เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าแต่เจือไปด้วยความอันตรายสุดขั้ว
“ฉันไม่ชอบคนอวดดี และฉันไม่เคยปล่อยให้ใครมาด่าฉันฟรีๆ ด้วย ระวังจะเจอของจริง จนปากเก่งๆ ของเธอร้องไม่ออกล่ะ”
นัยน์ตาคมดุจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะมองให้ทะลุไปถึงข้างใน เส้นด้ายรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาแวบหนึ่ง แต่ความหยิ่งทะนงทำให้เธอเชิดหน้าสู้
“ก็ลองดูสิ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าหมาบ้าอย่างนายจะมีน้ำยาแค่ไหน” เธอตอกกลับเสียงแข็ง
ฉลามเหยียดยิ้มร้ายกาจที่มุมปาก ก่อนจะผละออกอย่างรวดเร็ว เขาคว้าแฟ้มและกระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นมาพาดบ่า ก่อนจะจงใจเดินกระแทกไหล่บอบบางของเส้นด้ายอย่างแรงจนร่างเล็กเซไปด้านหลังเกือบเสียหลักล้ม
“โอ๊ย! ไอ้บ้าเอ๊ย!” เส้นด้ายสบถออกมาเสียงดัง
ชายหนุ่มเดินล้วงกระเป๋ากางเกงจากไปโดยไม่หันกลับมามอง ปล่อยให้เส้นด้ายยืนกำมือแน่นด้วยความแค้นสุมอก มองตามแผ่นหลังกว้างนั้นไปจนลับสายตา
“ไอ้ผู้ชายเฮงซวย! ไอ้ปากหมา! อย่าให้แม่เจออีกนะ จะด่าให้ลืมทางกลับคณะเลยคอยดู” หญิงสาวกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ

