บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 เดิมพันร้อน

บรรยากาศภายใน ‘ZEUS CLUB’ ผับหรูใจกลางเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความเอ็กซ์คลูซีฟและเป็นแหล่งรวมตัวของหนุ่มสาวกระเป๋าหนัก คลาคล่ำไปด้วยนักท่องราตรี แสงไฟเลเซอร์หลากสีสาดส่องตัดกับความมืด บีทเพลง EDM จังหวะหนักหน่วงดังกระหึ่มจนพื้นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ

ที่โซน VIP ชั้นลอยซึ่งสามารถมองเห็นฟลอร์เต้นรำด้านล่างได้อย่างชัดเจน หญิงสาวร่างเล็กแต่อัดแน่นไปด้วยความเซ็กซี่กำลังวาดลวดลายโยกย้ายสะโพกไปตามจังหวะเพลงอย่างไม่อายใคร

เส้นด้ายสลัดคราบนักศึกษาทิ้งไปจนหมดสิ้น วันนี้เธออยู่ในชุดเดรสสายเดี่ยวรัดรูปสีแดงเพลิงที่เว้าลึกอวดแผ่นหลังขาวเนียน ชายกระโปรงสั้นกุดจนแทบจะปิดอันเดอร์แวร์ไม่มิด

ริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงสดเหยียดยิ้มร้ายกาจ ปล่อยให้เสน่ห์อันตรายแผ่กระจายไปรอบตัวจนหนุ่มๆ โต๊ะข้างๆ พากันมองตาเป็นมัน

“ด้าย เบาหน่อย แกดื่มไปเยอะแล้วนะ” เสียงหวานของน้ำหวานตะโกนแข่งกับเสียงเพลงพลางดึงแขนเพื่อนสนิทให้กลับมานั่งที่โซฟา

น้ำหวานอยู่ในชุดเดรสสีขาวเรียบร้อยตัดกับเพื่อนสนิทอย่างสิ้นเชิง ดวงตากลมโตยังคงบวมช้ำจากการร้องไห้หนักเมื่อช่วงเย็น แม้จะถูกลากมาเปิดหูเปิดตา แต่สภาพจิตใจของเธอก็ยังไม่พร้อมจะสนุกสุดเหวี่ยงอยู่ดี

“เบาอะไรล่ะหวาน วันนี้เรามาฉลองความโสดให้แกนะเว้ย เอ้า! ชนแก้ว!” เส้นด้ายยัดแก้วค็อกเทลสีสวยใส่มือเพื่อน บังคับให้ดื่มย้อมใจ

“คืนนี้ฉันบอกแล้วไงว่าจะหาผู้ชายงานดีมาดามใจแกให้ได้ ลืมไอ้ขยะเปียกนั่นไปซะ”

เส้นด้ายกวาดสายตาคมกริบมองลงไปชั้นล่าง เธอเป็นคนรักษาสัญญา ในเมื่อลั่นวาจาไว้แล้วว่าจะมาหาผู้ชายใหม่ ก็ต้องทำให้ได้

หญิงสาวส่งยิ้มยั่วยวนไปให้หนุ่มหล่อโต๊ะตรงข้ามที่พยายามชูแก้วทักทายมาตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ชายหนุ่มคนนั้นรับมุก เขาขยิบตาให้แล้วทำท่าจะลุกเดินเข้ามาหาที่โต๊ะ

แต่ทว่า ร่างของหนุ่มแปลกหน้าคนนั้นกลับต้องชะงักกึก เมื่อถูกใครบางคนเดินชนไหล่อย่างแรงจนแก้วเหล้าในมือแทบหก

กลุ่มผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่สี่คนเดินแหวกฝูงชนเข้ามาในโซน VIP รังสีความน่าเกรงขามและดุดันที่แผ่ออกมาทำให้คนที่กำลังเต้นอยู่รอบๆ ต้องยอมหลีกทางให้โดยอัตโนมัติ

เส้นด้ายหรี่ตามองผู้มาใหม่ ก่อนที่รอยยิ้มยั่วยวนบนใบหน้าจะจางหายไป กลายเป็นความตึงเครียดและหงุดหงิดขึ้นมาแทนที่

