บทที่ 6 คืนหลอมละลายของหมาบ้า(NC)
หลังจากที่ปราการชิ้นสุดท้ายของเส้นด้ายถูกรูดรั้งออกไปพ้นทาง ร่างกายเปลือยเปล่าขาวเนียนละเอียดก็ปรากฏสู่สายตาของหมาบ้า อย่างสมบูรณ์แบบ
นัยน์ตาสีเข้มของฉลามวาวโรจน์ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังหิวโหยและพร้อมจะขย้ำเหยื่ออันโอชะตรงหน้า เขาไม่เคยรู้สึกกระหายใครเท่านี้มาก่อน ยัยตัวแสบคนนี้ซ่อนรูปจนน่าตี ผิวขาวๆ ตัดกับผ้าปูที่นอนสีเข้มมันช่างยั่วกิเลสคนมองให้สติแตกได้ง่ายจริงๆ
“ฉลาม หยุดเถอะ ฉันกลัว...”
เสียงหวานสั่นเครือหลุดออกมาจากริมฝีปากบางที่บวมเจ่อ ความหยิ่งยโสปลิวหายไปในอากาศทันทีเมื่อรับรู้ได้ถึงความตื่นตัวของความเป็นชายที่ดุดันอยู่ใต้ร่างของเขา
ร่างเล็กสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด หยาดน้ำตาใสๆ รื้นขึ้นมาที่หางตาอย่างหวาดหวั่นผสมกับความวาบหวามที่ตีรวนอยู่ข้างใน
แต่คิดเหรอว่าหมาบ้าที่เครื่องติดจนเบรกแตกแล้วจะยอมหยุด? ไม่มีทาง
“ไม่ต้องกลัว ฉันจะค่อยๆ ทำ”
ฉลามเสียงต่ำ โหมดหมาบ้าถูกพับเก็บไปชั่วคราวเมื่อเห็นน้ำตาของคนใต้ร่าง มือหนาที่เคยบีบเค้นอย่างรุนแรงเปลี่ยนมาลูบไล้เรือนผมสีเข้มของเธออย่างปลอบประโลม ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงไปจูบซับหยาดน้ำตาที่หางตาให้อย่างแผ่วเบา ก่อนจะเลื่อนลงมาประกบริมฝีปากบางอีกครั้ง
รสจูบครั้งนี้ไม่ได้ดุดันเอาเป็นเอาตายเหมือนตอนแรก แต่มันเต็มไปด้วยความลึกซึ้ง เว้าวอน และหลอกล่อให้ยัยแมวพยศยอมโอนอ่อนผ่อนตาม
“อื้ออ...”
เส้นด้ายครางอู้อี้ในลำคอ สัมผัสที่เปลี่ยนไปของเขาทำเอาสมองของเธอขาวโพลน สองมือเล็กที่เคยกะทุบตีแปรเปลี่ยนเป็นสอดประสานเข้ากับกลุ่มผมสีเข้มของเขาอย่างลืมตัว ร่างกายเริ่มตอบสนองต่อรสจูบที่สูบวิญญาณอย่างตะกละตะกลาม
ในขณะที่ริมฝีปากยังคงทำหน้าที่ปรนเปรอความหวาน ฝ่ามือร้อนผ่าวของฉลามก็เลื่อนต่ำลงมาลูบไล้หน้าท้องแบนราบ ก่อนจะลากผ่านจุดอ่อนไหวกลางกายสาวอย่างจงใจ ปลายนิ้วสากกรีดกรายสัมผัสความชุ่มฉ่ำที่พร้อมพรั่ง บังเกิดความเสียวซ่านจนเส้นด้ายสะดุ้งสุดตัวและแอ่นสะโพกขึ้นรับสัมผัสโดยสัญชาตญาณ
“อ๊ะ! ฉลาม อย่าจับตรงนั้น...”