“น้ำหวาน เป็นไงบ้าง กินเหล้าเยอะไปหรือเปล่า หน้าแดงหมดแล้วเนี่ย” กันต์พุ่งพรวดเข้ามาที่โต๊ะของพวกเธอทันทีที่เดินมาถึง ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งข้างน้ำหวานด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ไม่ได้สนใจสายตาจิกกัดของเส้นด้ายเลยสักนิด

“ไอ้กันต์! ใครอนุญาตให้นายมานั่งโต๊ะฉันฮะ ลุกออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ” เส้นด้ายแหวเสียงดังแข่งกับเสียงเพลง

“โธ่ ด้าย ฉันก็แค่เป็นห่วงน้ำหวานอ่ะ ขอฉันนั่งด้วยคนนะ คืนนี้ฉันเป็นเจ้ามือเอง โต๊ะนี้ฉันจ่ายหมดเลย” กันต์รีบเสนอตัวเป็นป๋าดันทันที หวังทำคะแนนกับเพื่อนสนิทของคนที่ตัวเองแอบชอบ

เส้นด้ายทำหน้าเหม็นเบื่อ เธอตั้งใจจะอ้าปากไล่เพื่อนของไอ้แฟนเก่าเฮงซวยออกไปให้พ้นหน้า แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็ทาบทับลงมาบดบังแสงไฟจนมิดเสียก่อน

กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่คุ้นเคยลอยมากระทบจมูก พร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาดุดันที่ก้มลงมามองเธอด้วยสายตาเย้ยหยัน

ฉลามเปลี่ยนจากชุดนักศึกษาเสื้อช็อปมาเป็นเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทที่ปลดกระดุมบนออกถึงสามเม็ด โชว์แผงอกแกร่งและรอยสักรูปปีกนกที่ไหปลาร้า แขนเสื้อถูกพับขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นเส้นเลือดที่ท่อนแขนอย่างชัดเจน เขาดูอันตราย ดุดัน และโคตรจะดึงดูดสายตาผู้หญิงทั้งผับ

แต่สำหรับเส้นด้าย เขาคือไอ้หมาบ้าและยังกลายเป็นคนที่น่ารำคาญที่สุดในโลกสำหรับเธออยู่ดี

“ตามมาทำไมไม่ทราบ ผับมีตั้งเยอะตั้งแยะ ทำไมต้องมาจองล้างจองผลาญกันถึงที่นี่ด้วยฮะ เป็นสัมภเวสีหรือไง” เส้นด้ายกอดอก เชิดหน้าขึ้นท้าทายสายตาคมกริบคู่นั้น

ฉลามล้วงมือซ้ายเข้ากระเป๋ากางเกง มือขวาคว้าแก้วเหล้าบนโต๊ะของเธอขึ้นมากระดกรวดเดียวหมดแก้วอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะวางแก้วกระแทกลงบนโต๊ะเสียงดัง

“ผับนี้พ่อฉันเป็นหุ้นส่วน ทำไมฉันจะมาไม่ได้” เขาตอบด้วยน้ำเสียงกวนประสาท ยื่นหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาวจนปลายจมูกแทบจะชนกัน

“แล้วอีกอย่าง ฉันก็แค่อยากมาดูหน้าผัวใหม่ของพวกเธอ ว่าจะหาได้ดีสักแค่ไหน”

นัยน์ตาสีเข้มกวาดมองชุดเดรสสีแดงรัดรูปของเส้นด้ายอย่างจาบจ้วง มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มหยัน

“แต่งตัวอ่อยเบอร์แรงขนาดนี้ แต่ดูจากไอ้หน้าจืดที่พยายามจะเดินมาหาเธอเมื่อกี้แล้ว รสนิยมต่ำกว่าที่คิดนะ ยัยเตี้ย”

“นี่นาย!” เส้นด้ายปรี๊ดแตก เลือดในกายเดือดพล่านเพราะคำดูถูก “รสนิยมฉันจะต่ำจะสูงแล้วมันไปหนักหัวนายตรงไหนฮะ! ผู้ชายคนนั้นยังดูดีกว่าไอ้หมาบ้าที่เอาแต่เห่าหอนไปวันๆ อย่างนายก็แล้วกัน”

คำด่าที่แทงใจดำทำเอาฉลามกัดกรามแน่น เขาเกลียดความพ่ายแพ้ และเกลียดที่สุดเวลาผู้หญิงตรงหน้าทำท่าทางเหมือนเหนือกว่าและไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา ผู้ชายทั้งผับมองเธอตาเป็นมัน แต่เธอกลับเอาแต่ด่าเขาฉอดๆ

“ปากดีไม่เลิก” เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมา

“ก็คนมันมีดีให้ปากจะทำไม ถอยไป ฉันจะไปเต้น อากาศตรงนี้มันเป็นพิษ” เส้นด้ายใช้มือผลักอกแกร่งของชายหนุ่มให้ถอยห่าง แต่ฉลามกลับเกร็งตัวต้านไว้ไม่ขยับเขยื้อน ซ้ำยังคว้าข้อมือเล็กของเธอเอาไว้แน่นจนหญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

“ปล่อยนะไอ้บ้า! นายมีสิทธิ์อะไรมาจับตัวฉัน!”

“สิทธิ์ของการเป็นคนที่จะสั่งสอนให้เธอรู้ไง ว่าอย่ามาอวดดีกับฉัน”

ฉลามกระตุกข้อมือบางเพียงครั้งเดียว ร่างเล็กของเส้นด้ายก็ปลิวหวือเข้าไปปะทะกับอกแกร่งของเขาทันที มือหนาอีกข้างรวบเอวคอดกิ่วของเธอเอาไว้แน่น ล็อกตัวหญิงสาวไม่ให้ดิ้นหนี ท่ามกลางความตกตะลึงของน้ำหวานและเพื่อนในแก๊งวิศวะที่อ้าปากค้างกับฉากปะทะตรงหน้า

“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะไอ้โรคจิต!” เส้นด้ายดิ้นรนสุดแรง ใช้มือทุบตีไปที่ลาดไหล่และแผงอกของเขาไม่ยั้ง แต่ฉลามกลับยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหิน ไม่สะทกสะท้านต่อแรงเท่ามดของเธอเลยสักนิด

“ด่าอีกสิ ยิ่งเธออ้าปากด่า ฉันก็จะยิ่งทำให้เธอ ครางชื่อฉันแทนคำด่าให้ดู” ชายหนุ่มก้มหน้าลงมาจนชิดริมฝีปากบาง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มขาวเนียน

“หน้าด้าน! คิดว่าตัวเองหล่อตายแหละ ฉันยอมไปเอาผู้ชายหน้าผับทำผัว ยังดีกว่าเอาคนอย่างนาย”

คำพูดท้าทายนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟในใจของฉลาม ฟางเส้นสุดท้ายของความอดทนขาดผึง เขาไม่เคยยอมให้ใครมาหยามศักดิ์ศรีขนาดนี้ ยิ่งกับยัยผู้หญิงปากดีคนนี้ เขายิ่งต้องกำราบให้อยู่หมัด!

“งั้นก็มาดูกัน ว่าผู้ชายหน้าผับ กับหมาบ้าอย่างฉัน ใครมันจะกัดเจ็บกว่ากัน”

สิ้นคำพูดดุดัน มือหนาก็บีบปลายคางมนให้แหงนรับ ก่อนที่ริมฝีปากหยักลึกจะฉกวูบลงมาบดขยี้ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดของเธออย่างรุนแรงและป่าเถื่อน

“อื้อ!!”

เส้นด้ายเบิกตากว้างด้วยความช็อก สมองขาวโพลนไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสได้ถึงรสชาติฝาดเฝื่อนของกลิ่นเหล้าที่ผสมปนเปมากับเรียวลิ้นร้อนชื้นที่พยายามจะแทรกสอดเข้ามาในโพรงปากของเธอ

ฉลามไม่ได้จูบเธอด้วยความอ่อนโยน แต่มันคือการจูบเพื่อลงทัณฑ์ เพื่อเอาชนะ และเพื่อทำลายความหยิ่งทะนงของเธอให้แหลกคามือ