“ชู่ววว ปล่อยตัวตามสบายยัยเตี้ย อย่าเกร็ง” เขาผละริมฝีปากออกมากระซิบชิดใบหู ก่อนจะขบเม้มติ่งหูเบาๆ เรียกขนอ่อนให้ลุกซันไปทั้งตัว ปลายนิ้วร้ายกาจเริ่มขยับเข้าออกเชื่องช้าเพื่อเบิกทางและสร้างความคุ้นเคยให้กับร่างบางที่ไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน
เส้นด้ายกัดริมฝีปากล่างแน่นจนห้อเลือดเพื่อกลั้นเสียงครางที่น่าอาย ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ทั้งเสียวซ่านและทรมานกำลังเล่นงานเธออย่างหนัก ร่างกายบิดเร่าไปมาตามจังหวะการชักนำของคนบนร่าง
น้ำตาหยดใสไหลรินลงมาทางหางตา ไม่ใช่เพราะความเสียใจ แต่เป็นเพราะอารมณ์ที่พุ่งทะยานจนแทบจะรับไม่ไหวต่างหาก
“เธอพร้อมแล้วล่ะ เริ่มการพนันได้ แล้วเธอจะรู้ว่าการร้องขอชีวิตมันเป็นยังไง”
ฉลามถอนนิ้วออก ก่อนจะขยับแทรกตัวเข้าไประหว่างเรียวขาขาวเนียน ชายหนุ่มจับสะโพกมนให้ตั้งรับความตื่นตัวที่แข็งขืนของเขา
นัยน์ตาดุดันจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะสะกดวิญญาณ ก่อนจะค่อยๆ กดดันความปรารถนาอันร้อนแรงเข้าไปในช่องทางที่คับแคบและบริสุทธิ์ผุดผ่อง
“กรี๊ดดด! เจ็บ! ฉลาม ฉันเจ็บ! ฉันไม่เอาแล้ว ไม่เล่นแล้ว!”
เส้นด้ายหวีดร้องสุดเสียง มือเล็กรจิกทึ้งลงบนลาดไหล่กว้างจนเกิดรอยเลือดซิบ ความเจ็บปวดจากการฉีกขาดของเยื่อบางๆ ทำเอาเธอรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ น้ำตาร่วงเผาะลงมาเป็นสาย หญิงสาวพยายามขยับสะโพกหนีด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอด
ฉลามเองก็สบถลั่นในลำคอ สันกรามแกร่งนูนขึ้นจากการกัดฟันข่มความเสียวซ่านที่แทบจะทำให้เขาคลั่งตาย ความคับแน่นที่บีบรัดเขาเอาไว้ทำเอาแทบจะขยับไม่ได้
ชายหนุ่มหยุดนิ่งค้างไว้แค่นั้น ไม่กล้าขยับเข้าไปลึกกว่านี้เพราะกลัวคนใต้ร่างจะช็อกไปซะก่อน
“ผ่อนคลายไว้ เดี๋ยวเธอจะรู้ว่าสวรรค์กับนรกบนเตียงมันไม่แตกต่างกันเลย” ฉลามก้มลงจูบซับเหงื่อที่ผุดพรายตามกรอบหน้าสวย
เขาจูบปลอบประโลมไปทั่วหน้าผาก เปลือกตา และริมฝีปากที่สั่นระริก มือหนาลูบไล้ไปตามเรือนร่างบอบบางเพื่อลดความตึงเครียดให้เธอ
“เดี๋ยวมันจะดีขึ้นเอง ไม่ลองไม่รู้หรอกนะ”
คำพูดที่เหมือนปลอบโยนและสัมผัสที่อ่อนโยนลงอย่างไม่น่าเชื่อของหมาบ้าจอมเผด็จการ ทำให้เส้นด้ายค่อยๆ คลายความเกร็งลง ร่างกายที่เคยต่อต้านเริ่มปรับตัวรับความยิ่งใหญ่ของเขาได้มากขึ้น เสียงสะอื้นไห้แปรเปลี่ยนเป็นเสียงหอบหายใจหนักๆ
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวเริ่มผ่อนคลาย ฉลามก็ไม่รอช้าที่จะสานต่อเกมเดิมพันที่ค้างคา สะโพกเริ่มขยับเข้าออกเป็นจังหวะเนิบนาบเชื่องช้า เพื่อให้เธอได้ซึมซับความรัญจวนใจที่เข้ามาแทนที่ความเจ็บปวด
“อ๊ะ อ๊า...”
เสียงครางหวานหูที่ฉลามรอคอยหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากบางในที่สุด มันไพเราะยิ่งกว่าบทเพลงใดๆ บนโลกใบนี้ ชายหนุ่มเหยียดยิ้มร้ายกาจด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มจังหวะให้เร็วและหนักหน่วงขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงปรี๊ด
“ฉลาม เบา...เบาหน่อย ซี๊ดด อ๊า”
เส้นด้ายครางกระเส่า มือเล็กจิกขยำผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ ร่างกายสั่นคลอนไปตามแรงกระแทกที่โหมกระหน่ำลงมาไม่ยั้ง
ความเจ็บปวดในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความเสียวซ่านจนแทบจะหลอมละลาย สมองขาวโพลนไปหมด เธอไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังทำหน้าแบบไหน หรือส่งเสียงน่าอายออกไปมากเท่าไหร่ รู้เพียงแค่ว่าตอนนี้เธอต้องการผู้ชายคนนี้ ต้องการให้เขาเติมเต็มเธอให้ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม
“เรียกชื่อฉันสิ เส้นด้าย ครางชื่อฉันดังๆ”
ฉลามโน้มหน้าลงมาขบเม้มยอดอกสีระเรื่ออย่างหิวกระหาย สลับกับจังหวะช่วงล่างที่ตอกตรึงเข้าหาอย่างดุดันและไร้ความปรานี สมกับฉายาหมาบ้าวิศวะ เหงื่อเม็ดโตผุดซึมเต็มแผงอกแกร่ง กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนเกร็งด้วยความสุขสมที่ใกล้จะปะทุ
“อ๊ะ ฉลาม ฉลาม...อะ...อ๊า”
เส้นด้ายเชิดหน้าขึ้น ร้องเรียกชื่อเขาตามที่ถูกสั่งอย่างว่าง่าย ความเย่อหยิ่งถูกทลายลงจนหมดสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เล็บเรียวจิกทึ้งแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความหวามไหวที่กำลังจะแล่นขึ้นสู่จุดสูงสุด
“อ๊า เธอแม่ง โคตรดีเลยว่ะ เส้นด้าย”
ฉลามสบถคำหยาบออกมาอย่างลืมตัว ร่างกายของเขากำลังจะทนไม่ไหวกับความคับแน่นที่บีบรัดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ชายหนุ่มเร่งจังหวะกระแทกกระทั้นในเฮือกสุดท้ายอย่างหนักหน่วงและรัวเร็ว
“อ๊ายยย”
“ซี้ดดดด”
เสียงหวีดร้องของเส้นด้ายดังประสานกับเสียงคำรามต่ำของฉลามในวินาทีที่ทั้งคู่ก้าวข้ามขอบเหวแห่งความสุขสมไปพร้อมกัน ร่างเล็กกระตุกเกร็ง โอบรัดความเป็นชายเอาไว้แน่นหนา
ในขณะที่ชายหนุ่มฟุบหน้าลงกับซอกคอขาวผ่องพร้อมปลดปล่อยสายธารแห่งความปรารถนาเข้าสู่ตัวเธอทุกหยาดหยดอย่างไม่คิดจะป้องกันใดๆ ทั้งสิ้น
เสียงหอบหายใจดังก้องไปทั่วทั้งห้องสวีต ฉลามทิ้งตัวลงนอนทับร่างบอบบางที่อ่อนระทวยราวกับขี้ผึ้งลนไฟ แขนแกร่งตวัดโอบกอดเอวคอดกิ่วเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปไหน
ริมฝีปากร้อนผ่าวพรมจูบไปทั่วลาดไหล่เนียนอย่างหลงใหล เขาไม่เคยมองผู้หญิงคนไหนเป็นมากกว่าที่ระบายอารมณ์ แต่กับยัยตัวแสบคนนี้ มันมีความรู้สึกบางอย่างที่แตกต่างออกไป ความรู้สึกที่ว่า เขาอยากจะครอบครองเธอไว้แค่คนเดียว และจะไม่มีวันปล่อยให้ไอ้หน้าไหนมาแตะต้องเธอเด็ดขาด