มือเล็กกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น ขยำจนยับยู่ยี่ เธอพยายามเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นเพื่อไม่ให้เขาล่วงล้ำเข้ามาได้ แต่ฉลามก็ร้ายกาจเกินกว่า

มือหนาที่บีบปลายคางเธออยู่ออกแรงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจนเธอเผลอเผยอปากออกร้องประท้วง เปิดโอกาสให้ลิ้นร้อนตะหวัดเกี่ยวตวัดเข้ามากอบโกยความหวานในโพรงปากของเธออย่างจาบจ้วงและเอาแต่ใจ

“อื้มม...” เสียงครางอู้อี้ดังประท้วงอยู่ในลำคอ เส้นด้ายรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ สัมผัสที่ดุดันและเร่าร้อนของเขาทำเอาสติสัมปชัญญะของเธอเริ่มพร่ามัว ร่างกายที่เคยมั่นใจว่าแข็งแกร่งกลับอ่อนระทวยลงไปดื้อๆ จนต้องพึ่งพาท่อนแขนแกร่งที่โอบรัดเอวเธอไว้เป็นหลักยึด

แต่จิตใต้สำนึกของสาวแซ่บแห่งคณะอักษรร้องเตือนว่าเธอจะยอมแพ้ผู้ชายคนนี้ไม่ได้

กรอด!

“โอ๊ย!!”

ฉลามผละริมฝีปากออกอย่างรวดเร็วพร้อมกับสบถลั่น รสชาติฝาดเฝื่อนของเลือดคลุ้งอยู่ในปาก ชายหนุ่มยกนิ้วโป้งขึ้นเช็ดมุมปากของตัวเอง ก่อนจะพบว่ามีเลือดสีสดติดปลายนิ้วมาด้วย ยัยแมวป่าตัวนี้กัดริมฝีปากล่างของเขาจนเลือดซิบ

เส้นด้ายยืนหอบหายใจแฮ่กๆ ริมฝีปากบวมเจ่อและลิปสติกสีแดงเลอะเทอะไปถึงขอบปาก ดวงตาคู่สวยจ้องมองเขาด้วยความโกรธแค้นและเกลียดชังสุดหัวใจ มือเล็กยกขึ้นเช็ดปากตัวเองอย่างแรงราวกับรังเกียจสัมผัสของเขาหนักหนา

“นี่คือคำเตือน! อย่ามายุ่งกับฉันอีกไอ้หมาบ้า!” เธอตวาดเสียงสั่น

แทนที่ฉลามจะโกรธที่โดนกัดจนเลือดออก เขากลับหัวเราะในลำคอ แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความสนุกสนานและท้าทายอย่างปิดไม่มิด

รสจูบที่เต็มไปด้วยความพยศของเธอเมื่อกี้ มันโคตรจะปลุกสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาเลย

“ดุจังวะ แต่ก็ดี ฉันชอบ” เขาโน้มหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าสวยที่กำลังโกรธจัดอีกครั้ง กระซิบเสียงพร่าที่ข้างหู “เรามาเล่นเกมกันไหมล่ะยัยเตี้ย เดิมพันกันว่าระหว่างเธอกับฉัน ใครจะทนไม่ไหวและร้องขอความเมตตาก่อนกัน”

“ฉันไม่มีวันลดตัวลงไปเล่นเกมบ้าบออะไรกับนาย”

“กลัวแพ้สินะ?” เขาเลิกคิ้ว ยิ้มมุมปากอย่างยียวน “ก็ถูกของเธอ เพราะถ้าเธอแพ้ เธอจะต้องยอมมาเป็นของเล่นบนเตียงให้ฉันขย้ำจนกว่าฉันจะเบื่อ กล้ารับคำท้าไหมล่ะ ยัยคนเก่ง?”

คำท้าทายนั้นเปรียบเสมือนการโยนระเบิดลงกลางวง เส้นด้ายกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความหยิ่งทะนงที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครทำให้เธอตัดสินใจโพล่งออกไปโดยไม่ทันยั้งคิด

“ได้! ฉันรับคำท้า! และจำเอาไว้เลยนะฉลาม คนที่จะต้องคุกเข่าอ้อนวอนร้องขอชีวิต คือนาย ไม่ใช่ฉัน”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel